Acne Vulgaris สิว Drug Summary

Last updated: 25 May 2026

ทางเลือกการรักษาสิวด้วยยารับประทาน

ยา ขนาดยา   หมายเหตุ
 Isotretinoin ขนาดยาเริ่มต้น: 0.5–1 มก./กก. รับประทานวันละครั้ง หรือแบ่งรับประทานทุก 12 ชั่วโมงอาจเพิ่มหรือลดขนาดยาตามอาการไม่พึงประสงค์และการตอบสนองต่อ

ขนาดยาสูงสุด: 2 มก./กก./วัน
อาการไม่พึงประสงค์
  • มักสัมพันธ์กับขนาดยาและสามารถกลับคืนได้เมื่อหยุดยา ได้แก่ เยื่อบุและผิวหนังแห้ง ผิวลอก ผิวแดง ผิวบริเวณใบหน้าบอบบาง คัน เลือดกำเดาไหล ปากแห้งและเจ็บ ฝ่ามือและฝ่าเท้าลอก ความผิดปกติทางการมองเห็น ตาแห้ง กระจกตาขุ่น ภาวะกระดูกงอกมากผิดปกติ (skeletal hyperostosis) และอาการทางระบบกล้ามเนื้อและกระดูก
  • อาจพบค่าอัตราการตกตะกอนของเม็ดเลือดแดง (ESR) สูงขึ้น เอนไซม์ตับ ไตรกลีเซอไรด์ และระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น; อาจเกิดตับอ่อนอักเสบ โดยเฉพาะในผู้ที่มีภาวะไตรกลีเซอไรด์สูง; ผมบาง ไวต่อแสง การเปลี่ยนแปลงของสีผิว อาการทางระบบทางเดินอาหาร ดีซ่าน ง่วงซึม อารมณ์เปลี่ยนแปลง ภาวะซึมเศร้า ความคิดหรือพฤติกรรมฆ่าตัวตาย ปฏิกิริยาภูมิไวเกิน เป็นต้น
ข้อแนะนำในการใช้ยา:
  • ควรรับประทานพร้อมอาหาร โดยเฉพาะอาหารที่มีไขมันสูง เพื่อเพิ่มการดูดซึมยา
  • ห้ามใช้ในสตรีมีครรภ์ เนื่องจากมีฤทธิ์ก่อความพิการต่อทารกในครรภ์ (teratogenic)
    • ผู้ป่วยเพศหญิงควรเริ่มใช้วิธีคุมกำเนิดอย่างน้อย 1 เดือนก่อนเริ่มการรักษาด้วย isotretinoin และควรใช้ต่อเนื่องเป็นเวลา 1 เดือนหลังหยุดยา isotretinoin
  • หลีกเลี่ยงการใช้ในผู้ป่วยที่มีความบกพร่องของไตหรือตับ ภาวะไขมันในเลือดสูง ผู้ที่ได้รับวิตามินเอในปริมาณมาก และสตรีให้นมบุตร
  • ควรตรวจติดตามการทำงานของตับ (LFTs) และระดับไขมันในเลือดก่อนเริ่มการรักษา หลังรักษาครบ 1 เดือน และตามความเหมาะสมหลังจากนั้น รวมถึงติดตามระดับน้ำตาลในเลือดตลอดระยะเวลาการรักษา
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสแสงแดดหรือรังสีอัลตราไวโอเลต (UV) มากเกินไป
  • ไม่ควรใช้ร่วมกับยากลุ่มเตตราไซคลีนชนิดรับประทาน เนื่องจากเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะความดันในกะโหลกศีรษะสูงเทียม (pseudotumor cerebri)
  • ไม่ควรให้การรักษาซ้ำติดต่อกัน แต่หากยังมีสิวต่อเนื่อง อาจพิจารณาให้การรักษาซ้ำได้หลังเว้นช่วงปลอดยาอย่างน้อย 2 เดือน

ทางเลือกในการรักษาสิวด้วยยาทา

 ยา รูปแบบที่มีจำหน่าย   ขนาดยา หมายเหตุ 
 Alpha hydroxy acids (AHA)  ครีม, เจล, สครับ  ทาทุก 12 ชั่วโมง

 ข้อแนะนำในการใช้ยา:

  • ทาบนผิวที่เปียกหรือชุ่มน้ำ ถูให้เกิดฟอง และล้างออกให้สะอาด
 Azelaic acid (micronized)
  • เจล 15%
  • ครีม, เจล, โลชั่น 20%

 ทาทุก 12 ชั่วโมง
 อาการไม่พึงประสงค์:
  • มักดีขึ้นเมื่อใช้ต่อเนื่อง หรือเมื่อปรับลดความถี่ในการใช้ยา ได้แก่ การระคายเคืองผิวหนัง อาการคัน และอาการแสบร้อน
  • ภาวะผิวสีจางลง (hypopigmentation), ภาวะไวต่อแสง (photosensitivity)
 ข้อแนะนำในการใช้ยา:
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสแสงแดดหรือรังสี UV มากเกินไป
  • ระยะเวลาจนเห็นผลการรักษา: ประมาณ 4 สัปดาห์ โดยในช่วงต้นของการรักษาอาจพบว่าอาการสิวกำเริบมากขึ้นชั่วคราว
 Benzoyl peroxide1
  • ครีม, เจล 2.5%
  • ครีม 4%
  • สบู่ก้อน, ครีม, เจล, โลชั่น, ผลิตภัณฑ์ล้างออก 5%
  • ครีม, เจล, โลชั่น, ผลิตภัณฑ์ล้างออก 10%

 ทาทุก 12–24 ชั่วโมง

 รูปแบบสบู่ก้อนทำความสะอาดและผลิตภัณฑ์ล้างออก: ใช้ทุก 12–24 ชั่วโมง แล้วล้างออกด้วยน้ำและซับให้แห้ง
 อาการไม่พึงประสงค์:
  • มักดีขึ้นเมื่อใช้ยาอย่างต่อเนื่องหรือเมื่อปรับลดความถี่ในการใช้ยา ได้แก่ อาการผิวตึง การระคายเคืองเฉพาะที่ อาการแสบร้อน ผิวแห้ง ผื่นแดง และอาการคัน
  • อาจทำให้สีผมหรือเสื้อผ้าซีดจางได้
  • ผื่นแพ้สัมผัส (contact allergy)
 ข้อแนะนำในการใช้ยา:
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสแสงแดดหรือรังสี UV มากเกินไปหรือซ้ำ ๆ
 Cetrimide
  • สารละลาย 0.3%
  • ผลิตภัณฑ์ล้างออก 1%

 ใช้บริเวณที่มีรอยโรค แล้วล้างออกให้สะอาด
 อาการไม่พึงประสงค์:
  • อาจเกิดภาวะภูมิไวเกิน (hypersensitivity) หลังได้รับยาซ้ำ ๆ
 ข้อแนะนำในการใช้ยา:
  • ใช้เป็นการรักษาเสริมร่วมกับการรักษาสิวชนิดอื่น
 Clindamycin 
  • เจล, โลชั่น, สารละลาย 1%
  • เจล, โลชั่น, สารละลายสำหรับใช้เฉพาะที่ 1.2%
  • เจล 10%
  • สารละลายสำหรับใช้เฉพาะที่ 10 มก./มล. และ 10 มก./10 มล.
 ทาทุก 12–24 ชั่วโมง
 อาการไม่พึงประสงค์:
  • อาการทางผิวหนัง ได้แก่ อาการแสบร้อน อาการคัน ผิวแห้ง ผื่นแดง ผิวมัน ผิวลอก การระคายเคืองผิวหนัง และรูขุมขนอักเสบ (folliculitis)
  • อาการทางระบบทางเดินอาหาร ได้แก่ ความผิดปกติของระบบทางเดินอาหาร และอาการปวดท้อง
 ข้อแนะนำในการใช้ยา:
  • ใช้ด้วยความระมัดระวังในผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ผิวหนัง (atopic disease)
  • ห้ามใช้ในผู้ป่วยที่มีลำไส้อักเสบเฉพาะที่ (regional enteritis), ลำไส้ใหญ่อักเสบเป็นแผล (ulcerative colitis) หรือภาวะลำไส้อักเสบที่สัมพันธ์กับการใช้ยาปฏิชีวนะ (antibiotic-associated colitis)

 Curcuma extract (Curcuma rhizoma extract, Xanthorrhizol oil)  ครีม  ทาบาง ๆ บริเวณรอยโรควันละครั้งหลังล้างหน้า  -
 Dapsone 
  • เจล 5%
  • เจล 7.5%
 ทาทุก 12 ชั่วโมง
 อาการไม่พึงประสงค์:
  • อาการทางผิวหนัง ได้แก่ ผื่น และอาการคัน
  • อาการอื่น ๆ ได้แก่ ภาวะเส้นประสาทส่วนปลายผิดปกติ (peripheral neuropathy)
 ข้อแนะนำในการใช้ยา:
  • ใช้ด้วยความระมัดระวังในผู้ป่วยที่แพ้ยากลุ่มซัลฟา (sulfa allergy)
  • ควรประเมินการรักษาใหม่หากอาการไม่ดีขึ้นหลังรักษาต่อเนื่อง 12 สัปดาห์
 Mandelic acid  สารละลาย 40%  หยด 2–3 หยดลงบนผิวหน้าที่ทำความสะอาดแล้ว ทิ้งไว้ 10–20 นาที
 ข้อแนะนำในการใช้ยา:
  • ล้างออกด้วยน้ำเย็น จากนั้นทาครีมกันแดด
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับดวงตาโดยตรง
 Nicotinamide 
  • โฟม
  • เจล 4%
  • เซรั่ม
 ทาทุก 12 ชั่วโมง
 อาการไม่พึงประสงค์:
  • อาการทางผิวหนัง ได้แก่ อาการแสบร้อน ผิวแห้ง ผื่นแดง และผื่น
 ข้อแนะนำในการใช้ยา:
  • ใช้รักษาสิวอักเสบ
 Precipitated sulfur
  • ครีม 2%, 8%
  • ขี้ผึ้ง 4%, 4.6%
  • โลชั่น 6.6%
  • สบู่ก้อน 10%
 ใช้ตามความจำเป็น
 อาการไม่พึงประสงค์:
  • อาการทางผิวหนัง ได้แก่ การระคายเคืองผิวหนัง และผิวหนังอักเสบ (dermatitis)
 ข้อแนะนำในการใช้ยา:
  • มีฤทธิ์ช่วยผลัดเซลล์ผิว (keratolytic) ฆ่าเชื้ออ่อน ๆ ต้านเชื้อราอ่อน ๆ และกำจัดปรสิต จึงสามารถใช้ในการรักษาสิวได้
 Potassium azeloyl diglycinate 
(K azeloyl diglycinate)
 โฟม, เจล, โลชั่น,
สครับ, โทนเนอร์
 ทาทุก 12 ชั่วโมง
 อาการไม่พึงประสงค์:
  • อาการทางผิวหนัง ได้แก่ การระคายเคืองผิวหนัง และผิวหนังอักเสบ (dermatitis)
 ข้อแนะนำในการใช้ยา:
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับดวงตาและเยื่อบุอื่น ๆ
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสแสงแดดหรือรังสีอัลตราไวโอเลต (UV)
 Resorcinol   เจล 2%  ทาทุก 8 ชั่วโมง
 ข้อแนะนำในการใช้ยา:
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับดวงตา
  • ใช้ด้วยความระมัดระวังในผู้ป่วยโรคต่อมไทรอยด์ หรือผู้ที่มีภาวะเมทฮีโมโกลบินในเลือด (methemoglobinemia)
 Salicylic acid
  • เจล 0.5%
  • ผลิตภัณฑ์ล้างออก 1.5%
  • ครีม 2%
  • โลชั่น 2%
  • ขี้ผึ้ง 2%, 2.5%, 3%, 5%, 10%
 ใช้บริเวณที่มีรอยโรคตามคำแนะนำ

 อาการไม่พึงประสงค์:

  • ผิวหนังอักเสบ (dermatitis); อาจเกิดแผลที่ผิวหนังได้เมื่อใช้ในความเข้มข้นสูง
 ข้อแนะนำในการใช้ยา:
  • ใช้ด้วยความระมัดระวังในผู้ป่วยโรคเบาหวานและผู้ที่มีภาวะเส้นประสาทส่วนปลายผิดปกติ (peripheral neuropathy)
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับเยื่อบุ การใช้บนผิวหนังที่มีบาดแผลหรือบริเวณกว้างของร่างกาย รวมถึงการใช้ในความเข้มข้นสูงและใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน
 Sulfonated surfactant blend (Sulphonated surfactant blend)   สบู่ก้อน 6.3%  ใช้บริเวณใบหน้าหรือบริเวณอื่นที่มีรอยโรคทุก 8–12 ชั่วโมง
 อาการไม่พึงประสงค์:
  • อาการทางผิวหนัง ได้แก่ การระคายเคืองผิวหนัง
 ข้อแนะนำในการใช้ยา:
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับดวงตา และหยุดใช้หากเกิดการระคายเคือง
 Triclosan 
  • สบู่ก้อน
  • ครีม 0.1%
  • ผลิตภัณฑ์ล้างออก 0.2%, 0.3%
  • เจล 0.3%
  • อิมัลชัน 2%
 ใช้บริเวณที่มีรอยโรคตามคำแนะนำ
 ข้อแนะนำในการใช้ยา:
  • หยุดใช้หากเกิดอาการไม่สบายหรือการระคายเคืองมากผิดปกติ
 Retinoids2
 Adapalene3
  • ครีม 0.1%, เจล 0.1%
  • เจล 0.3%
 ทาวันละครั้งหลังล้างหน้า ก่อนเข้านอน
 อาการไม่พึงประสงค์:
  • มักดีขึ้นเมื่อใช้ยาอย่างต่อเนื่องหรือเมื่อปรับลดความถี่ในการใช้ยา ได้แก่ ผื่นแดง (erythema) ผิวแห้ง ผิวลอก อาการคัน และอาการแสบร้อนหลังทายา
 ข้อแนะนำในการใช้ยา:
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสแสงแดดหรือรังสีอัลตราไวโอเลต (UV) มากเกินไป
  • ระยะเวลาจนเริ่มเห็นผลการรักษา: 8–12 สัปดาห์ โดยอาจพบว่าอาการสิวกำเริบมากขึ้นในช่วงเริ่มต้นของการรักษา
 Isotretinoin
  • ครีม 0.05%, เจล 0.05%
  • ครีม 0.1%
 ทาทุก 12–24 ชั่วโมง
 อาการไม่พึงประสงค์:
  • มักดีขึ้นเมื่อปรับลดความถี่ในการใช้ยา ได้แก่ อาการแสบ อุ่นผิว ผื่นแดง และผิวลอก
  • อาการบวม ตุ่มพอง การเกิดสะเก็ดบนผิวหนัง ภาวะผิวสีจางลงหรือสีผิวเข้มขึ้นชั่วคราว และภาวะไวต่อแสง
 ข้อแนะนำในการใช้ยา:
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสแสงแดดหรือรังสีอัลตราไวโอเลต (UV) มากเกินไป
  • ระยะเวลาจนเริ่มเห็นผลการรักษา: 8–12 สัปดาห์ โดยอาจพบว่าอาการสิวกำเริบมากขึ้นในช่วงเริ่มต้นของการรักษา
 Tazarotene 
  • เจล 0.05%
  • ครีม 0.1%, เจล 0.1%
 ทาวันละครั้งในช่วงเย็น
 อาการไม่พึงประสงค์:
  • มักดีขึ้นเมื่อปรับลดความถี่ในการใช้ยาหรือหยุดยาเป็นการชั่วคราวจนกว่าสภาพผิวจะกลับเป็นปกติ ได้แก่ อาการคัน อาการแสบร้อน ผิวลอก และผื่นแดง
  • สีผิวเปลี่ยนแปลง ผิวแตกเป็นร่อง (fissuring) ผื่น ผิวหนังอักเสบจากการสัมผัส (contact dermatitis) และภาวะไวต่อแสง
 ข้อแนะนำในการใช้ยา:
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสแสงแดดหรือรังสีอัลตราไวโอเลต (UV) มากเกินไป
  • ระยะเวลาจนเริ่มเห็นผลการรักษา: 6–8 สัปดาห์ โดยอาจพบว่าอาการสิวกำเริบมากขึ้นในช่วงเริ่มต้นของการรักษา
 Tretinoin(Retinoic acid)
  • ครีม 0.01%, เจล 0.01%
  • ครีม 0.025%, เจล 0.025%
  • ครีม 0.05%, เจล 0.05%, โลชั่น 0.05%, สารละลาย 0.05%
  • ครีม 0.1%, เจล 0.1%, สารละลาย 0.1%
 ทาก่อนนอนทุก 12–24 ชั่วโมง
 อาการไม่พึงประสงค์:
  • มักดีขึ้นเมื่อปรับลดความถี่ในการใช้ยา ได้แก่ อาการแสบ อุ่นผิว ผื่นแดง และผิวลอก
  • อาการบวม ตุ่มพอง การเกิดสะเก็ดบนผิวหนัง ภาวะผิวสีจางลงหรือสีผิวเข้มขึ้นชั่วคราว และภาวะไวต่อแสง
 ข้อแนะนำในการใช้ยา:
  • เริ่มด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีความแรงต่ำก่อน และค่อย ๆ เพิ่มความเข้มข้นตามความสามารถในการทนต่อยา
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสแสงแดดหรือรังสีอัลตราไวโอเลต (UV) มากเกินไป
  • ระยะเวลาจนเริ่มเห็นผลการรักษา: 6–8 สัปดาห์ โดยอาจพบว่าอาการสิวกำเริบมากขึ้นในช่วงเริ่มต้นของการรักษา
  • microsphere gel 0.04%
  • microsphere gel 0.1%
 ทาวันละครั้งก่อน
 Trifarotene   ครีม 0.05%  ทาบริเวณที่มีรอยโรควันละครั้งในช่วงเย็น
 อาการไม่พึงประสงค์:
  • อาการทางผิวหนัง ได้แก่ การระคายเคืองบริเวณที่ทายา อาการคันและผิวไหม้จากแสงแดด
 ข้อแนะนำในการใช้ยา:
  • ห้ามใช้บนผิวหนังที่มีบาดแผล รอยถลอก หรือผิวหนังที่มีผื่นผิวหนังอักเสบ
  • ใช้ด้วยความระมัดระวังบริเวณผิวหนังที่บอบบาง เช่น ลำคอ หรือรักแร้
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสแสงแดดหรือรังสีอัลตราไวโอเลต (UV) มากเกินไป
* มียาสูตรผสมสำหรับรักษาสิวหลายชนิด โปรดดูรูปแบบยาและข้อมูลการสั่งใช้โดยละเอียดได้จาก MIMS ฉบับล่าสุด
¹ มียาที่มี Benzoyl peroxide ร่วมกับยาปฏิชีวนะชนิดทา โปรดดูรูปแบบยาและข้อมูลการสั่งใช้โดยละเอียดได้จาก MIMS ฉบับล่าสุด
² มียาสูตรผสมที่มียาปฏิชีวนะชนิดทา โปรดดูรูปแบบยาและข้อมูลการสั่งใช้โดยละเอียดได้จาก MIMS ฉบับล่าสุด
³ มียาสูตรผสมที่มี Benzoyl peroxide โปรดดูรูปแบบยาและข้อมูลการสั่งใช้โดยละเอียดได้จาก MIMS ฉบับล่าสุด

ยาปฏิชีวนะชนิดรับประทาน

 ยา  ขนาดยา  หมายเหตุ 
 Antibacterial Combination (ยาปฏิชีวนะสูตรผสม)
 Co-trimoxazole(Sulfamethoxazole [SMZ]และ Trimethoprim [TM])  TM 80 มก./SMZ 400 มก. รับประทานทุก 12–24 ชั่วโมง
 อาการไม่พึงประสงค์:
  • อาการผิดปกติของระบบทางเดินอาหาร และปฏิกิริยาภูมิไวเกิน
 ข้อแนะนำในการใช้ยา:
  • อาจเกิดปฏิกิริยาระหว่างยากับยาที่ถูกเมแทบอลิซึมผ่านระบบไซโตโครม P450 เช่น ยาต้านการแข็งตัวของเลือด (anticoagulants), Cyclosporine เป็นต้น
 Macrolides
 Azithromycin  500 มก. รับประทานทุก 24 ชั่วโมง เป็นเวลา 3 วัน หรือ 500 มก. รับประทานทุก 24 ชั่วโมง เป็นเวลา 1 วัน จากนั้น 250 มก. รับประทานทุก 24 ชั่วโมง เป็นเวลา 4 วัน
 อาการไม่พึงประสงค์:
  • อาการทางระบบทางเดินอาหาร ได้แก่ คลื่นไส้/อาเจียน ไม่สบายท้อง ท้องเสีย และลำไส้อักเสบที่สัมพันธ์กับการใช้ยาปฏิชีวนะ
  • อาการอื่น ๆ ได้แก่ การติดเชื้อแคนดิดา (candidal infections) และปฏิกิริยาภูมิไวเกิน (hypersensitivity reactions)
  • อาจพบอาการหูอื้อหรือการสูญเสียการได้ยินที่สัมพันธ์กับขนาดยาในยากลุ่มแมคโครไลด์บางชนิด
 ข้อแนะนำในการใช้ยา:
  • สามารถรับประทานพร้อมอาหารเพื่อลดการระคายเคืองทางเดินอาหาร
    • Erythromycin และ Roxithromycin ควรรับประทานก่อนอาหารอย่างน้อย 30 นาที
  • ควรให้ขนาดยาเริ่มต้นต่อเนื่องจนกว่าจะเห็นการตอบสนองของสิวอย่างชัดเจน (โดยทั่วไป 3–6 สัปดาห์)
  • อาจเกิดปฏิกิริยาระหว่างยากับยาที่ถูกเมแทบอลิซึมผ่านระบบไซโตโครม P450 เช่น Theophylline, Digoxin และ Carbamazepine เป็นต้น
  • ใช้ด้วยความระมัดระวังในผู้ป่วยที่มีภาวะตับบกพร่อง ความผิดปกติของการนำไฟฟ้าหัวใจ และโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงชนิด myasthenia gravis
 Erythromycin  ขนาดยาเริ่มต้น:250–500 มก. รับประทานทุก 12 ชั่วโมง

ขนาดยาคงสภาพ:250–500 มก. รับประทานทุก 24 ชั่วโมง
 Roxithromycin  150 มก. รับประทานทุก 12 ชั่วโมง
 ยาปฏิชีวนะอื่นๆ
 Clindamycin   150–300 มก. รับประทานทุก 6 ชั่วโมง
 อาการไม่พึงประสงค์:
  • อาการทางระบบทางเดินอาหาร ได้แก่ คลื่นไส้/อาเจียน ปวดท้อง และท้องเสีย
  • อาการอื่น ๆ ได้แก่ ภาวะเม็ดเลือดขาวต่ำ (leukopenia) หรือภาวะนิวโทรฟิลต่ำ (neutropenia) ชั่วคราว
 ข้อแนะนำในการใช้ยา:
  • ควรกลืนยาทั้งเม็ดพร้อมดื่มน้ำเต็มแก้ว และอยู่ในท่านั่งหรือลำตัวตั้งตรงขณะรับประทานยา
  • ใช้ด้วยความระมัดระวังในผู้ป่วยที่มีลำไส้อักเสบ หรือโรคอื่น ๆ ของระบบทางเดินอาหาร
 Tetracyclines
 Doxycycline
 ขนาดยาเริ่มต้น:
  • 100 มก. รับประทานทุก 12 ชั่วโมง หรือ
  • 200 มก. รับประทานทุก 24 ชั่วโมง
 ขนาดยาคงสภาพ:
  • 50–100 มก. รับประทานทุก 24 ชั่วโมง
 อาการไม่พึงประสงค์:
  • อาการทางระบบทางเดินอาหาร ได้แก่ คลื่นไส้/อาเจียน และท้องเสีย
  • อาการอื่น ๆ ได้แก่ ภาวะไวต่อแสง การติดเชื้อราเพิ่มมากขึ้น (fungal overgrowth) ภาวะความดันในกะโหลกศีรษะสูงชนิดไม่ร้ายแรง (benign intracranial hypertension) และการเปลี่ยนสีของฟันที่กำลังก่อตัว
  • Minocycline: อาจทำให้เกิดภาวะผิวหนังมีสีเข้มขึ้น และอาจพบอาการไม่พึงประสงค์รุนแรงได้ไม่บ่อย (เช่น lupus-like reaction)
 ข้อแนะนำในการใช้ยา:
  • Lincomycin และ Lymecycline ควรรับประทานขณะท้องว่าง
  • Oxytetracycline และ Tetracycline ควรรับประทานขณะท้องว่าง
  • ควรให้ขนาดยาเริ่มต้นต่อเนื่องจนกว่าจะเห็นการตอบสนองของสิวอย่างชัดเจน (โดยทั่วไป 3–6 สัปดาห์)
  • ใช้ด้วยความระมัดระวังในผู้ป่วยที่มีภาวะตับบกพร่องหรือไตบกพร่อง
  • ห้ามใช้ในเด็กอายุน้อยกว่า 8 ปี สตรีมีครรภ์ สตรีให้นมบุตร และผู้ที่ใช้ยากลุ่มเรตินอยด์ชนิดรับประทานร่วมกัน
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสแสงแดดหรือรังสีอัลตราไวโอเลต (UV) มากเกินไป
 Lincomycin  500 มก. รับประทานทุก 8 ชั่วโมง
 Lymecycline
 ขนาดยาเริ่มต้น:
  • 300 มก./วัน รับประทานเป็นเวลา 10–15 วัน
 ขนาดยาคงสภาพ:
  • 300 มก. รับประทานวันเว้นวัน เป็นเวลา 12 สัปดาห์
 Minocycline 
 ขนาดยาเริ่มต้น:
  • 50–100 มก. รับประทานทุก 12 ชั่วโมง
 ขนาดยาคงสภาพ:
  • 50–100 มก. รับประทานทุก 24 ชั่วโมง
 Oxytetracycline 
 ขนาดยาเริ่มต้น:
  • 500 มก. รับประทานทุก 12 ชั่วโมง
 ขนาดยาคงสภาพ:
  • 250–500 มก. รับประทานทุก 24 ชั่วโมง
 Tetracycline 
 ขนาดยาเริ่มต้น:
  • 500 มก. รับประทานทุก 12 ชั่วโมง
 ขนาดยาคงสภาพ:
  • 250–500 มก. รับประทานทุก 24 ชั่วโมง

ยาปฏิชีวนะชนิดทา

 ยา  รูปแบบที่มีจำหน่าย   ขนาดยา  หมายเหตุ 
 Aminoglycoside
 Gentamicin  ครีม 0.1%, ขี้ผึ้ง 0.1%  ทาทุก 6–8 ชั่วโมง
 ข้อแนะนำในการใช้ยา:
  • หยุดใช้หากเกิดการระคายเคืองหรือภาวะไวต่อยา
 Fluoroquinolone
 Nadifloxacin  ครีม 1%  ทาทุก 12 ชั่วโมง
 อาการไม่พึงประสงค์:
  • อาการทางผิวหนัง ได้แก่ อาการคัน การระคายเคือง ผื่นแดง/หน้าแดง ความรู้สึกร้อนบริเวณใบหน้า ตุ่มนูน ผิวหนังอักเสบจากการสัมผัส ผิวแห้ง และอาการร้อนวูบวาบ 
 Macrolide
 Erythromycin
  • อิมัลชัน 1%
  • ครีม 2%, เจล 2%, ขี้ผึ้ง 2%, สารละลาย 2%
  • เจล 4%
 ทาทุก 12 ชั่วโมง
 อาการไม่พึงประสงค์:
  • อาการทางผิวหนัง ได้แก่ ผื่นแดง ผิวแห้ง การลอกเป็นขุย  และอาการคัน
 ยาปฏิชีวนะอื่นๆ
 Fusidic acid1
(Sodium fusidate, Na fusidate)
 ครีม 2%, ขี้ผึ้ง 2%  ทาทุก 8–12 ชั่วโมงอา

 อาการไม่พึงประสงค์:

  • ปฏิกิริยาภูมิไวเกิน
 Metronidazole   เจล 1%  ทาทุก 12–24 ชั่วโมง
 อาการไม่พึงประสงค์:
  • อาการทางระบบทางเดินอาหาร ได้แก่ คลื่นไส้/อาเจียน ความผิดปกติของระบบทางเดินอาหาร รสโลหะในปากที่ไม่พึงประสงค์ ท้องเสีย ท้องผูก ลิ้นเป็นฝ้า ลิ้นอักเสบ และเยื่อบุช่องปากอักเสบ
  • อาการทางผิวหนัง ได้แก่ ผิวแห้ง ผื่นแดง อาการแสบ/ปวดแสบปวดร้อน การระคายเคืองผิวหนัง การกำเริบของโรคโรซาเซีย และผิวหนังอักเสบจากการสัมผัส
  • อาการทางระบบประสาทส่วนกลาง ได้แก่ เวียนศีรษะ การทรงตัวผิดปกติ (ataxia) ปวดศีรษะ ง่วงนอน นอนไม่หลับ และการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์หรือสภาพจิตใจ (เช่น ภาวะซึมเศร้าหรือสับสน)
  • อาการทางระบบโลหิตวิทยา ได้แก่ ภาวะเม็ดเลือดขาวต่ำ (leukopenia) ชั่วคราว และภาวะเกล็ดเลือดต่ำ (thrombocytopenia)
  • อาการทางระบบทางเดินปัสสาวะและอวัยวะสืบพันธุ์ ได้แก่ ความไม่สบายบริเวณท่อปัสสาวะ และปัสสาวะสีเข้มขึ้น
  • อาการอื่น ๆ ได้แก่ อ่อนเพลีย ภาวะเส้นประสาทส่วนปลายผิดปกติ (peripheral neuropathy; พบได้ในกรณีใช้ขนาดสูงหรือใช้ต่อเนื่องเป็นเวลานาน) การรับความรู้สึกลดลง (hypoesthesia) การรับรสผิดปกติ (dysgeusia) อาการชาหรือรู้สึกเสียวซ่า (paresthesia) และน้ำตาไหล
 ข้อแนะนำในการใช้ยา:
  • ใช้ด้วยความระมัดระวังในผู้ป่วยที่มีหรือเคยมีความผิดปกติของระบบเลือด (blood dyscrasia)
 Tetracycline 
 Tetracycline   ขี้ผึ้ง 3%  ทาทุก 8–24 ชั่วโมง

 ข้อแนะนำในการใช้ยา:

  • ใช้ด้วยความระมัดระวังในผู้ป่วยที่มีการติดเชื้อแทรกซ้อน (superinfection)
* มียาสูตรผสมที่ประกอบด้วย ยากลุ่มเรตินอยด์และ Benzoyl peroxide โปรดดูรูปแบบยาและข้อมูลการสั่งใช้ใน MIMS ฉบับล่าสุด
¹ มียาสูตรผสมที่มี ยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ โปรดดูรูปแบบยาและข้อมูลการสั่งใช้ใน MIMS ฉบับล่าสุด

ยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวม (Combination Oral Contraceptives; COCs)

 ยา  Progestin
(mcg)
 Estrogen
(mcg)
  หมายเหตุ 
 Monophasic
 Cyproterone acetate/ethinyl  2000 30 
 อาการไม่พึงประสงค์:
  • อาการไม่พึงประสงค์เล็กน้อยมักเกิดขึ้นในช่วง 3 รอบเดือนแรก ได้แก่ คลื่นไส้ อาการเจ็บคัดเต้านม และปวดศีรษะ
  • อาจพบเลือดออกผิดปกติระหว่างรอบเดือน โดยพบได้บ่อยที่สุด หรือภาวะขาดประจำเดือน (amenorrhea) ประมาณ 2–3% ของรอบเดือน
  • อาการอื่น ๆ ได้แก่ สิว การเปลี่ยนแปลงของอารมณ์ น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น และความดันโลหิตเพิ่มขึ้น
  • ความเสี่ยงสัมพัทธ์ต่อการเกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำ (VTE) อาจเพิ่มขึ้นจากการใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวม (COCs) แต่ยังคงอยู่ในระดับต่ำและต่ำกว่าความเสี่ยงของ VTE ที่สัมพันธ์กับการตั้งครรภ์อย่างมาก
  • ผู้ใช้ COCs ที่มีความดันโลหิตสูง หรือผู้ที่สูบบุหรี่ ≥15 มวนต่อวัน มีความเสี่ยงสัมพัทธ์เพิ่มขึ้นต่อการเกิดกล้ามเนื้อหัวใจตาย (MI) และโรคหลอดเลือดสมอง (stroke)
 ข้อแนะนำในการใช้ยา:
  • ไม่ควรใช้ COCs ในสตรีที่มีข้อห้ามใช้เอสโตรเจน เช่น การตั้งครรภ์ การให้นมบุตร เลือดออกทางช่องคลอดที่ยังไม่ทราบสาเหตุ ภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำหรือหลอดเลือดแดง ความผิดปกติของการแข็งตัวของเลือด ไมเกรน โรคหลอดเลือดสมอง ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตาย ความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดหัวใจ (angina pectoris) ภาวะไขมันในเลือดสูง โรคเบาหวานที่มีภาวะแทรกซ้อนทางหลอดเลือด ตับอ่อนอักเสบ โรคตับรุนแรง เนื้องอกตับ มะเร็งเต้านมและมะเร็งอวัยวะสืบพันธุ์ ภาวะไตวาย หรือภาวะอื่นที่ความเสี่ยงมีมากกว่าประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
  • ควรซักประวัติทางการแพทย์อย่างครบถ้วนเพื่อตรวจหาปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตันก่อนเริ่มใช้ยา
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสแสงแดดหรือรังสีอัลตราไวโอเลต (UV) มากเกินไปในสตรีที่มีแนวโน้มเกิดฝ้า (chloasma)
 Cyproterone acetate/ethinyl estradiol   2000  35
 Desogestrel/ ethinyl estradiol  25  40
 125  30
 Drospirenone/ethinyl estradiol   3000  30
 3000  20
 Gestodene/ethinyl estradiol  60  15
 75  20
 Levonorgestrel/ethinyl estradiol   100  20
 Norgestimate/ethinyl estradiol  180  35
 215  35
 250  35

Corticosteroid Hormones

 ยา ขนาดยา     หมายเหตุ 
 Dexamethasone  ฉีดเข้ารอยโรค ขนาด 2–6 มก. ทุก 3–5 วัน หรือทุก 2–3 สัปดาห์
 อาการไม่พึงประสงค์:
  • อาการเฉพาะที่ ได้แก่ อาการกำเริบหลังฉีด, ฝีไร้เชื้อ (sterile abscess), หลอดเลือดอักเสบจากลิ่มเลือด (thrombophlebitis), ผิวเป็นรอยบุ๋ม, การเปลี่ยนแปลงของสีผิว และภาวะหลอดเลือดฝอยขยาย (telangiectasia)
 ข้อแนะนำในการใช้ยา:
  • ควรคำนึงถึงการดูดซึมยาเข้าสู่ระบบร่างกาย อยู่เสมอ
  • ห้ามใช้ในผู้ป่วยที่มีการติดเชื้อราตามร่างกาย 
  • ห้ามให้ร่วมกับวัคซีนเชื้อเป็น
  • ใช้ด้วยความระมัดระวังในผู้ป่วยที่มีโรคทางจิตเวชอยู่เดิม ภาวะหัวใจล้มเหลว โรคเบาหวาน โรคของระบบทางเดินอาหาร ภาวะตับบกพร่องรวมถึงตับแข็ง (cirrhosis) โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงชนิด myasthenia gravis ต้อกระจก และ/หรือต้อหิน ภาวะกระดูกพรุน ภาวะไตบกพร่อง ประวัติความผิดปกติที่ทำให้เกิดอาการชัก โรคของต่อมไทรอยด์ หรือผู้ที่เพิ่งมีภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน (acute myocardial infarction)
 Triamcinolone acetonide  ฉีดเข้ารอยโรค ขนาด 1–3 มก./ตำแหน่ง

 ขนาดยาสูงสุด:
  • 1 ตำแหน่ง: ≤5 มก.
  • มากกว่า 1 ตำแหน่ง: ≤30 มก. รวม

ยาอื่น ๆ ที่มีผลต่อการทำงานของระบบฮอร์โมน

 ยา ขนาดยา    หมายเหตุ
 Cyproterone acetate¹  100 มก. รับประทานทุก 24 ชั่วโมง ตั้งแต่วันที่ 1 ถึงวันที่ 10 ของรอบเดือน
 อาการไม่พึงประสงค์:
  • อาการทางระบบประสาทส่วนกลาง ได้แก่ ปวดศีรษะ และอารมณ์ซึมเศร้า
  • อาการทางระบบทางเดินอาหาร ได้แก่ คลื่นไส้ และอาการผิดปกติอื่น ๆ ของระบบทางเดินอาหาร
  • อาการทางนรีเวช ได้แก่ อาการปวดเต้านม รอบเดือนผิดปกติ และเลือดออกกะปริดกะปรอย 
  • อาการอื่น ๆ ได้แก่ อ่อนเพลีย น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น ความต้องการทางเพศลดลง และภาวะลิ่มเลือดอุดตัน (thrombotic phenomena)
 ข้อแนะนำในการใช้ยา:
  • ห้ามใช้ในผู้ป่วยที่มีโรคตับ กลุ่มอาการ Dubin-Johnson syndrome หรือ Rotor syndrome; มีหรือเคยมีเนื้องอกตับ; มีหรือเคยมี meningioma; ภาวะร่างกายผอมแห้งจากโรคเรื้อรัง (wasting diseases); ภาวะซึมเศร้าเรื้อรังรุนแรง; มีหรือเคยมีภาวะลิ่มเลือดอุดตัน; โรคเบาหวานรุนแรงที่มีการเปลี่ยนแปลงของหลอดเลือด; โรคโลหิตจางชนิดเม็ดเลือดแดงรูปเคียว (sickle-cell anemia); เคยมีประวัติดีซ่านหรืออาการคันต่อเนื่องระหว่างการตั้งครรภ์ หรือโรคเริมขณะตั้งครรภ์ (herpes of pregnancy); มะเร็งต่อมลูกหมากที่ไม่สามารถผ่าตัดได้
  • ใช้ด้วยความระมัดระวังในผู้ป่วยที่มีประวัติภาวะลิ่มเลือดอุดตัน โรคโลหิตจาง โรคเบาหวาน ความผิดปกติทางพันธุกรรมที่พบได้น้อยของการทนต่อน้ำตาลกาแลคโตส (galactose intolerance) การขาดเอนไซม์ Lapp lactase หรือภาวะดูดซึมกลูโคส-กาแลคโตสบกพร่อง (glucose-galactose malabsorption) รวมถึงผู้ที่มีสาเหตุรุนแรงทางกายของภาวะแอนโดรเจนเกิน เช่น กลุ่มอาการคุชชิง (Cushing’s syndrome) เนื้องอกรังไข่ มะเร็งต่อมหมวกไต และกลุ่มอาการแอนโดรเจนเกินแต่กำเนิด (adrenogenital syndrome)
  • ควรติดตามการทำงานของตับ การทำงานของต่อมหมวกไต และจำนวนเม็ดเลือดแดงเป็นประจำระหว่างการรักษา และควรตรวจทางนรีเวชหากมีเลือดออกผิดปกติที่เกิดซ้ำหรือเป็นต่อเนื่อง
¹ มีผลิตภัณฑ์สูตรผสมกับ Ethinylestradiol จำหน่าย โปรดตรวจสอบ MIMS ฉบับล่าสุดสำหรับรูปแบบผลิตภัณฑ์และข้อมูลการสั่งใช้ยาโดยเฉพาะ

สารฆ่าเชื้อและน้ำยาฆ่าเชื้อสำหรับใช้กับผิวหนัง

 ยา  รูปแบบที่มีจำหน่าย   ขนาดยา  หมายเหตุ
 Chlorhexidine digluconate  สารละลาย 4%  ทำให้ผิวหนังเปียก ชโลมยาในปริมาณที่เพียงพอจนเกิดฟอง แล้วล้างออกให้สะอาด
 อาการไม่พึงประสงค์:
  • การระคายเคืองเฉพาะที่
 ข้อแนะนำในการใช้ยา:
  • ไม่ควรใช้ร่วมกับผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง และสารฆ่าเชื้อสำหรับใช้เฉพาะที่อื่น ๆ
  • ใช้ด้วยความระมัดระวังบริเวณเยื่อบุ และหลีกเลี่ยงการใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน
 Povidone iodine  สารละลาย 4%, 7.5%, 10%  ทาทุก 8–12 ชั่วโมง
 อาการไม่พึงประสงค์:
  • การระคายเคืองเฉพาะที่
 ข้อแนะนำในการใช้ยา:
  • ใช้ด้วยความระมัดระวังในผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะไวต่อไอโอดีน (iodine idiosyncrasy)

ผลิตภัณฑ์ปิดแผลและดูแลบาดแผล

ยา  รูปแบบที่มีจำหน่าย  ขนาดยา หมายเหตุ 
 Zn hyaluronate
(Zinc hyaluronate)
 เจล 0.1%  ทาบริเวณที่มีรอยโรคทุก 12 ชั่วโมง
 อาการไม่พึงประสงค์:
  • ผื่นแดง อาการแสบหรือเสียวเล็กน้อยชั่วคราว ความรู้สึกแสบร้อน และอาการปวดเฉพาะที่

Disclaimer

คำแนะนำขนาดยาทั้งหมดนี้ใช้สำหรับสตรีที่ไม่ได้ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร และผู้ใหญ่ที่ไม่ใช่ผู้สูงอายุซึ่งมีการทำงานของไตและตับเป็นปกติ เว้นแต่จะมีการระบุไว้เป็นอย่างอื่น

ผลิตภัณฑ์บางรายการอาจไม่มีจำหน่ายหรือยังไม่ได้รับการอนุมัติให้ใช้ตามข้อบ่งใช้ดังกล่าวในทุกประเทศ

ข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่แสดงใน Drug Summary อ้างอิงจากข้อบ่งใช้ที่ระบุไว้ในเอกสารกำกับยาซึ่งได้รับการอนุมัติในแต่ละประเทศ

โปรดศึกษาข้อมูลการสั่งใช้ยาที่เฉพาะเจาะจงสำหรับแต่ละประเทศจากเอกสารกำกับยาท้องถิ่นในหัวข้อ Related MIMS Drugs เพิ่มเติม