Dyslipidemia ไขมันในเลือดผิดปกติ Disease Background

Last updated: 01 September 2025

บทนำ

ไขมันในเลือดผิดปกติ (dyslipidemia) คือภาวะที่ร่างกายมีการเผาผลาญไลโพโปรตีนผิดปกติ ส่งผลให้ระดับไขมันร้าย (low-density lipoprotein cholesterol; LDL-C), ไขมันรวม (total cholesterol; TC), ไตรกลีเซอไรด์ (triglyceride; TG), และ/หรือไขมันที่ไม่ใช่ high-density lipoprotein-cholesterol (non-HDL-C) สูงขึ้น หรือไขมันดี (high-density lipoprotein cholesterol; HDL-C) ต่ำลงอย่างมาก ระดับไขมันในเลือดที่สูงขึ้นเหล่านี้จะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด (cardiovascular disease; CVD) 

Dyslipidemia_Disease BackgroundDyslipidemia_Disease Background

ระบาดวิทยา

ความชุกของไขมันในเลือดผิดปกติขึ้นอยู่กับกลุ่มประชากรที่ศึกษา พบมากที่สุดในผู้ที่เป็นโรคหัวใจขาดเลือดก่อนวัยอันควร (coronary heart disease; CHD) นอกจากนี้ ความเสี่ยงจะเพิ่มตามอายุ และได้รับอิทธิพลจากปัจจัยอื่น ๆ เช่น อาหารที่มีไขมันอิ่มตัวและคอเลสเตอรอลสูง รวมถึงโรคอ้วน 

ในปี ค.ศ. 2008 องค์การอนามัยโลก (WHO) ประมาณการณ์ว่า ร้อยละ 39 ของประชากรโลกมีภาวะคอเลสเตอรอลสูง โดยพบในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย (ร้อยละ 37 ในเพศชาย และร้อยละ 40 ในเพศหญิง) ภาวะนี้พบมากในประเทศที่มีรายได้สูง เช่น ร้อยละ 53.7 สำหรับประชากรในกลุ่มประเทศยุโรป และ ร้อยละ 47.7 ในประเทศสหรัฐอเมริกา อย่างไรก็ตาม จากการศึกษาล่าสุด พบว่า ระดับค่าเฉลี่ยของคอเลสเตอรอลรวมในประชากรของประเทศเหล่านี้เริ่มลดลง ส่วนหนึ่งมาจากการลดลงของไขมันไม่ดี (non-HDL) และการเพิ่มขึ้นของ HDL เฉลี่ย 

สำหรับในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้น WHO รายงานว่า พบความชุกของไขมันในเลือดผิดปกติน้อยกว่าประเทศทางตะวันตก โดยอยู่ที่ประมาณร้อยละ 30.3 อย่างไรก็ตาม ความชุกของโรคในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจะแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ เช่น ประเทศอินโดนีเซียพบร้อยละ 9 ขณะที่ประเทศฟิลิปปินส์พบสูงถึงร้อยละ 46 

ในประเทศมาเลเซีย พบว่าประชากรทั้งในเมืองและชนบทมีอัตราการเกิดภาวะคอเลสเตอรอลสูงพอ ๆ กันที่ประมาณร้อยละ 38 โดยเฉพาะในกลุ่มวัยหนุ่มสาวอายุ 30–34 ปี ซึ่งพบมากถึงร้อยละ 27.9 
ในประเทศฟิลิปปินส์ พบว่า ร้อยละ 72 ของผู้ใหญ่ที่สำรวจมีความผิดปกติของไขมันในเลือดอย่างน้อยหนึ่งประเภท โดยร้อยละ 7.8–47.2 มีภาวะ LDL-C สูง, ร้อยละ 13.9–38.6 มีภาวะไตรกลีเซอไรด์สูง, และร้อยละ 10–71.3 มีภาวะ HDL-C ต่ำ 

พยาธิสรีรวิทยา

ไขมันทั้งหมดในเลือดจะอยู่ในรูปของไลโพโปรตีน ซึ่งมีอยู่ 5 ชนิด ได้แก่ ไคโลไมครอน (Chylomicrons), ไลโพโปรตีนความหนาแน่นปานกลาง (intermediate-density lipoprotein cholesterol; IDL-C), ไลโพโปรตีนความหนาแน่นต่ำมาก (very-low-density lipoprotein cholesterol; VLDL-C), ไลโพโปรตีนความหนาแน่นต่ำ (low-density lipoprotein cholesterol; LDL-C) และไลโพโปรตีนความหนาแน่นสูง (high-density lipoprotein cholesterol; HDL-C) 

ในจำนวนนี้ ไคโลไมครอนเป็นไลโพโปรตีนที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ทำหน้าที่ขนส่งไขมันในอาหารจากลำไส้ไปยังตับ ซึ่งตับจะเปลี่ยนให้กลายเป็นไลโพโปรตีนซึ่งมีขนาดเล็กลงคือ IDL-C 

VLDL-C ที่ผลิตจากตับ ทำหน้าที่ขนส่งไตรกลีเซอไรด์ที่ร่างกายสร้างขึ้นเอง และ VLDL-C นี้มีคอเลสเตอรอลเป็นส่วนประกอบประมาณร้อยละ 10–15 ท้ายที่สุดแล้ว VLDL-C นี้จะเปลี่ยนเป็น LDL-C ซึ่งถือเป็นไขมันร้ายที่ก่อให้เกิดคราบไขมันในหลอดเลือด (atherogenic) มากที่สุด และพาไขมันรวมร้อยละ 60–70 ไปสู่ส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย อย่างไรก็ตาม หากระดับ VLDL-C สูงเกิน 200 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร ก็สามารถทำให้เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจได้ แม้ไม่เกี่ยวกับระดับ LDL-C โดยตรง และในทางตรงกันข้าม HDL-C เป็นไขมันดีที่ช่วยป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด 

สาเหตุการเกิดโรค

ไขมันในเลือดผิดปกติเป็นหนึ่งใน 5 ปัจจัยเสี่ยงหลักในการเกิดโรคทางหลอดเลือดหัวใจและกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด โดยอาจเกิดจากหลายปัจจัย ได้แก่: 
  • พฤติกรรมการรับประทาน 
    การรับประทานไขมันอิ่มตัวหรือไขมันทรานส์มากเกินไป จะทำให้ระดับ LDL-C สูงขึ้น การรับประทานคาร์โบไฮเดรตขัดสีและน้ำตาลมากเกินไป จะทำให้ระดับไตรกลีเซอไรด์สูงขึ้น  นอกจากนี้ยังมีความเกี่ยวข้องกับการเกิดภาวะดื้อต่ออินซูลินของผู้ป่วย และยังส่งผลเสียต่อไขมันชนิดต่าง ๆ (LDL-C, ขนาดของ LDL-C, VLDL, HDL-C, และ การทำงานของ HDL-C) การอักเสบในหลอดเลือด ภาวะเครียดจากออกซิเดชัน (oxidative stress) และภูมิคุ้มกันในหลอดเลือด  
  • สาเหตุจากโรคอื่น 
    สภาวะหรือโรคต่าง ๆ ที่อาจเป็นสาเหตุทำให้เกิดภาวะไขมันในเลือดผิดปกติ ได้แก่ โรคตับคั่งน้ำดี (cholestatic liver disease), เบาหวาน, โรคไต (เช่น กลุ่มอาการโปรตีนรั่วในปัสสาวะ, ไตเรื้อรัง), ภาวะพร่องฮอร์โมนไทรอยด์ และโรคอ้วน นอกจากนี้ยังรวมถึงการสูบบุหรี่ ยาบางชนิด (เช่น beta blockers, ยาขับปัสสาวะกลุ่ม thiazide, สเตียรอยด์, ฮอร์โมนเอสโตรเจน), สารพิษ และโลหะหนัก 
  • สาเหตุจากพันธุกรรม 
    สาเหตุทางพันธุกรรมอาจเกิดจากความผิดปกติทางพันธุกรรมแบบยีนเดี่ยว (monogenic) หรือหลายยีน (polygenic) โดยผู้ป่วยที่มีไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูง มักเกิดจากความผิดปกติของยีนหลายตัวมากกว่ายีนตัวเดียว 
    ในโรคไขมันในเลือดผิดปกติแบบกรรมพันธุ์ชนิดผสม (familial combined hyperlipidemia; FCHL) ตับจะสร้างอนุภาคที่มี Apolipoprotein B (ApoB)-100 มากเกินไป เช่น VLDL-C และ LDL-C ทำให้ระดับคอเลสเตอรอล, LDL-C, ไตรกลีเซอไรด์ และ ApoB สูงขึ้น 

การจำแนกโรค

ภาวะคอเลสเตอรอลในเลือดสูง (Hypercholesterolemia) 
ภาวะคอเลสเตอรอลในเลือดสูง หมายถึงภาวะที่ผู้ป่วยมีระดับ LDL-C, TC และ LDL-C สูงกว่าปกติ 

ภาวะไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูง (Hypertriglyceridemia)
ภาวะไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูง คือ ภาวะที่มีไลโพโปรตีนชนิดความหนาแน่นต่ำมาก (VLDL) และไตรกลีเซอไรด์ (TG) อยู่ในระดับที่สูงมาก ซึ่งระดับที่เหมาะสมของไตรกลีเซอไรด์ คือ น้อยกว่า 150 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร (น้อยกว่า1.7 มิลลิโมลต่อลิตร) 
  • ภาวะไตรกลีเซอไรด์สูงปานกลางถึงสูง: ระดับไตรกลีเซอไรด์ ระหว่าง 150–499 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร (1.7–5.6 มิลลิโมลต่อลิตร) 
  • ภาวะไตรกลีเซอไรด์สูงรุนแรงหรือสูงมาก: ระดับไตรกลีเซอไรด์มากกว่าหรือเท่ากับ 500 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร (มากกว่า 5.6 มิลลิโมลต่อลิตร) 
    ปัจจัยที่เป็นสาเหตุ ได้แก่ พันธุกรรม โรคอ้วน เบาหวานชนิดที่ 2 อาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตสูง โรคไต และยาบางชนิด (เช่น corticosteroids, tamoxifen, ciclosporin, estrogens, protease inhibitors, isotretinoin) 

ภาวะไขมันในเลือดผิดปกติชนิดผสม (Combined Dyslipidemia) 
ภาวะไขมันในเลือดผิดปกติชนิดผสม หมายถึง ภาวะที่ผู้ป่วยมีระดับ LDL-C, VLDL-C, TC, LDL-C และ TG สูง