การตรวจทางห้องปฏิบัติการและอื่นๆ
การตรวจทางห้องปฏิบัติการที่ใช้ในการวินิจฉัยโรคแพ้ภูมิตัวเอง (SLE) ได้แก่ การตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (complete blood count; CBC) การตรวจปัสสาวะ (urinalysis) การตรวจการทำงานของตับและไต อัตราการตกตะกอนของเม็ดเลือดแดง (erythrocyte sedimentation rate; ESR) โปรตีน C-reactive (C-reactive protein; CRP) แอนติบอดีต่อนิวเคลียส (antinuclear antibodies; ANAs) แอนติบอดีต่อสาย DNA คู่ (anti-double stranded deoxyribonucleic acid; anti-dsDNA) คอมพลีเมนต์ 3 และ 4 (C3 และ C4) และแอนติบอดีต่อฟอสโฟไลปิด (antiphospholipid antibodies)
ตรวจพบ ANAs ในผู้ป่วยโรคแพ้ภูมิตัวเองประมาณ 95% การตรวจที่ให้ผลลบแสดงว่ามีความเป็นไปได้ทางคลินิกที่จะเป็นโรคแพ้ภูมิตัวเองต่ำ ขณะที่การตรวจที่ให้ผลบวกเพียงอย่างเดียวมีประโยชน์ในการวินิจฉัยจำกัด หากไม่มีอาการแสดงทางคลินิกของโรคข้อรูมาติกจากภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง (autoimmune rheumatic disease)
เกณฑ์นำเข้า (entry criterion) สำหรับการวินิจฉัยโรคแพ้ภูมิตัวเอง คือ การตรวจพบ ANA titer ≥1:80 ในเซลล์ HEp-2 หรือผลการตรวจที่เทียบเท่ากันเป็นบวกอย่างน้อย 1 ครั้ง โดยแนะนำให้ตรวจด้วยวิธี indirect immunofluorescence บนเซลล์ HEp-2 หรือการตรวจคัดกรอง ANA ด้วยวิธี solid-phase ANA screening immunoassay ที่มีประสิทธิภาพอย่างน้อยเทียบเท่ากัน
หากผู้ป่วยมีผลตรวจ ANA เป็นลบ เกณฑ์นำเข้าทางเลือกอาจพิจารณาจากระดับคอมพลีเมนต์ที่ต่ำ และ/หรือการตรวจพบแอนติบอดีต่อฟอสโฟไลปิด
อาการแสดงเฉพาะของโรคแพ้ภูมิตัวเอง (SLE)
โรคไตอักเสบจากโรคแพ้ภูมิตัวเอง (Lupus Nephritis)
ผู้ป่วยที่สงสัยว่าเป็นโรคไตอักเสบจากโรคแพ้ภูมิตัวเองควรได้รับการตรวจชิ้นเนื้อไตโดยเร็ว เพื่อยืนยันการวินิจฉัย ประเมินความรุนแรงของโรค และใช้ประกอบการพยากรณ์โรคและกำหนดแนวทางการรักษา
ข้อบ่งชี้ในการตรวจชิ้นเนื้อไตในผู้ป่วยโรคแพ้ภูมิตัวเอง ได้แก่
โรคแพ้ภูมิตัวเองที่มีอาการทางระบบประสาทและจิตเวช (Neuropsychiatric SLE; NPSLE)
การตรวจเพื่อวินิจฉัยอาจประกอบด้วยการเจาะน้ำไขสันหลัง การตรวจการนำกระแสประสาท (nerve conduction studies; NCS) การประเมินทางประสาทจิตวิทยาเพื่อประเมินการทำงานด้านการรู้คิด การวิเคราะห์น้ำไขสันหลัง การตรวจคลื่นไฟฟ้าสมอง (electroencephalography; EEG) และการตรวจทางภาพของระบบประสาท เช่น MRI แบบ T1/T2, diffusion-weighted imaging หรือ T1 sequence ที่เสริมด้วย gadolinium
ตรวจพบ ANAs ในผู้ป่วยโรคแพ้ภูมิตัวเองประมาณ 95% การตรวจที่ให้ผลลบแสดงว่ามีความเป็นไปได้ทางคลินิกที่จะเป็นโรคแพ้ภูมิตัวเองต่ำ ขณะที่การตรวจที่ให้ผลบวกเพียงอย่างเดียวมีประโยชน์ในการวินิจฉัยจำกัด หากไม่มีอาการแสดงทางคลินิกของโรคข้อรูมาติกจากภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง (autoimmune rheumatic disease)
เกณฑ์นำเข้า (entry criterion) สำหรับการวินิจฉัยโรคแพ้ภูมิตัวเอง คือ การตรวจพบ ANA titer ≥1:80 ในเซลล์ HEp-2 หรือผลการตรวจที่เทียบเท่ากันเป็นบวกอย่างน้อย 1 ครั้ง โดยแนะนำให้ตรวจด้วยวิธี indirect immunofluorescence บนเซลล์ HEp-2 หรือการตรวจคัดกรอง ANA ด้วยวิธี solid-phase ANA screening immunoassay ที่มีประสิทธิภาพอย่างน้อยเทียบเท่ากัน
หากผู้ป่วยมีผลตรวจ ANA เป็นลบ เกณฑ์นำเข้าทางเลือกอาจพิจารณาจากระดับคอมพลีเมนต์ที่ต่ำ และ/หรือการตรวจพบแอนติบอดีต่อฟอสโฟไลปิด
อาการแสดงเฉพาะของโรคแพ้ภูมิตัวเอง (SLE)
โรคไตอักเสบจากโรคแพ้ภูมิตัวเอง (Lupus Nephritis)
ผู้ป่วยที่สงสัยว่าเป็นโรคไตอักเสบจากโรคแพ้ภูมิตัวเองควรได้รับการตรวจชิ้นเนื้อไตโดยเร็ว เพื่อยืนยันการวินิจฉัย ประเมินความรุนแรงของโรค และใช้ประกอบการพยากรณ์โรคและกำหนดแนวทางการรักษา
ข้อบ่งชี้ในการตรวจชิ้นเนื้อไตในผู้ป่วยโรคแพ้ภูมิตัวเอง ได้แก่
- ระดับ serum creatinine เพิ่มขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุ และไม่มีสาเหตุอื่นที่สามารถอธิบายได้ เช่น ภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด (sepsis) ภาวะปริมาตรเลือดลดลง (hypovolemia) หรือยา
- ตรวจพบโปรตีนในปัสสาวะยืนยันแล้ว ≥1 g/24 ชั่วโมง
- หรือพบโปรตีนในปัสสาวะ ≥0.5 g/24 ชั่วโมงซ้ำอย่างต่อเนื่อง ร่วมกับการมีเม็ดเลือดแดงในปัสสาวะที่มีลักษณะบ่งชี้ว่ามาจากโกลเมอรูลัส (glomerular hematuria) และ/หรือ cellular casts
โรคแพ้ภูมิตัวเองที่มีอาการทางระบบประสาทและจิตเวช (Neuropsychiatric SLE; NPSLE)
การตรวจเพื่อวินิจฉัยอาจประกอบด้วยการเจาะน้ำไขสันหลัง การตรวจการนำกระแสประสาท (nerve conduction studies; NCS) การประเมินทางประสาทจิตวิทยาเพื่อประเมินการทำงานด้านการรู้คิด การวิเคราะห์น้ำไขสันหลัง การตรวจคลื่นไฟฟ้าสมอง (electroencephalography; EEG) และการตรวจทางภาพของระบบประสาท เช่น MRI แบบ T1/T2, diffusion-weighted imaging หรือ T1 sequence ที่เสริมด้วย gadolinium
