ภาพรวม
โรคนอนไม่หลับส่งผลกระทบต่อผู้ใหญ่ประมาณร้อยละ 10 คำนิยามของโรคนอนไม่หลับและความชุกของการเกิดโรคได้อธิบายไว้ในหัวข้อ บทนำ และ ระบาดวิทยา
ข้อมูลเกี่ยวกับความเสี่ยง ปัจจัยและกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการเกิดโรคนอนไม่หลับในแต่ละบุคคลได้กล่าวไว้ในหัวข้อ พยาธิสรีรวิทยา และ ปัจจัยเสี่ยง ได้อธิบายความแตกต่างระหว่าง โรคนอนไม่หลับชั่วคราว (short-term insomnia) และโรคนอนไม่หลับเรื้อรัง (chronic insomnia) ถูกระบุและอธิบายไว้ในหัวข้อ การจำแนกโรค
ข้อมูลเกี่ยวกับความเสี่ยง ปัจจัยและกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการเกิดโรคนอนไม่หลับในแต่ละบุคคลได้กล่าวไว้ในหัวข้อ พยาธิสรีรวิทยา และ ปัจจัยเสี่ยง ได้อธิบายความแตกต่างระหว่าง โรคนอนไม่หลับชั่วคราว (short-term insomnia) และโรคนอนไม่หลับเรื้อรัง (chronic insomnia) ถูกระบุและอธิบายไว้ในหัวข้อ การจำแนกโรค
การซักประวัติและการตรวจร่างกาย
ปัจจัยที่ควรพิจารณา เช่น ประวัติการนอนหลับของผู้ป่วย อาการทางกาย รวมถึงการใช้แบบประเมินคัดกรอง (เช่น ดัชนีความรุนแรงของภาวะนอนไม่หลับ: Insomnia Severity Index, แบบสอบถามคุณภาพการนอนหลับ Pittsburgh: Pittsburgh Sleep Quality Index, แบบสอบถามพฤติกรรมเช้า-เย็น [Morningness-Eveningness Questionnaire (MEQ)]) ปัจจัยเหล่านี้ควรทำการประเมินในผู้ป่วยที่สงสัยว่ามีภาวะนอนไม่หลับ โดยรายละเอียดอยู่ในหัวข้อ การซักประวัติ
การวินิจฉัย
เกณฑ์การวินิจฉัยตาม DSM-5 ถูกใช้เพื่อวินิจฉัยผู้ป่วยที่มีภาวะนอนไม่หลับ เกณฑ์ที่จำเป็นสำหรับการวินิจฉัยตาม DSM-5 อยู่ในรายละเอียดหัวข้อ การวินิจฉัยและเกณฑ์การวินิจฉัย
หัวข้อ การคัดกรอง ระบุถึงความสำคัญของการตรวจ polysomnography และการนำมาใช้ในการวินิจฉัยโรคนอนไม่หลับ
การตรวจทางห้องปฏิบัติการ และการตรวจเสริมอื่น ๆ ที่อาจใช้เพื่อหาภาวะโรคร่วมมีรายละเอียดอยู่ในหัวข้อ การตรวจทางห้องปฏิบัติการ และอุปกรณ์เสริม
นอกจากนี้ควรทำการแยกภาวะอื่น ๆ ที่อาจทำให้เกิดอาการนอนไม่หลับ เช่น โรคทางกาย การใช้สารเสพติด หรือปัจจัยทางพฤติกรรม มีรายละเอียดอยู่ในหัวข้อ การวินิจฉัยแยกโรค
หัวข้อ การคัดกรอง ระบุถึงความสำคัญของการตรวจ polysomnography และการนำมาใช้ในการวินิจฉัยโรคนอนไม่หลับ
การตรวจทางห้องปฏิบัติการ และการตรวจเสริมอื่น ๆ ที่อาจใช้เพื่อหาภาวะโรคร่วมมีรายละเอียดอยู่ในหัวข้อ การตรวจทางห้องปฏิบัติการ และอุปกรณ์เสริม
นอกจากนี้ควรทำการแยกภาวะอื่น ๆ ที่อาจทำให้เกิดอาการนอนไม่หลับ เช่น โรคทางกาย การใช้สารเสพติด หรือปัจจัยทางพฤติกรรม มีรายละเอียดอยู่ในหัวข้อ การวินิจฉัยแยกโรค
การจัดการและการรักษา
เนื่องจากโรคทั่วไป โรคร่วมทางจิตเวช และยาหลายชนิดอาจเกี่ยวข้องกับอาการนอนไม่หลับ ซึ่งข้อมูลรายละเอียดในส่วนนี้จะอธิบายอยู่ในหัวข้อ การประเมิน
แพทย์ควรกำหนดเป้าหมายการรักษา และอาศัยดุลยพินิจทางคลินิก ในการรักษาโรคนอนไม่หลับเมื่อผู้ป่วยมีโรคร่วม เป้าหมายหลักในการรักษาและปัจจัยอื่น ๆ ที่ต้องพิจารณาในการดูแลผู้ป่วยมีรายละเอียดอยู่ในหัวข้อ หลักการรักษา
โรคนอนไม่หลับนี้อาจดีขึ้นได้ด้วย การรักษาแบบไม่ใช้ยา (nonpharmacologic therapy) เพียงอย่างเดียว หรืออาจต้องให้การรักษาร่วมไปกับ การรักษาด้วยยา (pharmacologic therapy) การบำบัดทางความคิดและพฤติกรรม (cognitive therapy) ชนิดต่าง ๆ ที่สามารถช่วยในการรักษาภาวะนอนไม่หลับ จะอยู่ในหัวข้อ การรักษาแบบไม่ใช้ยา ส่วนการรักษาเสริม (adjuvant drug therapies) เช่น benzodiazepines, ยาช่วยนอนหลับกลุ่ม nonbenzodiazepine, dual orexin receptor antagonists และยานอนหลับชนิดอื่น ๆ จะกล่าวในหัวข้อ การรักษาด้วยยา สำหรับสิ่งที่ต้องสังเกตระหว่างการติดตามผู้ป่วยมีรายละเอียดอยู่ในหัวข้อ การติดตามผลการรักษา
แพทย์ควรกำหนดเป้าหมายการรักษา และอาศัยดุลยพินิจทางคลินิก ในการรักษาโรคนอนไม่หลับเมื่อผู้ป่วยมีโรคร่วม เป้าหมายหลักในการรักษาและปัจจัยอื่น ๆ ที่ต้องพิจารณาในการดูแลผู้ป่วยมีรายละเอียดอยู่ในหัวข้อ หลักการรักษา
โรคนอนไม่หลับนี้อาจดีขึ้นได้ด้วย การรักษาแบบไม่ใช้ยา (nonpharmacologic therapy) เพียงอย่างเดียว หรืออาจต้องให้การรักษาร่วมไปกับ การรักษาด้วยยา (pharmacologic therapy) การบำบัดทางความคิดและพฤติกรรม (cognitive therapy) ชนิดต่าง ๆ ที่สามารถช่วยในการรักษาภาวะนอนไม่หลับ จะอยู่ในหัวข้อ การรักษาแบบไม่ใช้ยา ส่วนการรักษาเสริม (adjuvant drug therapies) เช่น benzodiazepines, ยาช่วยนอนหลับกลุ่ม nonbenzodiazepine, dual orexin receptor antagonists และยานอนหลับชนิดอื่น ๆ จะกล่าวในหัวข้อ การรักษาด้วยยา สำหรับสิ่งที่ต้องสังเกตระหว่างการติดตามผู้ป่วยมีรายละเอียดอยู่ในหัวข้อ การติดตามผลการรักษา
