Influenza โรคไข้หวัดใหญ่ Drug Summary

Last updated: 11 May 2026

ยาแก้ปวดที่ไม่ใช่กลุ่มโอปิออยด์ และยาลดไข้

 ยา ขนาดยา   หมายเหตุ
 Paracetamol1
(Acetaminophen)
 325-1,000 มก. รับประทาน ทุก 4-8 ชั่วโมง
 ขนาดยาสูงสุด: 4 กรัม/วัน
 อาการไม่พึงประสงค์
  • พบได้น้อยและมักไม่รุนแรง โดยอาจเกิดปฏิกิริยาภูมิไวเกิน (hypersensitivity reactions) ได้ไม่บ่อย
  • มีรายงานความผิดปกติทางโลหิตวิทยา ได้แก่ ภาวะเกล็ดเลือดต่ำ (thrombocytopenia), ภาวะเม็ดเลือดขาวต่ำ (leukopenia), ภาวะเม็ดเลือดทุกชนิดต่ำ (pancytopenia) และภาวะเม็ดเลือดขาวแกรนูโลไซต์ต่ำรุนแรง (agranulocytosis)
 ข้อแนะนำในการใช้ยา
  • ควรใช้ด้วยความระมัดระวังในผู้ป่วยที่มีการทำงานของไตหรือตับบกพร่อง และผู้ป่วยที่มีภาวะติดแอลกอฮอล์
1หมายเหตุ: มีผลิตภัณฑ์ยาสูตรผสมหลายชนิดวางจำหน่าย ควรตรวจสอบรูปแบบยาและข้อมูลการสั่งใช้ยาล่าสุดจาก MIMS ก่อนสั่งใช้ยา

ยาต้านไวรัส

 ยา ขนาดยา   หมายเหตุ
 M2 Inhibitors
 Amantadine การป้องกันและการรักษาโรคไข้หวัดใหญ่ชนิด A:

100 มก. รับประทาน ทุก 12 ชั่วโมง หรือ 100-200 มก. รับประทาน ทุก 24 ชั่วโมง
อายุ ≥65 ปี: 100 มก. รับประทาน ทุก 24 ชั่วโมง
ระยะเวลาการรักษาเพื่อการป้องกันโรค:
ใช้ต่อเนื่องตราบเท่าที่ยังมีความจำเป็นต้องป้องกันการติดเชื้อ
ระยะเวลาการรักษา:4-5 วัน
หยุดยาโดยเร็วที่สุดตามความเหมาะสมทางคลินิก หรือภายใน 24-48 ชั่วโมงหลังอาการของโรคหายเป็นปกติแล้ว
 อาการไม่พึงประสงค์
  • อาการทางระบบประสาทส่วนกลางเล็กน้อย (กระวนกระวาย, ไม่มีสมาธิ, เวียนศีรษะ, นอนไม่หลับ, ฝันร้าย, ปวดศีรษะ); อาการทางระบบประสาทส่วนกลางอื่น ๆ ที่พบได้บ่อยกว่าในผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยที่มีการทำงานของไตบกพร่อง (อาการทางจิต, ประสาทหลอน และสับสน)
  • พบน้อยกว่า ได้แก่ ความดันโลหิตต่ำเมื่อเปลี่ยนท่า (orthostatic hypotension), ปัสสาวะคั่ง, อ่อนเพลีย, คลื่นไส้
 ข้อแนะนำในการใช้ยา
  • การป้องกันโรค: เริ่มใช้ยาก่อนการสัมผัสโรคที่คาดว่าจะเกิดขึ้น และใช้ต่อเนื่องตลอดช่วงการระบาด หรือเป็นเวลา 2-3 สัปดาห์หลังได้รับวัคซีน
  • ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A: ควรเริ่มการรักษาภายใน 48 ชั่วโมงหลังเริ่มมีอาการ
  • ห้ามใช้ในผู้ป่วยที่มีโรคไตรุนแรง มีประวัติโรคลมชัก หรือแผลในทางเดินอาหาร
  • ใช้ด้วยความระมัดระวังในผู้ป่วยที่มีโรคหัวใจและหลอดเลือดหรือโรคตับ การทำงานของไตบกพร่อง มีประวัติเป็นโรคผื่นผิวหนังอักเสบ (eczema) หรืออาการทางจิต 
  • ผู้สูงอายุและผู้ป่วยที่มีการกำจัดยาทางไตลดลงอาจไวต่ออาการไม่พึงประสงค์จากฤทธิ์ต้านมิวสคารินิก (antimuscarinic adverse reactions) มากขึ้น
 Rimantadine การป้องกันและการรักษาไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A:
100 มก. รับประทาน ทุก 12 ชั่วโมง
อายุ ≥65 ปี: 100 มก. รับประทาน ทุก 24 ชั่วโมง
ระยะเวลาการรักษาเพื่อการป้องกันโรค:
ใช้ต่อเนื่องตราบเท่าที่ยังมีความจำเป็นต้องป้องกันการติดเชื้อ
ระยะเวลาการรักษา: 3-5 วัน
หยุดยาโดยเร็วที่สุดตามความเหมาะสมทางคลินิก หรือภายใน 24-48 ชั่วโมงหลังโรคทุเลาลงแล้ว
 อาการไม่พึงประสงค์
  • มักมีความรุนแรงน้อยและพบไม่บ่อย: อาการทางระบบทางเดินอาหาร (คลื่นไส้/อาเจียน, เบื่ออาหาร); อาการทางระบบประสาทส่วนกลาง (ปวดศีรษะ, กระวนกระวาย, นอนไม่หลับ, มีสมาธิลำบาก)
 ข้อแนะนำในการใช้ยา
  • การรักษาไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A: ควรเริ่มการรักษาภายใน 48 ชั่วโมงหลังเริ่มมีอาการ
  • ใช้ด้วยความระมัดระวังในผู้ป่วยโรคลมชัก
  • โดยทั่วไปจำเป็นต้องลดขนาดยาลงในผู้ป่วยที่มีการทำงานของไตหรือตับบกพร่องรุนแรง และในผู้สูงอายุ
 Neuraminidase Inhibitors
 Oseltamivir การป้องกันไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A หรือ B ระหว่างการระบาด: 
75 มก. รับประทาน ทุก 24 ชั่วโมง นานสูงสุด 6 สัปดาห์
การป้องกันหลังสัมผัสโรคของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A หรือ B: 
75 มก. รับประทาน ทุก 24 ชั่วโมง เป็นเวลา 10 วัน
การรักษาไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A หรือ B: 
75 มก. รับประทาน ทุก 12 ชั่วโมง เป็นเวลา 5 วัน
 อาการไม่พึงประสงค์
  • โดยทั่วไปทนต่อยาได้ดี; อาการทางระบบทางเดินอาหาร (คลื่นไส้/อาเจียน, ท้องเสีย); อาการทางระบบทางเดินหายใจ (หลอดลมอักเสบ); อาการทางระบบประสาทส่วนกลาง (นอนไม่หลับ, เวียนศีรษะ, ปวดศีรษะ)
 ข้อแนะนำในการใช้ยา
  • การรักษาไข้หวัดใหญ่: ควรเริ่มการรักษาภายใน 48 ชั่วโมงหลังเริ่มมีอาการ
  • ใช้ด้วยความระมัดระวังและลดขนาดยาในผู้ป่วยที่มีภาวะไตวายระดับปานกลางถึงรุนแรง
  • ติดตามการเปลี่ยนแปลงด้านพฤติกรรมอย่างใกล้ชิดตลอดระยะเวลาการรักษา
 Peramivir การรักษาไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A หรือ B:
600 มก. ฉีดเข้าหลอดเลือดดำแบบหยด เป็นเวลา 15-30 นาที ให้เพียงครั้งเดียว (single dose)
 อาการไม่พึงประสงค์
  • อาการทางผิวหนัง (Stevens-Johnson syndrome, ผิวหนังอักเสบชนิดลอกเป็นขุย, ผื่น, ปฏิกิริยาบริเวณตำแหน่งฉีดยา); อาการทางระบบประสาทส่วนกลาง (พฤติกรรมผิดปกติ, ประสาทหลอน); อาการทางระบบทางเดินอาหาร (ท้องเสีย)
 ข้อแนะนำในการใช้ยา
  • ควรเริ่มการรักษาภายใน 48 ชั่วโมงหลังเริ่มมีอาการ
  • หยุดยาเมื่อเกิดภาวะแอนาฟิแล็กซิสรุนแรง (severe anaphylactic reactions) หรือปฏิกิริยาทางผิวหนังที่รุนแรง
  • ควรหลีกเลี่ยงการใช้ร่วมกับ LAIV (live attenuated influenza vaccine)
 Zanamivir การป้องกันไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A หรือ B ตามฤดูกาล:
สูดพ่นทางปาก 2 ครั้ง (2 × 5 มก.) ทุก 24 ชั่วโมง นานสูงสุด 28 วัน
การป้องกันหลังสัมผัสโรคของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A หรือ B:
สูดพ่นทางปาก 2 ครั้ง (2 × 5 มก.) ทุก 24 ชั่วโมง เป็นเวลา 10 วัน
การรักษาไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A หรือ B:
สูดพ่นทางปาก 2 ครั้ง (2 × 5 มก.) ทุก 12 ชั่วโมง เป็นเวลา 5 วัน
 อาการไม่พึงประสงค์
  • โดยทั่วไปทนต่อยาได้ดี; อาการทางระบบทางเดินหายใจ (ไอ, หลอดลมอักเสบ, หลอดลมหดเกร็งเฉียบพลัน, การทำงานของระบบทางเดินหายใจลดลง ซึ่งพบในผู้ป่วยที่มีประวัติโรคทางเดินหายใจ และพบได้น้อยในผู้ป่วยที่ไม่มีประวัติโรคทางเดินหายใจ); อาการอื่น ๆ (อาการทางจมูก, ปวดศีรษะ, เวียนศีรษะ, อาการทางระบบทางเดินอาหาร)
 ข้อแนะนำในการใช้ยา
  • ควรให้ยาสูดพ่น (เช่น ยารักษาโรคหืด) ก่อนการให้ยานี้
  • การป้องกันโรค: ควรให้ยาในเวลาใกล้เคียงกันของแต่ละวัน
  • การรักษาไข้หวัดใหญ่: ควรเริ่มการรักษาภายใน 48 ชั่วโมงหลังเริ่มมีอาการ
  • ใช้ด้วยความระมัดระวังเป็นอย่างยิ่งในผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจเรื้อรัง เนื่องจากอาจมีความเสี่ยงต่อภาวะหลอดลมหดเกร็ง
    • หากใช้ยาในผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) หรือโรคหืด ควรมียาขยายหลอดลมชนิดออกฤทธิ์เร็วพร้อมใช้ระหว่างการรักษา
  • หากผู้ป่วยมีภาวะหลอดลมหดเกร็ง ควรหยุดยาและไปพบแพทย์ทันที
 ยาต้านไวรัสอื่นๆ
Inosine pranobex
(Inosine dimepranol acedoben, Methisoprinol, Inosiplex)
50-100 มก./กก. ของน้ำหนักตัว รับประทาน แบ่งให้ 4-6 ครั้งต่อวัน
 อาการไม่พึงประสงค์
  • ปวดศีรษะ, คลื่นไส้/อาเจียน, ปวดข้อ (arthralgia), อ่อนเพลีย, เวียนศีรษะ, อาการคัน (pruritus), ผื่นผิวหนัง และค่าการทำงานของตับ (LFTs) สูงขึ้น; อาจทำให้ระดับกรดยูริกในปัสสาวะและ/หรือในซีรัมเพิ่มขึ้นชั่วคราว
 ข้อแนะนำในการใช้ยา
  • ใช้ด้วยความระมัดระวังในผู้ป่วยที่มีการทำงานของไตบกพร่อง, โรคเกาต์ หรือภาวะกรดยูริกในเลือดสูง (hyperuricemia)
 Polymerase Acidic Endonuclease Inhibitors
 Baloxavir marboxil การป้องกันและการรักษาไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A หรือ B:
40-<80 กก.: 40 มก. รับประทาน ครั้งเดียว
≥80 กก.: 80 มก. รับประทาน ครั้งเดียว
 อาการไม่พึงประสงค์
  • อาการทางระบบทางเดินอาหาร (คลื่นไส้, ท้องเสีย); อาการอื่น ๆ (ปวดศีรษะ, คอและจมูกอักเสบ, หลอดลมอักเสบ)
 ข้อแนะนำในการใช้ยา
  • ควรเริ่มการรักษาภายใน 48 ชั่วโมงหลังเริ่มมีอาการ
  • อาจมีการติดเชื้อแบคทีเรียรุนแรงร่วมด้วยหรือเกิดเป็นภาวะแทรกซ้อนของไข้หวัดใหญ่ และควรได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม
  • หลีกเลี่ยงการรับประทานผลิตภัณฑ์นมและเครื่องดื่มที่เสริมแคลเซียม รวมถึงการใช้ยาระบาย ยาลดกรด หรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารชนิดรับประทานที่มีแคตไอออนหลายประจุ (เช่น แคลเซียม, เหล็ก, แมกนีเซียม, ซีลีเนียม, สังกะสี) ร่วมกันกับยานี้
 Favipiravir 1,600 มก. รับประทาน ทุก 12 ชั่วโมง ในวันที่ 1 ตามด้วย 600 มก. รับประทาน ทุก 12 ชั่วโมง เป็นเวลา 4 วัน
ระยะเวลาการรักษารวม: 5 วัน
 อาการไม่พึงประสงค์
  • ช็อก, ภาวะแอนาฟิแล็กซิส (anaphylaxis), ปอดอักเสบ (pneumonia), การทำงานของตับผิดปกติ, ลำไส้ใหญ่อักเสบชนิดมีเลือดออก (hemorrhagic colitis), ภาวะผิวหนังชั้นนอกหลุดลอกรุนแรง (toxic epidermal necrolysis), Stevens-Johnson syndrome, ไตบาดเจ็บเฉียบพลัน (acute kidney injury), อาการทางระบบประสาทและอาการทางจิตเวช, จำนวนเม็ดเลือดขาว, นิวโทรฟิล และเกล็ดเลือดลดลง
 ข้อแนะนำในการใช้ยา
  • ใช้ด้วยความระมัดระวังในผู้ป่วยที่มีการทำงานของตับบกพร่อง, โรคเกาต์ หรือภาวะกรดยูริกในเลือดสูง (hyperuricemia), มีพฤติกรรมผิดปกติรุนแรงจนเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุจากการพลัดตกหกล้ม
  • ห้ามใช้ในสตรีที่ทราบหรือสงสัยว่าตั้งครรภ์

ยาแก้ไอและหวัด

 ยา ขนาดยา   หมายเหตุ
 Acetylcysteine
(N-acetylcysteine)
 200 มก. รับประทาน ทุก 8-12 ชั่วโมง
หรือ
600 มก. รับประทาน ทุก 24 ชั่วโมง
 อาการไม่พึงประสงค์
  • อาการทางระบบทางเดินอาหาร (ไม่สบายท้อง, คลื่นไส้ และอาเจียน); ปฏิกิริยาภูมิไวเกิน (หลอดลมหดเกร็ง, ผื่น); อาการอื่น ๆ (ความดันโลหิตต่ำ)
 ข้อแนะนำในการใช้ยา
  • ใช้ด้วยความระมัดระวังในผู้ป่วยที่มีแผลในกระเพาะอาหารหรือแผลที่ลำไส้เล็กส่วนต้น
 Bromhexine  8-16 มก. รับประทาน ทุก 6-8 ชั่วโมง
 Diphenhydramine  25-50 มก. รับประทาน ทุก 6-8 ชั่วโมง
 อาการไม่พึงประสงค์
  • อาการทางระบบทางเดินอาหาร (ความผิดปกติของระบบทางเดินอาหาร, เบื่ออาหาร หรืออยากอาหารเพิ่มขึ้น); อาการทางระบบประสาทส่วนกลาง (ง่วงนอน, ปวดศีรษะ, อาการชักคล้ายโรคลมชัก [epileptiform seizures]); อาการอื่น ๆ (ตาพร่ามัว, ปัสสาวะลำบาก, ปากแห้ง, แน่นหน้าอก, ความดันโลหิตต่ำ, กล้ามเนื้ออ่อนแรง, หูอื้อ, ไวต่อแสง)
 ข้อแนะนำในการใช้ยา
  • ใช้ด้วยความระมัดระวังในผู้ป่วยต้อหินมุมแคบ (narrow-angle glaucoma), ภาวะปัสสาวะคั่ง, ต่อมลูกหมากโต
  • ห้ามใช้ในผู้ป่วยที่มีอาการหอบหืดกำเริบเฉียบพลัน
  • อาจทำให้ความสามารถในการขับขี่ยานพาหนะหรือการใช้เครื่องจักรลดลง
 สารสกัดใบไอวี่แห้ง (Hedera helix)¹  5-7.5 มล. รับประทาน ทุก 8 ชั่วโมง
 อาการไม่พึงประสงค์
  • พบน้อย อาจมีฤทธิ์เป็นยาระบายเนื่องจากมีส่วนประกอบของ sorbitol
 ข้อแนะนำในการใช้ยา
  • ใช้ด้วยความระมัดระวังในผู้ป่วยที่ไม่ทนต่อฟรุกโตส (fructose intolerance) หรือซอร์บิทอล (sorbitol intolerance)
 Guaifenesin¹  ชนิดออกฤทธิ์ปกติ:
100-200 มก. รับประทาน ทุก 6-8 ชั่วโมง หรือ 200-400 มก. รับประทาน ทุก 4 ชั่วโมง
 ชนิดออกฤทธิ์นาน:
600-1,200 มก. รับประทาน ทุก 12 ชั่วโมง
 ขนาดยาสูงสุด: 2,400 มก./วัน
 อาการไม่พึงประสงค์
  • อาการทางระบบทางเดินอาหาร (ไม่สบายท้อง, คลื่นไส้ และอาเจียน)
 ข้อแนะนำในการใช้ยา
  • ใช้ด้วยความระมัดระวังในผู้ป่วยที่มีอาการไอเรื้อรังหรือไอเป็นเวลานาน, โรคหืด, หลอดลมอักเสบเรื้อรัง หรือถุงลมโป่งพอง
  • หยุดใช้ยาหากอาการไอยังคงอยู่เกิน 7 วัน ร่วมกับมีไข้ ผื่น หรือปวดศีรษะอย่างต่อเนื่อง
 ใบคนทีเขมา (Vitex negundo L.)  300-600 มก. รับประทาน ทุก 6-8 ชั่วโมง
 อาการไม่พึงประสงค์
  • อาการทางระบบทางเดินอาหาร (คลื่นไส้และอาเจียน, ท้องเสีย); อาการอื่น ๆ (อาการคัน)
 ข้อแนะนำในการใช้ยา
  • สามารถรับประทานพร้อมอาหารหรือไม่พร้อมอาหารก็ได้
 Levodropropizine  60 มก. รับประทาน ทุก 6-8 ชั่วโมง
 อาการไม่พึงประสงค์
  • อาการทางระบบประสาทส่วนกลาง (ง่วงซึม, เป็นลม, ระดับความรู้สึกตัวลดลง, เวียนศีรษะ, ปวดศีรษะ); อาการอื่น ๆ (ใจสั่น, ความผิดปกติของระบบทางเดินอาหาร)
 ข้อแนะนำในการใช้ยา
  • ใช้ด้วยความระมัดระวังในผู้ป่วยที่มีเสมหะมาก, การทำงานของระบบกำจัดเสมหะโดยบกพร่อง, การทำงานของตับผิดปกติ, ภาวะไตบกพร่อง และโรคเบาหวาน
 Pholcodine  5-10 มก. รับประทาน ทุก 6-8 ชั่วโมง หรือ 10-15 มก. รับประทาน ทุก 8-10 ชั่วโมง
 อาการไม่พึงประสงค์
  • อาการทางระบบประสาทส่วนกลาง (ง่วงนอน, กระสับกระส่าย, ตื่นเต้นผิดปกติ, การเคลื่อนไหวไม่ประสานกัน [ataxia]); อาการทางระบบทางเดินอาหาร (คลื่นไส้และอาเจียน); อาการอื่น ๆ (ภาวะกดการหายใจ)
 ข้อแนะนำในการใช้ยา
  • ใช้ด้วยความระมัดระวังในผู้ป่วยที่มีปริมาณสำรองการหายใจลดลง, โรคหืด, และการทำงานของตับบกพร่อง
¹มีผลิตภัณฑ์ยาสูตรผสมหลายชนิดวางจำหน่าย โปรดศึกษาข้อมูลรูปแบบยาและข้อมูลการสั่งใช้ยาล่าสุดจาก MIMS

Nonsteroidal Anti-Inflammatory Drug (NSAIDs)

 ยา ขนาดยา   หมายเหตุ
 Ibuprofen  200-400 มก. รับประทาน ทุก 4-6 ชั่วโมง
 ขนาดยาสูงสุด: 1.2 กรัม/วัน
 อาการไม่พึงประสงค์
  • อาการทางระบบทางเดินอาหาร (ไม่สบายท้อง, คลื่นไส้, ท้องเสีย รวมถึงมีความเสี่ยงต่อการเกิดเลือดออกและแผลในทางเดินอาหาร)
  • อาการทางระบบโลหิตวิทยา (ยับยั้งการเกาะกลุ่มของเกล็ดเลือด ซึ่งสามารถกลับคืนสู่ภาวะปกติได้ ยกเว้นในกรณีของ Aspirin)
  • อาการอื่น ๆ (Reye’s syndrome มีความสัมพันธ์กับการใช้ Aspirin)
 ข้อแนะนำในการใช้ยา
  • ควรรับประทานพร้อมอาหาร หลังอาหาร นม หรือยารักษาแผลในกระเพาะอาหาร เพื่อป้องกันอาการไม่พึงประสงค์ต่อระบบทางเดินอาหาร
  • หลีกเลี่ยงการใช้ในผู้ป่วยที่มีแผลในกระเพาะอาหาร, มีภาวะภูมิไวเกินต่อ Aspirin หรือ NSAIDs ชนิดอื่น รวมทั้งผู้ที่เคยมีอาการหอบหืด, ภาวะแองจิโออีดีมา (angioedema), ลมพิษ หรือโรคจมูกอักเสบ (rhinitis) ที่กระตุ้นโดย Aspirin หรือ NSAIDs ชนิดอื่น
  • ใช้ด้วยความระมัดระวังในผู้ป่วยความดันโลหิตสูง, การทำงานของไตบกพร่อง, การทำงานของตับบกพร่อง หรือการทำงานของหัวใจบกพร่อง

วัคซีน

 ยา  ขนาดยา หมายเหตุ 
 วัคซีนไข้หวัดใหญ่ชนิดเชื้อตาย¹˒²(สายพันธุ์ของไวรัสไข้หวัดใหญ่ชนิด A และ B กำหนดเป็นประจำทุกปีโดยองค์การอนามัยโลก [WHO] ตามข้อมูลการเฝ้าระวังโรค)
  • วัคซีนไข้หวัดใหญ่ชนิด 3 สายพันธุ์ (Trivalent influenza vaccine): ประกอบด้วยไวรัสไข้หวัดใหญ่ชนิด A 2 สายพันธุ์ และชนิด B 1 สายพันธุ์
  • วัคซีนไข้หวัดใหญ่ชนิด 4 สายพันธุ์ (Quadrivalent influenza vaccine): ประกอบด้วยไวรัสไข้หวัดใหญ่ชนิด A 2 สายพันธุ์ และชนิด B 2 สายพันธุ์
  • วัคซีนไข้หวัดใหญ่ชนิด 3 สายพันธุ์หรือ 4 สายพันธุ์ขนาดสูง
 0.5 มล. ฉีดเข้ากล้ามเนื้อ (IM) หรือฉีดเข้าใต้ผิวหนังชั้นลึก (deep SC) ปีละ 1 ครั้ง

ขนาดยาและวิธีการให้ยา (ฉีดเข้ากล้ามเนื้อ [IM] หรือฉีดเข้าใต้ผิวหนังชั้นลึก [deep SC]) ขึ้นอยู่กับรูปแบบผลิตภัณฑ์

โปรดตรวจสอบขนาดยาจากเอกสารกำกับยา
 อาการไม่พึงประสงค์
  • อาการเฉพาะที่ (ปวดบริเวณตำแหน่งที่ฉีด); อาการทางระบบประสาทส่วนกลาง (ปวดศีรษะ); อาการอื่น ๆ (ความผิดปกติของระบบทางเดินอาหาร, กลุ่มอาการทางตาและระบบทางเดินหายใจ [oculorespiratory syndrome], ไข้, อ่อนเพลีย)
 ข้อแนะนำในการใช้ยา
  • วัคซีนไข้หวัดใหญ่ขนาดสูงมีข้อบ่งใช้ในผู้ที่มีอายุ ≥65 ปี
  • ห้ามใช้ในผู้ที่มีประวัติแพ้อย่างรุนแรงต่อส่วนประกอบใด ๆ ของวัคซีน
  • ใช้ด้วยความระมัดระวังในผู้ที่มีประวัติกลุ่มอาการกิลแลง-บาร์เร (Guillain-Barré syndrome)
 วัคซีนไข้หวัดใหญ่ชนิดเชื้อเป็นฤทธิ์อ่อน (Live attenuated influenza vaccine [LAIV])
(สายพันธุ์ของไวรัสไข้หวัดใหญ่ชนิด A และ B กำหนดเป็นประจำทุกปีโดยองค์การอนามัยโลก [WHO] ตามข้อมูลการเฝ้าระวังโรค)
 ใช้เฉพาะในบุคคลที่มีสุขภาพแข็งแรง: พ่นยา 0.1 mL เข้าทางรูจมูกแต่ละข้าง ครั้งเดียว
 อาการไม่พึงประสงค์
  • อาการทางระบบทางเดินหายใจ (น้ำมูกไหล, คัดจมูก, ไอ); อาการทางระบบประสาทส่วนกลาง (ปวดศีรษะ); อาการอื่น ๆ (ไข้)
 ข้อแนะนำในการใช้ยา
  • ห้ามให้ยาโดยการฉีด
  • ห้ามใช้ในผู้ที่มีประวัติแพ้อย่างรุนแรงต่อส่วนประกอบใด ๆ ของวัคซีน, สตรีมีครรภ์ หรือผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องรุนแรง
  • หลีกเลี่ยงการใช้ยาต้านไวรัสในช่วง 48 ชั่วโมงก่อนการฉีดวัคซีน และ 14 วันหลังการฉีดวัคซีน
  • ใช้ด้วยความระมัดระวังในผู้ป่วยที่มีอาการเจ็บป่วยเฉียบพลันระดับปานกลางถึงรุนแรง, มีประวัติกลุ่มอาการกิลแลง-บาร์เร (Guillain-Barré syndrome; GBS) และผู้ที่มีการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องในการใช้ยา
 
 วัคซีนไข้หวัดใหญ่ชนิดรีคอมบิแนนท์
(สายพันธุ์ของไวรัสไข้หวัดใหญ่ชนิด A และ B กำหนดเป็นประจำทุกปีโดยองค์การอนามัยโลก [WHO] ตามข้อมูลการเฝ้าระวังโรค)
  • วัคซีนไข้หวัดใหญ่ชนิด 3 สายพันธุ์ (Trivalent influenza vaccine): ประกอบด้วยไวรัสไข้หวัดใหญ่ชนิด A 2 สายพันธุ์ และชนิด B 1 สายพันธุ์
  • วัคซีนไข้หวัดใหญ่ชนิด 4 สายพันธุ์ (Quadrivalent influenza vaccine): ประกอบด้วยไวรัสไข้หวัดใหญ่ชนิด A 2 สายพันธุ์ และชนิด B 2 สายพันธุ์
 0.5 มล. ฉีดเข้ากล้ามเนื้อ (IM) ปีละ 1 ครั้ง
 อาการไม่พึงประสงค์
  • อาการเฉพาะที่ (ปวดหรือเจ็บบริเวณตำแหน่งที่ฉีด); อาการทางระบบประสาทส่วนกลาง (ปวดศีรษะ); อาการอื่น ๆ (ปวดกล้ามเนื้อ, อ่อนเพลีย, ไข้)
 ข้อแนะนำในการใช้ยา
  • ห้ามใช้ในผู้ที่มีประวัติแพ้อย่างรุนแรงต่อส่วนประกอบใด ๆ ของวัคซีน
  • เลื่อนการฉีดวัคซีนออกไปในผู้ป่วยที่มีภาวะเจ็บป่วยเฉียบพลันร่วมกับมีไข้
  • ใช้ด้วยความระมัดระวังในผู้ป่วยที่มีภาวะเกล็ดเลือดต่ำหรือมีความผิดปกติของการแข็งตัวของเลือด
 วัคซีนไข้หวัดใหญ่ชนิดแอนติเจนบนผิวไวรัสชนิดเชื้อตาย ร่วมกับสารเสริมฤทธิ์ MF59C.1(Adjuvanted vaccine)  ผู้สูงอายุอายุ ≥65 ปี: 0.5 มล. ฉีดเข้ากล้ามเนื้อ (IM) บริเวณกล้ามเนื้อเดลทอยด์ ให้เพียงครั้งเดียว (single dose)
 อาการไม่พึงประสงค์
  • อาการเฉพาะที่ (รอยแดง บวม ปวด รอยช้ำ [ecchymosis] และแข็งบริเวณตำแหน่งที่ฉีด [induration]); อาการอื่น ๆ (ไข้, อ่อนเพลีย, หนาวสั่น, ปวดศีรษะ, เหงื่อออก, ปวดกล้ามเนื้อ และปวดข้อ)
 ข้อแนะนำในการใช้ยา
  • ห้ามฉีดเข้าหลอดเลือด
  • ห้ามใช้ในผู้ป่วยที่แพ้ยากลุ่ม aminoglycosides, formaldehyde,  cetyltrimethylammonium bromide และ polysorbate 80
  • เลื่อนการให้วัคซีนออกไปในผู้ป่วยที่มีภาวะเจ็บป่วยร่วมกับมีไข้หรือมีการติดเชื้อเฉียบพลัน
¹วัคซีนไข้หวัดใหญ่มีจำหน่ายในรูปแบบวัคซีนรวมร่วมกับวัคซีนคอตีบ บาดทะยัก ไอกรน ไวรัสตับอักเสบบี และ/หรือโปลิโอ โปรดศึกษาข้อมูลรูปแบบยาและข้อมูลการสั่งใช้ยาล่าสุดจาก MIMS
²มีวัคซีนไข้หวัดใหญ่ชนิดเชื้อตายหลายรูปแบบ (เช่น inactivated split virion, inactivated surface antigen, whole-virion และ virosomal adjuvanted) โปรดศึกษาข้อมูลรูปแบบยาและข้อมูลการสั่งใช้ยาล่าสุดจาก MIMS

Disclaimer

คำแนะนำขนาดยาทั้งหมดนี้ใช้สำหรับสตรีที่ไม่ได้ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร และผู้ใหญ่ที่ไม่ใช่ผู้สูงอายุซึ่งมีการทำงานของไตและตับเป็นปกติ เว้นแต่จะมีการระบุไว้เป็นอย่างอื่น

ผลิตภัณฑ์บางรายการอาจไม่มีจำหน่ายหรือยังไม่ได้รับการอนุมัติให้ใช้ตามข้อบ่งใช้ดังกล่าวในทุกประเทศ ข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่แสดงใน Drug Summary อ้างอิงจากข้อบ่งใช้ที่ระบุไว้ในเอกสารกำกับยาซึ่งได้รับการอนุมัติในแต่ละประเทศ

โปรดศึกษาข้อมูลการสั่งใช้ยาที่เฉพาะเจาะจงสำหรับแต่ละประเทศจากเอกสารกำกับยาท้องถิ่นในหัวข้อ Related MIMS Drugs เพิ่มเติม