Systemic Lupus Erythematosus โรคแพ้ภูมิตัวเอง Disease Summary

Last updated: 30 May 2024

ภาพรวม

โรคแพ้ภูมิตัวเอง (Systemic lupus erythematosus; SLE) เป็นโรคเรื้อรังที่มีการอักเสบและเป็นโรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบต่าง ๆ ของร่างกาย โดยมีรายละเอียดเพิ่มเติมในหัวข้อ ‘บทนำ’

โรค SLE พบได้บ่อยในประชากรเอเชีย แอฟริกา และฮิสแปนิก สามารถดูข้อมูลเกี่ยวกับอุบัติการณ์และความชุกของโรคในระดับภูมิภาคและทั่วโลกได้ในหัวข้อ ‘ระบาดวิทยา’

หัวข้อ ‘พยาธิสรีรวิทยา’ อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยทางพันธุกรรมและปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลต่อการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันของผู้ป่วย และอาจนำไปสู่การเกิดโรค SLE

ระดับความรุนแรงของโรค SLE แบ่งออกเป็นประเภทต่าง ๆ โดยมีรายละเอียดอยู่ในหัวข้อ ‘การจำแนกโรค’

การซักประวัติและการตรวจร่างกาย

ผู้ป่วยโรคแพ้ภูมิตัวเอง (SLE) ส่วนใหญ่มักมาพบแพทย์ด้วยอาการปวดข้อ (arthralgia) บริเวณมือ อย่างไรก็ตาม สัญญาณเตือนและการแสดงอาการมีความหลากหลาย โดยมีรายละเอียดระบุไว้ในหัวข้อ ‘อาการแสดงทางคลินิก’

การวินิจฉัย

เกณฑ์การวินิจฉัยโรคแพ้ภูมิตัวเอง (SLE) จัดทำโดย European League Against Rheumatism (EULAR) หรือ American College of Rheumatology (ACR) โดยมีรายละเอียดและคำอธิบายอยู่ในหัวข้อ ‘การวินิจฉัยและเกณฑ์การวินิจฉัย’ นอกจากนี้ หัวข้อนี้ยังกล่าวถึงดัชนีประเมินกิจกรรมของโรคที่ใช้ในการประเมินกิจกรรมของโรค SLE ได้อีกด้วย

สามารถตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (complete blood count; CBC) และตรวจแอนติบอดีต่อต้านนิวเคลียส (antinuclear antibodies; ANAs) เพื่อช่วยในการวินิจฉัยโรค SLE ได้ โดยหัวข้อ ‘การตรวจทางห้องปฏิบัติการและอื่น ๆ’ ระบุการตรวจอื่น ๆ ที่สามารถใช้เพื่อยืนยันการวินิจฉัยโรคแพ้ภูมิตัวเอง รวมถึงการตรวจเพื่อประเมินลักษณะเฉพาะของโรค เช่น โรคไตอักเสบลูปัส (lupus nephritis) และ SLE ที่มีอาการทางระบบประสาทและจิตเวช 

หัวข้อ ‘การวินิจฉัยแยกโรค’ ได้ระบุภาวะต่าง ๆ ที่อาจมีอาการคล้ายโรคแพ้ภูมิตัวเอง ซึ่งควรได้รับการพิจารณาและแยกออกก่อนยืนยันการวินิจฉัยโรค SLE

การจัดการและการรักษา

หัวข้อ ‘การประเมินโรค’ กล่าวถึงความสำคัญของการดูแลผู้ป่วยโรคแพ้ภูมิตัวเองโดยทีมสหสาขาวิชาชีพ ดังนั้นจึงควรส่งต่อผู้ป่วยให้พบแพทย์เฉพาะทางที่เหมาะสม นอกจากนี้ หัวข้อนี้ยังกล่าวถึงโรคร่วมที่พบในผู้ป่วยโรคแพ้ภูมิตัวเอง

หัวข้อ ‘หลักการรักษา’ ระบุเป้าหมายของการรักษาและแนวทางการรักษาผู้ป่วยโรคแพ้ภูมิตัวเองที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย

ยาที่ใช้ในการรักษาโรคแพ้ภูมิตัวเอง เช่น ยาต้านการอักเสบ ยากลุ่ม disease-modifying antirheumatic drugs (DMARDs) ยากดภูมิคุ้มกัน ยาชีววัตถุ อิมมูโนโกลบูลินทางหลอดเลือดดำ และยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) มีรายละเอียดอยู่ในหัวข้อ ‘การรักษาด้วยยา’ นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงยาที่ใช้รักษาอาการแสดงเฉพาะของโรค SLE และโรคร่วมต่าง ๆ

หัวข้อ ‘การรักษาโดยไม่ใช้ยา’ กล่าวถึงการให้ความรู้แก่ผู้ป่วยโดยละเอียด รวมถึงการเปลี่ยนถ่ายน้ำเหลือง (plasma exchange หรือ plasmapheresis)

การ ‘ติดตามผล’ ตลอดชีวิตมีความสำคัญสำหรับผู้ป่วยโรคแพ้ภูมิตัวเอง โดยความถี่ในการมาติดตามผลขึ้นอยู่กับกิจกรรมของโรค ความรุนแรงและขอบเขตของโรค การตอบสนองต่อการรักษา ชนิดของการรักษา และการติดตามความเป็นพิษจากการรักษา นอกจากนี้ หัวข้อนี้ยังระบุพารามิเตอร์ต่าง ๆ ที่ควรประเมินระหว่างการติดตามผล

ผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาด้วยยาสำหรับโรค SLE ในระยะยาวอาจเกิด ‘ภาวะแทรกซ้อน’ ได้ โดยหัวข้อนี้ได้ระบุและอธิบายภาวะแทรกซ้อนดังกล่าว