การซักประวัติ
ควรซักประวัติอาการของผู้ป่วยเหล่านี้ ประกอบด้วย อาการปัสสาวะบ่อย (polyuria) กระหายน้ำมาก (polydipsia) อาการหิวบ่อย (polyphagia) น้ำหนักลด อาเจียน อาการปวดท้อง (พบในภาวะ DKA) อาการขาดน้ำ และอ่อนแรง
การตรวจร่างกาย
ในระหว่างการตรวจร่างกาย จะต้องประเมินว่าผู้ป่วยมีการเปลี่ยนแปลงของระดับความรู้สึกตัว มีอาการซึมลง ไปจนถึงมีภาวะโคม่าหรือไม่ (พบได้บ่อยในภาวะ HHS) รวมถึงสังเกตอาการและอาการแสดงต่าง ๆ เช่น ความตึงตัวของผิวหนังลดลง รักแร้และเยื่อบุในปากแห้ง (dry axilla and dry oral mucosa) มีการหายใจแบบ Kussmaul (พบได้ในภาวะ DKA) มีค่า jugular venous pressure ต่ำ หัวใจเต้นเร็ว ความดันโลหิตต่ำ หรือมีภาวะช็อก เป็นต้น
การวินิจฉัยหรือเกณฑ์การวินิจฉัย
เกณฑ์การวินิจฉัยภาวะ DKA
เกณฑ์การวินิจฉัยภาวะ DKA มีดังนี้
เกณฑ์การวินิจฉัยภาวะ HHS ในผู้ใหญ่ มีดังนี้
เกณฑ์การวินิจฉัยภาวะ HHS ในเด็ก มีดังนี้
Diabetic Ketoacidosis & Hyperosmolar Hyperglycemic State_Initial Assesment
เกณฑ์การวินิจฉัยภาวะ DKA มีดังนี้
- ระดับน้ำตาลในเลือด >13.9 mmol/L (>250 mg/dL)
- Arterial pH <7.3 ในผู้ใหญ่ หรือ venous pH <7.3 ในเด็ก
- ระดับ bicarbonate <15 mEq/L
- พบคีโทนในปัสสาวะหรือเลือดในระดับปานกลาง
- Anion gap >12
เกณฑ์การวินิจฉัยภาวะ HHS ในผู้ใหญ่ มีดังนี้
- ระดับน้ำตาลในเลือด >33.3 mmol/L (>600 mg/dL)
- Arterial pH >7.3
- ระดับ bicarbonate >18 mEq/L
- พบคีโทนในปัสสาวะหรือเลือดในระดับเล็กน้อย
- Effective serum osmolality >320 mOsm/kg
- Anion gap มีค่าไม่แน่นอน
เกณฑ์การวินิจฉัยภาวะ HHS ในเด็ก มีดังนี้
- ระดับน้ำตาลในเลือด >33.3 mmol/L (>600 mg/dL)
- Venous pH >7.3
- ระดับ bicarbonate >15 mEq/L
- ระดับความรู้สึกตัวเปลี่ยนแปลงไป หรือมีภาวะขาดน้ำอย่างรุนแรง
Diabetic Ketoacidosis & Hyperosmolar Hyperglycemic State_Initial Assesment