News & Updates

Show Multimedia Only
แนวทางการรักษาโรคเกาต์และภาวะกรดยูริกในเลือดสูงในปัจจุบัน

แนวทางการรักษาโรคเกาต์และภาวะกรดยูริกในเลือดสูงในปัจจุบัน

10 Sep 2026

โรคเกาต์เป็นโรคข้ออักเสบที่เป็นผลแทรกซ้อนจากระดับกรดยูริกในร่างกายที่เกินจุดอิ่มตัว (6.8 mg/dL) เกิดการตกตะกอนเป็นผลึกเกลือยูเรตสะสมบริเวณข้อและเนื้อเยื่อต่าง ๆ ของร่างกาย เกิดข้ออักเสบเฉียบพลันชนิดเป็น ๆ หาย ๆ  หากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องผลึกเกลือยูเรตจะสะสมมากขึ้น เกิดเป็นปุ่มโทฟัส (tophus) ตามร่างกาย รวมทั้งในกระดูกและข้อ  เป็นผลให้ข้อถูกทำลาย เกิดความพิการตามมา ผู้ป่วยโรคเกาต์มีคุณภาพชีวิตที่ต่ำกว่าและมีอัตราการเสียชีวิตที่สูงกว่าคนปกติ  โรคเกาต์เป็นโรคข้ออักเสบที่พบได้บ่อยที่สุด ในประเทศไทยพบอุบัติการณ์ 127 รายต่อประชากร 100,000 ราย/ปี 

แนวทางการรักษาโรคเกาต์และภาวะกรดยูริกในเลือดสูงในปัจจุบัน

10 Sep 2026
Updating Interstitial Lung Disease from the American Thoracic Society 2025

Updating Interstitial Lung Disease from the American Thoracic Society 2025

05 Sep 2025 byผศ. นพ.ธนัญชัย เพชรนาค

ยา nerandomilast เป็นยาตัวใหม่ที่ยับยั้งเอนไซม์ PDE4B ช่วยต้านการเกิดพังผืดและลดการอักเสบในปอด ผลจากการศึกษา FIBRONEER-IPF ในผู้ป่วย idiopathic pulmonary fibrosis (IPF) และ FIBRONEER-ILD ในผู้ป่วย progressive pulmonary fibrosis (PPF) พบว่า ยา nerandomilast ขนาด 18 mg วันละ 2 ครั้ง สามารถชะลอการลดลงของ forced vital capacity (FVC) ได้อย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับยาหลอก (38% ในผู้ป่วย IPF และ 41% ในผู้ป่วย PPF; p<0.001 ในทั้ง 2 กลุ่ม) และยังลดอัตราการกำเริบเฉียบพลันและอัตราตายในผู้ป่วย PPF ได้ ทั้งนี้ นอกจากยา nerandomilast จะเป็นยาต้านพังผืดตัวใหม่แล้ว ผลจากทั้งสองการศึกษายังแสดงให้เห็นว่า การใช้ยาต้านพังผืด 2 ชนิดร่วมกัน สามารถชะลอการลดลงของ FVC ได้มากกว่าการใช้ยาเพียงชนิดเดียว 

Updating Interstitial Lung Disease from the American Thoracic Society 2025

05 Sep 2025