บทนำ
โรคซึมเศร้าถูกนิยามว่าเป็นภาวะทางอารมณ์ที่แสดงถึงการขาดอารมณ์เชิงบวก หรือความรู้สึกเศร้า ท้อแท้ วิตกกังวล ท้อถอย หรือหมดหวัง นอกจากนี้ยังหมายถึงความผิดปกติทางจิตที่ภาวะซึมเศร้าเป็นอาการแสดง (เช่น โรคซึมเศร้าแบบขั้วเดียว โรคซึมเศร้าแบบสองขั้ว โรคซึมเศร้าระดับน้อย หรือ dysthymia โรคจิตเภท)
ระบาดวิทยา
ตามข้อมูลองค์การอนามัยโลก (World Health Organization, WHO) คาดการณ์ว่าผู้ใหญ่ทั่วโลกประมาณร้อยละ 5 เป็นโรคซึมเศร้า และเป็นสาเหตุหลักของภาวะทุพพลภาพ โดยประมาณร้อยละ 5.7 ของผู้ที่มีอายุมากกว่า 60 ปีได้รับผลกระทบจากโรคนี้ และในปี พ.ศ. 2558 มีผู้ป่วยโรคซึมเศร้าทั่วโลก 322 ล้านคน หรือคิดเป็นกว่าร้อยละ 4 ของประชากรโลก แม้ความชุกของโรคซึมเศร้าจะแตกต่างกันตามอายุ แต่พบสูงสุดในช่วงวัยผู้ใหญ่ และพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย
โรคซึมเศร้ายังเป็นปัจจัยสำคัญของภาระโรคโดยรวมทั่วโลก ส่งผลต่อการทำงานในด้านต่าง ๆ เช่น การงาน การศึกษา และชีวิตครอบครัว ประมาณร้อยละ 75 ของผู้ป่วยในประเทศรายได้ปานกลางและต่ำไม่ได้รับการรักษา เนื่องจากมีความขาดแคลนทรัพยากร บุคลากรทางการแพทย์และการตีตราทางสังคม ในผู้ป่วยที่มีความรุนแรงของโรคซึมเศร้า อาจนำไปสู่สาเหตุของการฆ่าตัวตายได้ โดยในปี พ.ศ. 2558 มีผู้เสียชีวิตจากการฆ่าตัวตาย 800,000 คน และเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับสองในกลุ่มอายุ 15–29 ปี
ดังนั้นโรคซึมเศร้าจึงเป็นภาวะที่ควรตระหนัก และให้ความสำคัญซึ่งมีแนวโน้มความชุกของประชากรที่เป็นโรคนี้เพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 18 ระหว่างปี พ.ศ. 2548–2558
นอกจากนี้โรคซึมเศร้าเป็นสาเหตุหลักของภาวะทุพพลภาพในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยพบประมาณร้อยละ 7 ของประชากรหรือประมาณ 86 ล้านคน โดยประเทศ เช่น สิงคโปร์และมาเลเซีย มีอัตราความชุกของโรคอยู่ที่ร้อยละ 6–12
โรคซึมเศร้ายังเป็นปัจจัยสำคัญของภาระโรคโดยรวมทั่วโลก ส่งผลต่อการทำงานในด้านต่าง ๆ เช่น การงาน การศึกษา และชีวิตครอบครัว ประมาณร้อยละ 75 ของผู้ป่วยในประเทศรายได้ปานกลางและต่ำไม่ได้รับการรักษา เนื่องจากมีความขาดแคลนทรัพยากร บุคลากรทางการแพทย์และการตีตราทางสังคม ในผู้ป่วยที่มีความรุนแรงของโรคซึมเศร้า อาจนำไปสู่สาเหตุของการฆ่าตัวตายได้ โดยในปี พ.ศ. 2558 มีผู้เสียชีวิตจากการฆ่าตัวตาย 800,000 คน และเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับสองในกลุ่มอายุ 15–29 ปี
ดังนั้นโรคซึมเศร้าจึงเป็นภาวะที่ควรตระหนัก และให้ความสำคัญซึ่งมีแนวโน้มความชุกของประชากรที่เป็นโรคนี้เพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 18 ระหว่างปี พ.ศ. 2548–2558
นอกจากนี้โรคซึมเศร้าเป็นสาเหตุหลักของภาวะทุพพลภาพในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยพบประมาณร้อยละ 7 ของประชากรหรือประมาณ 86 ล้านคน โดยประเทศ เช่น สิงคโปร์และมาเลเซีย มีอัตราความชุกของโรคอยู่ที่ร้อยละ 6–12
พยาธิสรีรวิทยา
โรคซึมเศร้าเกี่ยวข้องกับปัจจัยหลายด้าน ได้แก่ พันธุกรรม สิ่งแวดล้อม สังคม จิตวิทยา และชีววิทยาระบบประสาท โดยมีความเชื่อว่ามีความสัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลงระดับสารสื่อประสาทในสมอง โดยเฉพาะ glutamate, γ-aminobutyric acid (GABA), serotonin, dopamine, และ norepinephrine ซึ่งสารเหล่านี้มีบทบาทสำคัญในการควบคุมอารมณ์ ความรู้สึก และพฤติกรรม ผู้ป่วยโรคซึมเศร้ามักพบความผิดปกติของระบบ hypothalamic-pituitary-adrenal (HPA) axis (เช่น ภาวะคอร์ติซอลสูงและความผิดปกติของ rhythmicity)
นอกจากนี้ยังพบว่ามีการลดลงของปริมาตร hippocampus และสมองส่วนหน้าในผู้ป่วยโรคซึมเศร้า มีส่วนทำให้บทบาทของปัจจัยควบคุม neuronal plasticity ลดลงในการเกิดโรคซึมเศร้า
การศึกษายังพบว่าการอักเสบมีบทบาทในโรคซึมเศร้า โดยการรักษาด้วยยาต้านเศร้าสามารถลดระดับ tumor necrosis factor alpha (TNF-α), interleukin-6 (IL-6), IL-10 และ C-C motif ligand 2 chemokine ได้อย่างมีนัยสำคัญ
นอกจากนี้ยังมีการศึกษาที่เชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างจุลชีพในลำไส้กับสมอง (microbiota-gut-brain axis) กับการควบคุมอารมณ์ พฤติกรรม และการส่งสัญญาณประสาท ซึ่งเกี่ยวข้องกับการพัฒนาของโรคซึมเศร้า โดยจุลชีพในลำไส้สามารถส่งผลต่อสมองผ่านทาง HPA axis ระบบประสาทและฮอร์โมน และระบบภูมิคุ้มกันประสาท
นอกจากนี้ยังพบว่ามีการลดลงของปริมาตร hippocampus และสมองส่วนหน้าในผู้ป่วยโรคซึมเศร้า มีส่วนทำให้บทบาทของปัจจัยควบคุม neuronal plasticity ลดลงในการเกิดโรคซึมเศร้า
การศึกษายังพบว่าการอักเสบมีบทบาทในโรคซึมเศร้า โดยการรักษาด้วยยาต้านเศร้าสามารถลดระดับ tumor necrosis factor alpha (TNF-α), interleukin-6 (IL-6), IL-10 และ C-C motif ligand 2 chemokine ได้อย่างมีนัยสำคัญ
นอกจากนี้ยังมีการศึกษาที่เชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างจุลชีพในลำไส้กับสมอง (microbiota-gut-brain axis) กับการควบคุมอารมณ์ พฤติกรรม และการส่งสัญญาณประสาท ซึ่งเกี่ยวข้องกับการพัฒนาของโรคซึมเศร้า โดยจุลชีพในลำไส้สามารถส่งผลต่อสมองผ่านทาง HPA axis ระบบประสาทและฮอร์โมน และระบบภูมิคุ้มกันประสาท
ปัจจัยเสี่ยง
โรคซึมเศร้าเกิดจากปฏิสัมพันธ์ที่ซับซ้อนระหว่างปัจจัยทางสังคม จิตวิทยา และชีวภาพ ผู้ที่ประสบเหตุการณ์เลวร้ายในชีวิต (เช่น การตกงาน การสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก หรือบาดแผลทางจิตใจ มีความเสี่ยงสูงที่จะพัฒนาเป็นโรคซึมเศร้า) ในทางตรงกันข้าม ภาวะซึมเศร้าสามารถนำไปสู่ความเครียดและความผิดปกติในการทำงาน ส่งผลให้สถานการณ์ชีวิตแย่ลงและทำให้อาการซึมเศร้ารุนแรงขึ้น นอกจากนี้ ปัจจัยทางฮอร์โมนยังมีบทบาทสำคัญในการอธิบายอัตราการเกิดโรคที่สูงกว่าในเพศหญิงอีกด้วย
