Anxiety โรควิตกกังวล Drug Summary

Last updated: 17 April 2026

ยากันชัก (Anticonvulsants)

 ยา  ขนาดยา  หมายเหตุ
 Pregabalin Generalized Anxiety Disorder:

 ขนาดยาเริ่มต้น: 150 มก. รับประทานวันละ 1 ครั้ง หรือแบ่งรับประทาน 2-3 ครั้งต่อวันสามารถเพิ่มขนาดยาเป็น 300 มก./วัน หลังการรักษา 1 สัปดาห์อาจเพิ่มขนาดยาเป็น 450 มก./วัน หลังจากนั้นอีก 1 สัปดาห์

 ขนาดยาสูงสุด: 600 มก./วัน หลังจากนั้นอีก 1 สัปดาห์
 อาการไม่พึงประสงค์
  • อาการทางระบบประสาทส่วนกลาง (CNS) เช่น ง่วงซึม เวียนศีรษะ อ่อนเพลีย ความจำบกพร่อง ปวดศีรษะ วิตกกังวล และง่วงนอน
  • อาการทางระบบทางเดินอาหาร เช่น น้ำหนักเพิ่ม อาหารไม่ย่อย คลื่นไส้/อาเจียน และท้องเสีย
  • อาการทางโลหิตวิทยา เช่น จำนวนเม็ดเลือดขาวลดลง และภาวะเม็ดเลือดขาวต่ำ (leukopenia)
  • อาการทางระบบทางเดินหายใจ เช่น การติดเชื้อทางเดินหายใจ ไอ
  • อาการทางตา เช่น ตากระตุก (nystagmus) และเห็นภาพซ้อน (diplopia)
  • อาการอื่น ๆ เช่น บวมน้ำส่วนปลาย เดินเซ สั่น ปวดข้อ ปวดกล้ามเนื้อ จ้ำเลือด อ่อนแรง และการติดเชื้อไวรัส
  • อาจทำให้ค่า CPK เพิ่มขึ้น
  • พบได้น้อย: ตับอ่อนอักเสบ การทำงานของตับผิดปกติ (altered LFTs) กลุ่มอาการสตีเวนส์-จอห์นสัน (Stevens-Johnson syndrome) และระดับน้ำตาลในเลือดผันผวนในผู้ป่วยเบาหวาน
 ข้อแนะนำในการใช้ยา 
  • ใช้ด้วยความระมัดระวังในผู้ป่วยที่มีภาวะไตบกพร่องรุนแรง มีประวัติโรคทางจิต มีภาวะหัวใจล้มเหลว (CHF) ภาวะ AV block ความดันโลหิตสูง เบาหวาน หรือมีประวัติภาวะ angioedema
  • เฝ้าระวังการเกิดหรือการแย่ลงของภาวะซึมเศร้า ความคิดฆ่าตัวตาย หรือการเปลี่ยนแปลงของอารมณ์และพฤติกรรมที่ผิดปกติ
  • ควรหยุดยาอย่างค่อยเป็นค่อยไป (แนะนำอย่างน้อย 7 วัน)

ยาคลายกังวล (Anxiolytics)

 ยา  ขนาดยา  หมายเหตุ
 Etifoxine  150-200 มก./วัน รับประทาน แบ่งให้ 2-3 ครั้งต่อวัน
 อาการไม่พึงประสงค์
  • อาการทางระบบประสาทส่วนกลาง ได้แก่ ง่วงนอน
  • อาการทางผิวหนัง ได้แก่ ผื่น คัน บวม และลมพิษ
  • อาการทางระบบทางเดินอาหาร ได้แก่ ตับอักเสบและลำไส้ใหญ่อักเสบจากลิมโฟไซต์ (lymphocytic colitis)
 ข้อแนะนำในการใช้ยา
  • ห้ามใช้ในผู้ป่วยที่มีภาวะตับบกพร่องรุนแรง หรือไตบกพร่องรุนแรง และผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงชนิด Myasthenia gravis
  • ควรหยุดใช้ยาหากเกิดปฏิกิริยาทางผิวหนัง ปฏิกิริยาแพ้ หรือภาวะตับบกพร่อง
 Hydroxyzine
 (Hydroxyzine pamoate)
 25-100 มก. รับประทานทุก 6-8 ชั่วโมง

 ขนาดยาสูงสุดต่อครั้ง: 100 มก./วัน
 อาการไม่พึงประสงค์
  • ง่วงนอน อาการกดประสาท เวียนศีรษะ อ่อนเพลีย และภาวะกดการทำงานของระบบประสาทส่วนกลาง ซึ่งอาจลดลงเมื่อใช้ยาไปสักระยะ
  • อาการทางระบบประสาทส่วนกลาง ได้แก่ ปวดศีรษะ และการทำงานด้านการเคลื่อนไหวบกพร่อง (psychomotor impairment)
  • อาการต้านมิวสคารินิก (antimuscarinic effects) ได้แก่ ปากแห้ง ตามัว ปัสสาวะคั่ง ท้องผูก และโรคกรดไหลย้อน (GERD)
  • อาการอื่น ๆ ได้แก่ คลื่นไส้/อาเจียน เหงื่อออก ปวดกล้ามเนื้อ และผื่น
 ข้อแนะนำในการใช้ยา
  • ใช้ด้วยความระมัดระวังในผู้ป่วยโรคต้อหิน ภาวะต่อมลูกหมากโต และ/หรือทางเดินปัสสาวะอุดกั้น โรคหอบหืด โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD ) โรคหัวใจและหลอดเลือด ภาวะหัวใจล้มเหลวที่ยังควบคุมไม่ได้ หรือผู้ที่เพิ่งเกิดกล้ามเนื้อหัวใจตาย (MI)
  • ห้ามใช้ในผู้ป่วยที่มีหรือมีความเสี่ยงต่อภาวะ QT prolongation และผู้ป่วยโรคตับรุนแรง
  • เฝ้าระวังการเกิดหรือการแย่ลงของภาวะซึมเศร้า

ยาต้านโรคจิตรุ่นที่ 2 (Atypical/2nd Generation Antipsychotics)

 ยา  ขนาดยา หมายเหตุ 
 Quetiapine  โรควิตกกังวลทั่วไป:
 ชนิดออกฤทธิ์นาน:
 ขนาดยาเริ่มต้น: 50 มก. รับประทานวันละครั้งในตอนเย็น (วันที่ 1 และ 2)
อาจเพิ่มขนาดยาเป็น 150 มก. รับประทานวันละครั้งในตอนเย็น (วันที่ 3 และ 4)

 ช่วงขนาดยาที่แนะนำ: 50-150 มก./วัน ขึ้นอยู่กับการตอบสนองทางคลินิกและความสามารถในการทนต่อยาของผู้ป่วย
 อาการไม่พึงประสงค์
  • อาการทางระบบประสาทส่วนกลาง ได้แก่ ง่วงซึม เวียนศีรษะ อ่อนเพลียเล็กน้อย เป็นลม กลุ่มอาการ Neuroleptic Malignant Syndrome (NMS) และอาการข้างเคียง EPS
  • อาการทางระบบทางเดินอาหาร ได้แก่ ปากแห้ง ท้องผูก และอาหารไม่ย่อย
  • อาการทางระบบหัวใจและหลอดเลือด ได้แก่ หัวใจเต้นเร็ว และความดันโลหิตต่ำเมื่อลุกเปลี่ยนท่า (orthostatic hypotension)
  • อาการอื่น ๆ ได้แก่ บวมน้ำส่วนปลาย เยื่อบุจมูกอักเสบ และตามัว
 ข้อแนะนำในการใช้ยา
  • ควรรับประทานก่อนนอน
  • ใช้ด้วยความระมัดระวังเมื่อใช้ร่วมกับยาที่ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทส่วนกลางและแอลกอฮอล์ ในผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือดหรือโรคหลอดเลือดสมอง ผู้ที่มีภาวะเสี่ยงต่อความดันโลหิตต่ำ ผู้ป่วยที่มีอาการชัก ภาวะ EPS ภาวะ tardive dyskinesia และกลุ่มอาการ NMS
  • เฝ้าระวังในผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นต่อความคิดฆ่าตัวตาย การทำร้ายตนเอง และเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการฆ่าตัวตาย

Azaspirodecanedione

 ยา  ขนาดยา  หมายเหตุ
 Buspirone  โรควิตกกังวลทั่วไป:
 ขนาดยาเริ่มต้น: 10-15 มก./วัน หรือ 5-7.5 มก. รับประทานทุก 8-12 ชั่วโมงสามารถเพิ่มขนาดยาครั้งละ 5 มก. ทุก 2-3 วัน ตามการตอบสนองของผู้ป่วย

 ขนาดยาสำหรับการรักษาต่อเนื่อง: 15-30 มก./วัน รับประทานแบ่งให้ 2-3 ครั้งต่อวัน
 ขนาดยาสูงสุด: 60 มก./วัน
 อาการไม่พึงประสงค์
  • อาการทางระบบประสาทส่วนกลาง ได้แก่ เวียนศีรษะ ปวดศีรษะ กระสับกระส่าย ตื่นเต้นง่าย มึนศีรษะ และความผิดปกติของการนอนหลับ
  • อาการทางระบบทางเดินอาหาร ได้แก่ คลื่นไส้/อาเจียน และท้องเสีย
  • อาการอื่น ๆ ได้แก่ หูอื้อ ตามัว และปากแห้ง
 ข้อแนะนำในการใช้ยา
  • ใช้ด้วยความระมัดระวังในผู้ป่วยที่มีความบกพร่องของการทำงานของไตหรือตับ
  • หลีกเลี่ยงการใช้ในผู้ป่วยโรคลมชัก และผู้ป่วยที่มีภาวะตับวายหรือไตวายรุนแรง
  • ไม่แนะนำให้ใช้ร่วมกับยากลุ่ม MAO inhibitors

Benzodiazepines

 ยา  ขนาดยา  หมายเหตุ
 Alprazolam  ชนิดออกฤทธิ์ปกติ:
 โรควิตกกังวลทั่วไป:
 ขนาดยาเริ่มต้น: 0.75-1.5 มก./วัน รับประทานแบ่งให้หลายครั้งต่อวัน
ขนาดยาสำหรับการรักษาต่อเนื่อง: 0.5-4 มก./วัน รับประทานแบ่งให้หลายครั้งต่อวัน

 โรคแพนิค:
 ขนาดยาเริ่มต้น:
0.5 มก. รับประทานทุก 8 ชั่วโมง หรือ 0.5-1 มก. รับประทานก่อนนอน อาจเพิ่มขนาดยา โดยเพิ่มไม่เกิน 1 มก. ทุก 3-4 วัน
 ขนาดยาสูงสุด: 10 มก./วัน
 
ชนิดออกฤทธิ์นาน

 โรควิตกกังวลทั่วไป:
 ขนาดยาเริ่มต้น: 1 มก./วัน รับประทานแบ่งให้ 1-2 ครั้งต่อวัน
 ขนาดยาที่ใช้ทั่วไป: 0.5-4 มก./วัน รับประทานแบ่งให้ 1-2 ครั้งต่อวัน
 โรคแพนิค:
 ขนาดยาเริ่มต้น:
0.5-1 มก. รับประทานก่อนนอน หรือ 0.5 มก. รับประทานทุก 12 ชั่วโมง อาจเพิ่มขนาดยา โดยเพิ่มไม่เกิน 1 มก. ทุก 3-4 วัน
 อาการไม่พึงประสงค์
  • อาการไม่พึงประสงค์ทางระบบประสาทส่วนกลางที่สัมพันธ์กับขนาดยาพบได้บ่อย ส่วนอาการไม่พึงประสงค์อื่น ๆ มีรายงานพบ แต่พบได้น้อยมาก
  • ยากลุ่ม benzodiazepines มีความสัมพันธ์กับการเกิดภาวะสูญเสียความจำในช่วงสั้น ๆ (anterograde amnesia) และปฏกิิริยาตรงข้ามกับฤทธิ์ของยา (paradoxical reactions)
  • อาการทางระบบประสาทส่วนกลางและพฤติกรรม ได้แก่ ง่วงนอน เดินเซ อ่อนเพลีย สับสน เวียนศีรษะ บ้านหมุน เป็นลม ปวดศีรษะ พูดไม่ชัด ซึมเศร้า ก้าวร้าว และมีพฤติกรรมไม่เป็นมิตร
  • อาการทางระบบทางเดินหายใจ ได้แก่ ภาวะกดการหายใจ ภาวะหยุดหายใจ ไอ และการหลั่งสารคัดหลั่งจากหลอดลมเพิ่มขึ้น
  • อาการทางระบบหัวใจและหลอดเลือด ได้แก่ ความดันโลหิตต่ำ
  • อาการทางระบบทางเดินอาหาร ได้แก่ คลื่นไส้/อาเจียน การเปลี่ยนแปลงของความอยากอาหาร น้ำหนักเพิ่ม/ลด และการหลั่งน้ำลายเปลี่ยนแปลง
  • อาการอื่น ๆ ได้แก่ ปฏิกิริยาบริเวณที่ฉีดยา ภาวะแพ้รุนแรง (anaphylaxis) ปฏิกิริยาภูมิไวเกิน กล้ามเนื้อสั่น อ่อนแรง ความต้องการทางเพศเปลี่ยนแปลง ปัสสาวะคั่ง และความผิดปกติทางการมองเห็น
  • อาจเกิดภาวะหลอดเลือดดำอักเสบร่วมกับลิ่มเลือด (thrombophlebitis) และเอนไซม์ตับเพิ่มขึ้นในยาฉีดเข้าหลอดเลือดดำบางรูปแบบ
  • Tofisopam: ไม่ทำให้ง่วงนอน และไม่มีฤทธิ์ต้านอาการชักหรือฤทธิ์คลายกล้ามเนื้อ
 ข้อแนะนำในการใช้ยา
  • หลีกเลี่ยงการใช้ในผู้ป่วยที่มีภาวะกดการทำงานของระบบประสาทส่วนกลางอยู่เดิม ภาวะหายใจล้มเหลวเฉียบพลันหรือเรื้อรัง ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ โรคต้อหินมุมแคบเฉียบพลัน และผู้ที่มีประวัติการพึ่งพายาหรือแอลกอฮอล์
  • ใช้ด้วยความระมัดระวังอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่ไม่ได้อยู่ในภาวะวิกฤต เนื่องจากยาอาจทำให้เกิดภาวะกดการหายใจรุนแรง ภาวะหยุดหายใจ หรือภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
  • ใช้ด้วยความระมัดระวังในผู้ป่วยที่มีกล้ามเนื้ออ่อนแรงเรื้อรัง การทำงานของไตหรือตับบกพร่อง ผู้ที่ได้รับยาที่กดการทำงานของระบบประสาทส่วนกลางชนิดอื่น และผู้สูงอายุ
  • เริ่มต้นด้วยขนาดยาต่ำและปรับเพิ่มขนาดยาอย่างช้า ๆ ตามการตอบสนองของผู้ป่วย
  • ผู้สูงอายุควรได้รับยาในขนาดที่ต่ำกว่า
  • ควรใช้ยาในระยะสั้นเพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดการพึ่งพายาและอาการถอนยา
  • เพื่อหลีกเลี่ยงอาการกำเริบหลังหยุดยา (rebound symptoms) หรืออาการถอนยา ควรค่อย ๆ ลดขนาดยาลงในช่วงหลายสัปดาห์หรือนานกว่านั้น
  • อาจเกิดอาการวิตกกังวลกำเริบในช่วงใกล้ถึงเวลารับประทานยาครั้งถัดไป
  • เฝ้าระวังการเกิดหรือการแย่ลงของภาวะซึมเศร้า ความคิดฆ่าตัวตาย หรือการเปลี่ยนแปลงของอารมณ์และพฤติกรรมที่ผิดปกติ
 Bromazepam  1.5-3 มก. หรือ 6-12 มก./วัน รับประทานแบ่งให้หลายครั้งต่อวัน
 ขนาดยาสูงสุด: 60 มก./วัน
 Chlordiazepoxide¹  5-25 มก. รับประทานทุก 6-12 ชั่วโมง
 ขนาดยาสูงสุด: 100 มก./วัน
 Clobazam  ขนาดยาเริ่มต้น: 20-30 มก./วัน รับประทานแบ่งให้หลายครั้งต่อวัน อาจให้ยาเป็นขนาดเดียวก่อนนอน
 Clonazepam  โรคแพนิค:
 ขนาดยาเริ่มต้น: 0.25 มก. รับประทานทุก 12 ชั่วโมงิอาจเพิ่มขนาดยาครั้งละ 0.125-0.25 มก. รับประทานทุก 12 ชั่วโมง ทุก 3 วันอาจให้ยาเป็น ขนาดเดียวก่อนนอน
 ขนาดยาสำหรับการรักษาต่อเนื่อง: 1 มก./วัน
 ขนาดยาสูงสุด: 4 มก./วัน
 Diazepam  2-10 มก. รับประทานทุก 6-12 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการ หรือ
2-10 มก. ฉีดเข้ากล้ามเนื้อ หรือ ฉีดเข้าหลอดเลือดดำอย่างช้า ๆ อาจให้ซ้ำทุก 3-6 ชั่วโมงตามความจำเป็น
 ขนาดยาสูงสุด: 40 มก./วัน รับประทานแบ่งให้ 2-4 ครั้งต่อวัน
 Dipotassium clorazepate  30 มก./วัน รับประทานแบ่งให้หลายครั้งต่อวัน หรือ 7.5-15 มก. รับประทานทุก 12 ชั่วโมง หรือ 15 มก. รับประทานก่อนนอน
 ขนาดยาที่ใช้ทั่วไป: 15-60 มก./วัน
 Ethyl loflazepate  1-3 มก./วัน รับประทานวันละครั้ง หรือ รับประทานแบ่งให้หลายครั้งต่อวัน
 Fludiazepam  0.75 มก./วัน รับประทานแบ่งให้ 3 ครั้งต่อวัน
 Lorazepam  ขนาดยาเริ่มต้น: 2-3 มก./วัน รับประทานแบ่งให้หลายครั้งต่อวัน อาจเพิ่มหรือลดขนาดยาครั้งละ 0.5 มก. หรือ 0.025-0.03 มก. โดยการฉีดเข้ากล้ามเนื้อหรือฉีดเข้าหลอดเลือดดำ และอาจให้ซ้ำทุก 6 ชั่วโมง
 ขนาดยาสำหรับการรักษาต่อเนื่อง: 1-4 มก./วัน
 ขนาดยาสูงสุด: 6 มก./วัน
 Medazepam  10-30 มก. รับประทานทุก 8-12 ชั่วโมง
 ขนาดยาสูงสุด: 60 มก./วัน
 Nordazepam  7.5-15 มก. รับประทานก่อนนอน
 Oxazepam  10-30 มก. รับประทานทุก 6-8 ชั่วโมง
 Pinazepam  10 มก. รับประทานทุก 12 ชั่วโมงอาจเพิ่มขนาดยาเป็น 20 มก./วัน ในผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง
 Prazepam  30 มก./วัน รับประทานก่อนนอน หรือรับประทานแบ่งให้หลายครั้งต่อวัน
 ขนาดยาสูงสุด: 60 มก./วัน
 Tofisopam  50 มก. รับประทานทุก 8 ชั่วโมง
¹ Chlordiazepoxide มีรูปแบบยาผสมร่วมกับ amitriptyline และ clidinium bromide ด้วย โปรดดูข้อมูลผลิตภัณฑ์ล่าสุดใน MIMS สำหรับรายละเอียดของรูปแบบยาที่มีจำหน่าย

Beta-blocker

 ยา ขนาดยา  หมายเหตุ 
 Propranolol  โรคกลัวสังคม:
 ขนาดยาเริ่มต้น:
40 มก. รับประทานทุก 8-12 ชั่วโมง อาจเพิ่มขนาดยาครั้งละเท่าเดิมทุกสัปดาห์ ตามการตอบสนองของผู้ป่วย
 ขนาดยาที่ใช้ทั่วไป: 80-160 มก./วัน

 อาการไม่พึงประสงค์

  • มักไม่พบอาการไม่พึงประสงค์ที่มีนัยสำคัญเมื่อใช้ยาเป็นครั้งคราวตามความจำเป็น
  • อาการทางระบบหัวใจและหลอดเลือด ได้แก่ หัวใจเต้นช้า ความดันโลหิตต่ำ ภาวะหัวใจบล็อก และภาวะหัวใจล้มเหลวในผู้ป่วยที่มีโรคหัวใจและหลอดเลือดอยู่เดิม รวมทั้ง Raynaud's phenomenon
  • อาการทางระบบประสาทส่วนกลางและอาการทางจิต ได้แก่ อ่อนเพลีย ซึมเศร้า เวียนศีรษะ และความผิดปกติของการนอนหลับ
  • อาการอื่น ๆ ได้แก่ หลอดลมหดเกร็ง และผื่น
  • อาจรบกวนการเผาผลาญคาร์โบไฮเดรตและไขมัน
 ข้อแนะนำในการใช้ยา
  • ใช้ด้วยความระมัดระวังในผู้ป่วยโรคหอบหืด COPD เบาหวาน การทำงานของไตหรือตับบกพร่อง ความผิดปกติของการนำไฟฟ้าหัวใจ (เช่น หัวใจบล็อกระดับ 2 หรือ 3) และภาวะหัวใจล้มเหลวที่ยังควบคุมไม่ได้

ยาต้านโรคจิตรุ่นที่ 1 (Conventional/1st Generation/Typical Antipsychotics)

 ยา ขนาดยา   หมายเหตุ
 Benzamide
 Sulpiride  50-150 มก./วัน รับประทาน
 อาการไม่พึงประสงค์
  • เหมือนกับ Chlorpromazine
  • อาการทางระบบประสาทส่วนกลาง ได้แก่ นอนไม่หลับ ง่วงซึม และอาการข้างเคียง EPS เช่น tardive dyskinesia; อาการทางระบบต่อมไร้ท่อ ได้แก่ ภาวะโปรแลคตินในเลือดสูง (hyperprolactinaemia) และ ภาวะขาดประจำเดือน (amenorrhoea); อาการอื่น ๆ ได้แก่ น้ำหนักเพิ่ม และเอนไซม์ตับเพิ่มขึ้น
  • ความผิดปกติของการนอนหลับ กระสับกระส่าย ตื่นตัวมากเกินไป โดยอาการ EPS พบได้บ่อยใกล้เคียงกับ Chlorpromazine แต่อาจมีความรุนแรงน้อยกว่า
  • มีแนวโน้มทำให้เกิดอาการง่วงซึมและความดันโลหิตต่ำได้น้อยกว่า และมีฤทธิ์ต้านมิวสคารินิก (antimuscarinic effects) น้อย
  • อาจกระตุ้นให้เกิดหรือทำให้อาการ mania หรือ hypomania รุนแรงขึ้น
 ข้อแนะนำในการใช้ยา
  • เหมือนกับ Chlorpromazine
  • ใช้ด้วยความระมัดระวังในผู้ป่วยที่มีภาวะ mania หรือ hypomania ผู้ป่วย pheochromocytoma, acute porphyria, prolactin-dependent tumors และโรคลมชัก
  • หลีกเลี่ยงการใช้ในผู้ป่วยที่มีการทำงานของไตบกพร่องระดับปานกลางถึงรุนแรง
 Butyrophenone
 Haloperidol  0.5 มก. รับประทานทุก 12 ชั่วโมง

 อาการไม่พึงประสงค์

  • เหมือนกับ Chlorpromazine
  • มีแนวโน้มทำให้เกิดอาการง่วงซึม ความดันโลหิตต่ำ และอาการต้านมิวสคารินิก (antimuscarinic side effects) น้อยกว่า แต่พบอาการ EPS ได้บ่อยกว่า
 ข้อแนะนำในการใช้ยา
  • เหมือนกับ Chlorpromazine
  • ใช้ด้วยความระมัดระวังในเด็กและวัยรุ่น เนื่องจากมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นต่อการเกิด acute dystonic reactions ชนิดรุนแรง
  • อาจทำให้เกิดอาการ EPS รุนแรงในผู้ป่วยที่มีภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานเกิน (hyperthyroidism)
 Phenothiazines
 Chlorpromazine  10 มก. รับประทานทุก 6-8 ชั่วโมง
หรือ
25 มก. รับประทานทุก 8-12 ชั่วโมง
หรือ
75 มก. รับประทานก่อนนอน
 กรณีอาการรุนแรง: 25 มก. รับประทานทุก 8 ชั่วโมง อาจเพิ่มขนาดยาเป็น 20-50 มก. สัปดาห์ละ 2 ครั้ง หลังจาก 1-2 วัน
คงขนาดยาที่เหมาะสมที่สุดเป็นเวลา 2 สัปดาห์ จากนั้นค่อย ๆ ลดขนาดยาลงจนถึงระดับขนาดยาสำหรับการรักษาต่อเนื่อง
 ขนาดยาสำหรับการรักษาต่อเนื่อง: 75-300 มก./วัน
 ขนาดยาสูงสุด: 1 กรัม/วัน
 อาการไม่พึงประสงค์
  • อาการทางระบบหัวใจและหลอดเลือด ได้แก่ ความดันโลหิตต่ำเมื่อลุกเปลี่ยนท่า (orthostatic hypotension) หัวใจเต้นเร็ว และภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ
  • อาการทางระบบประสาทส่วนกลาง ได้แก่ ง่วงซึม กล้ามเนื้อหดเกร็งผิดปกติ (dystonia) ภาวะกระสับกระส่าย (akathisia) กลุ่มอาการ Neuroleptic Malignant Syndrome (NMS) ภาวะ tardive dyskinesia และอาการชัก
  • อาการทางผิวหนัง ได้แก่ ผิวหนังมีสีคล้ำผิดปกติและผื่นแพ้
  • อาการทางระบบทางเดินอาหาร ได้แก่ ปากแห้ง คลื่นไส้ ท้องผูก และน้ำหนักเพิ่ม
  • อาการทางโลหิตวิทยา ได้แก่ agranulocytosis, leukopenia และ blood dyscrasias
  • อาการทางตา ได้แก่ pigmentary retinopathy, corneal opacities และตามัว
  • อาการอื่น ๆ ได้แก่ น้ำนมไหลผิดปกติ (galactorrhoea) ภาวะประจำเดือนมาน้อย (oligomenorrhoea) ปัสสาวะคั่ง ความผิดปกติของสมรรถภาพทางเพศ ดีซ่าน ความผิดปกติของคลื่นไฟฟ้าสมอง (EEG abnormalities) และเกณฑ์การชักลดลง (lowered seizure threshold)
  • ปฏิกิริยาไวต่อแส พบได้บ่อยกับ Chlorpromazine มากกว่ายาต้านโรคจิตชนิดอื่น
  • Prochlorperazine และ Flupentixol: มีแนวโน้มทำให้เกิดอาการง่วงซึมและอาการต้านมิวสคารินิกน้อยกว่า แต่พบอาการ EPS ได้บ่อยกว่า
  • Trifluoperazine และ Fluphenazine: มีแนวโน้มทำให้เกิดอาการง่วงซึม ความดันโลหิตต่ำ ภาวะอุณหภูมิกายต่ำ (hypothermia) และอาการต้านมิวสคารินิกน้อยกว่า แต่พบอาการ EPS ได้บ่อยกว่า โดยเฉพาะเมื่อใช้ขนาดยามากกว่า 6 มก./วัน
 ข้อแนะนำในการใช้ยา
  • ห้ามใช้ในผู้ป่วยที่มีภาวะกดการทำงานของระบบประสาทส่วนกลางอยู่เดิม (preexisting CNS depression) หรือภาวะโคม่า ภาวะกดการทำงานของไขกระดูก pheochromocytoma และ prolactin-dependent tumors
  • ใช้ด้วยความระมัดระวังในผู้ป่วยที่มีการทำงานของตับ ไต ระบบหัวใจและหลอดเลือด ระบบหลอดเลือดสมอง หรือระบบทางเดินหายใจบกพร่อง โรคต้อหินมุมปิด ประวัติดีซ่าน โรคพาร์กินสัน ภาวะไทรอยด์ทำงานต่ำ myasthenia gravis (MG) ภาวะลำไส้ไม่เคลื่อนไหว (paralytic ileus) ภาวะต่อมลูกหมากโต ภาวะปัสสาวะคั่ง โรคลมชักหรืออาการชัก และในผู้ป่วยที่มีการติดเชื้อเฉียบพลันหรือภาวะเม็ดเลือดขาวต่ำ (leukopenia)
  • Flupentixol: ไม่แนะนำให้ใช้ในภาวะที่มีการกระตุ้นมากผิดปกติหรือความตื่นตัวมากผิดปกติ รวมถึงภาวะแมเนีย (mania)
  • ฤทธิ์กดประสาทจะเด่นชัดที่สุดในช่วง 2-3 วันแรกของการรักษา
  • แนะนำให้ตรวจตาเป็นประจำในผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาระยะยาว
  • ติดตามผลตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC) ในผู้ป่วยที่มีไข้หรือมีการติดเชื้อโดยไม่ทราบสาเหตุ และติดตามการทำงานของตับ (LFTs)
  • หลังได้รับ Chlorpromazine ชนิดฉีด ผู้ป่วยควรนอนราบอย่างน้อย 30 นาที และติดตามความดันโลหิตระหว่างการให้ยา
  • หลีกเลี่ยงการหยุดยาอย่างกะทันหัน
 Fluphenazine  โรควิตกกังวลรุนแรง:
ขนาดยาเริ่มต้น:
12.5 มก. ฉีดเข้ากล้ามเนื้อชนิดออกฤทธิ์นาน (deep IM injection) การปรับขนาดยาและช่วงห่างระหว่างการให้ยาในครั้งต่อ ๆ ไป ควรพิจารณาตามการตอบสนองของผู้ป่วย โดยขนาดยาที่ต้องการอาจอยู่ในช่วง 12.5-100 มก.
และช่วงห่างระหว่างการให้ยาอาจอยู่ในช่วงทุก 2 สัปดาห์ ถึงทุก 5-6 สัปดาห์
 Prochlorperazine  ใช้ร่วมในการรักษาโรควิตกกังวลรุนแรง:
15-20 มก. รับประทานแบ่งให้หลายครั้งต่อวัน
 ขนาดยาสูงสุด: 4-6 มก./วัน
 Trifluoperazine  1-2 มก. รับประทานทุก 12-24 ชั่วโมง
 ขนาดยาสูงสุด: 4-6 มก./วัน
 ระยะเวลาการรักษาสูงสุด: 12 สัปดาห์
 Thioxanthene
 Flupentixol¹
 (Flupenthixol)
 0.5 มก. รับประทานทุก 12 ชั่วโมง อาจเพิ่มขนาดยาเป็น 2 มก. หลัง 1 สัปดาห์ หากการตอบสนองต่อการรักษาไม่เพียงพอ
 ขนาดยาสูงสุด: 3 มก. รับประทานทุก 24 ชั่วโมง โดยแบ่งให้หลายครั้งต่อวัน
¹ Flupentixol มีรูปแบบยาผสมร่วมกับ Melitracen ด้วย โปรดดูข้อมูลผลิตภัณฑ์ล่าสุดใน MIMS สำหรับรายละเอียดของรูปแบบยาที่มีจำหน่าย

Melatonergic Agonist*

 ยา  ขนาดยา   หมายเหตุ
 Agomelatine  ขนาดยาเริ่มต้น: 25 มก. รับประทานวันละครั้งก่อนนอนอาจเพิ่มขนาดยาเป็น 50 มก. รับประทานวันละครั้ง หากอาการไม่ดีขึ้นหลังการรักษา 4 สัปดาห์
 อาการไม่พึงประสงค์
  • อาการทางระบบประสาทส่วนกลาง ได้แก่ เวียนศีรษะ ง่วงซึม นอนไม่หลับ ไมเกรน ปวดศีรษะ และวิตกกังวล
  • อาการทางระบบทางเดินอาหาร ได้แก่ คลื่นไส้ ท้องเสีย ท้องผูก ปวดท้องส่วนบน และเอนไซม์ตับเพิ่มขึ้น
  • อาการอื่น ๆ ได้แก่ ปวดหลัง เหงื่อออกมากผิดปกติ (hyperhidrosis) และอ่อนเพลีย
 ข้อแนะนำในการใช้ยา
  • ควรตรวจการทำงานของตับก่อนเริ่มใช้ Agomelatine และหลังเริ่มการรักษาประมาณ 3, 6, 12 และ 24 สัปดาห์ รวมทั้งในผู้ป่วยที่มีอาการบ่งชี้ถึงความผิดปกติของตับ
  • ห้ามใช้ในผู้ป่วยที่มีภาวะตับบกพร่อง หรือมีค่าการทำงานของตับ (LFTs) มากกว่า 3 เท่าของค่าขีดจำกัดสูงสุดของค่าปกติ
  • ใช้ด้วยความระมัดระวังในผู้ป่วยโรคอารมณ์สองขั้ว (bipolar disorder) ผู้ที่มีประวัติการฆ่าตัวตาย เบาหวาน โรคอ้วน ผู้ติดสุรา และผู้ป่วยที่มีการทำงานของไตบกพร่องระดับปานกลางถึงรุนแรง
  • ไม่แนะนำให้ใช้ในผู้ป่วยอายุน้อยกว่า 18 ปี
*การรักษาด้วยยาต้านซึมเศร้าในเด็ก วัยรุ่น และผู้ใหญ่วัยหนุ่มสาว มีความสัมพันธ์กับการทรุดลงของอาการทางคลินิก ความคิดหรือพฤติกรรมฆ่าตัวตาย หรือการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่ผิดปกติ ดังนั้นควรเฝ้าสังเกตอาการผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด และมีการสื่อสารกับแพทย์ผู้สั่งใช้ยาอย่างสม่ำเสมอ

Monoamine Oxidase Inhibitor (MAOI)*

 ยา ขนาดยา  หมายเหตุ 
 กลุ่มสารยับยั้งเอนไซม์แบบเลือกจำเพาะและออกฤทธิ์ย้อนกลับได้
 Moclobemide  โรคกลัวสังคม:
 ขนาดยาเริ่มต้น:
300 มก. รับประทานวันละ 1 ครั้ง อาจเพิ่มขนาดยาได้ถึง 600 มก./วัน รับประทานแบ่งให้ 2 ครั้งต่อวัน หลังจาก 3 วัน
ให้การรักษาต่อเนื่องเป็นเวลา 8-12 สัปดาห์
 อาการไม่พึงประสงค์
  • อาการทางระบบประสาทส่วนกลางและอาการทางจิต ได้แก่ เวียนศีรษะ ปวดศีรษะ ง่วงซึม อ่อนเพลีย กระวนกระวาย กระสับกระส่าย อารมณ์ดีผิดปกติ (euphoria) นอนไม่หลับ ชัก และภาวะรีเฟล็กซ์ไวผิดปกติ (hyperreflexia)
  • อาการทางระบบทางเดินอาหาร ได้แก่ ปากแห้ง ท้องผูก คลื่นไส้/อาเจียน
  • อาการทางระบบหัวใจและหลอดเลือด ได้แก่ ความดันโลหิตต่ำเมื่อลุกเปลี่ยนท่า (orthostatic hypotension) บวมน้ำ และหัวใจเต้นเร็ว
  • อาการอื่น ๆ ได้แก่ ผื่นผิวหนัง บวมน้ำ กล้ามเนื้อสั่น อ่อนแรง เหงื่อออก และความผิดปกติทางเพศ
  • อาการไม่พึงประสงค์พบได้บ่อยและมีความรุนแรงมากกว่ายาต้านซึมเศร้าชนิดอื่น
 ข้อแนะนำในการใช้ยา
  • หลีกเลี่ยงการใช้ในผู้ป่วยโรคตับและโรคหลอดเลือดสมอง
  • ห้ามใช้ในผู้ป่วย pheochromocytoma ภาวะสับสนเฉียบพลัน และภาวะหัวใจล้มเหลว
  • ใช้ด้วยความระมัดระวังในผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือด เบาหวาน (DM) ภาวะไทรอยด์ทำงานเกิน ความผิดปกติของเลือด โรคไต โรคตับ ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยที่มีอาการกระสับกระส่าย
  • อาจเกิดภาวะความดันโลหิตสูงรุนแรงซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต หากใช้ร่วมกับอาหารที่มี tyramine จึงควรหลีกเลี่ยงอาหารดังกล่าวขณะใช้ยากลุ่ม MAOIs และต่อเนื่องอีก 14 วันหลังหยุดยา เช่น ชีส สารสกัดจากเนื้อสัตว์ อาหารรมควัน ปลาเฮร์ริงดอง ถั่วปากอ้าหรือ broad bean และผลิตภัณฑ์ถั่วเหลืองหมัก รวมถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  • อาจเกิดอันตรกิริยาระหว่างยาที่รุนแรงและอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตเมื่อใช้ร่วมกับ sympathomimetics, TCAs, SSRIs, SNRIs, nefazodone และ trazodone และอาจเกิดได้ต่อเนื่องถึง 14 วันหลังหยุดยา MAOIs
  • เฝ้าระวังพฤติกรรมฆ่าตัวตาย การเกิดภาวะ mania/hypomania และโรคอารมณ์สองขั้ว (bipolar disorder)
  • ควรค่อย ๆ ลดขนาดยาลง (แนะนำประมาณ 4 สัปดาห์) เพื่อป้องกันอาการถอนยา เช่น คลื่นไส้/อาเจียน เวียนศีรษะ ปวดศีรษะ และอาการทางระบบประสาทส่วนกลาง
  • ติดตามความดันโลหิตในผู้ป่วยทุกราย
* การรักษาด้วยยาต้านซึมเศร้าในเด็ก วัยรุ่น และผู้ใหญ่วัยหนุ่มสาว มีความสัมพันธ์กับการทรุดลงของอาการทางคลินิก ความคิดหรือพฤติกรรมฆ่าตัวตาย หรือการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่ผิดปกติ ดังนั้นควรเฝ้าสังเกตอาการผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด และมีการสื่อสารกับแพทย์ผู้สั่งใช้ยาอย่างสม่ำเสมอ

ยากลุ่ม Selective Serotonin Reuptake Inhibitors หรือ SSRIs*

 ยา ขนาดยา  หมายเหตุ 
 Citalopram  โรคแพนิค:
 ขนาดยาเริ่มต้น: 10 มก. รับประทานวันละ 1 ครั้ง อาจเพิ่มขนาดยาเป็น 20 มก. รับประทานวันละ 1 ครั้ง หลังจาก 7 วัน
 ขนาดยาที่ใช้ทั่วไป: 20-30 มก./วัน
 ขนาดยาสูงสุด: 40 มก./วัน
 อาการไม่พึงประสงค์
  • อาการที่สัมพันธ์กับขนาดยา ได้แก่ เหงื่อออกมากขึ้น ปากแห้ง นอนไม่หลับ ง่วงซึม ท้องเสีย คลื่นไส้ และอ่อนเพลีย
  • อาการทางระบบทางเดินอาหาร ได้แก่ อาหารไม่ย่อย ปวดท้อง และท้องผูก
  • อาการทางระบบประสาทส่วนกลางและอาการทางจิต ได้แก่ อาการสั่น วิตกกังวล เมินเฉยต่อสิ่งรอบตัว และอาการชาหรือความรู้สึกผิดปกติที่ผิวหนัง (paresthesias)
  • อาการอื่น ๆ ได้แก่ ความผิดปกติทางเพศ หาวบ่อย และปวดกล้ามเนื้อ 
 ข้อแนะนำในการใช้ยา
  • US FDA ออกคำเตือนว่าไม่ควรใช้ยาในขนาดมากกว่า 40 มก./วัน เนื่องจากอาจทำให้เกิดการยืดของช่วง QT (QT interval prolongation) ซึ่งสัมพันธ์กับขนาดยา และเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ รวมถึง torsades de pointes ผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจล้มเหลว ภาวะหัวใจเต้นช้า หรือได้รับยาที่ทราบว่าสามารถทำให้ช่วง QT ยาวขึ้น ควรได้รับการติดตามด้วยคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG) อย่างใกล้ชิด ผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงต่อภาวะโพแทสเซียมต่ำ (hypokalemia) หรือแมกนีเซียมต่ำ (hypomagnesemia) ก็มีความเสี่ยงต่อการเกิด torsades de pointes เช่นกัน
  • ห้ามใช้ในผู้ป่วยที่มี congenital long QT syndrome ผู้ป่วยที่ได้รับ Pimozide หรือยากลุ่ม MAO inhibitors ร่วมกัน หรือภายใน 2 สัปดาห์หลังหยุดใช้ยากลุ่ม MAO inhibitors
  • ใช้ด้วยความระมัดระวังในผู้ป่วยที่มีการทำงานของตับหรือไตบกพร่อง โรคต้อหินมุมปิด และผู้ป่วยโรคลมชักหรือมีประวัติอาการชัก
  • หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์สมุนไพรร่วมกัน (เช่น St. John's wort) เนื่องจากอาจเพิ่มฤทธิ์ serotonergic
  • ใช้ด้วยความระมัดระวังในผู้ป่วยที่ได้รับยาซึ่งมีผลต่อการแข็งตัวของเลือด
  • ในระยะแรกของการรักษาด้วยยากลุ่ม SSRIs อาจทำให้ผู้ป่วยรู้สึกวิตกกังวลมากขึ้น ดังนั้นควรเริ่มด้วยขนาดยาที่ต่ำกว่าขนาดที่ใช้รักษาภาวะซึมเศร้าตามปกติ และปรับเพิ่มขนาดยาอย่างค่อยเป็นค่อยไป
  • เฝ้าระวังความเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตาย การเกิดภาวะ mania รวมถึงคัดกรองโรคเบาหวานและ serotonin syndrome
  • หากใช้ยาเป็นระยะเวลานาน ควรค่อย ๆ ลดขนาดยาลงในช่วงหลายสัปดาห์ก่อนหยุดยา
  • ติดตามผล ECG และระดับแมกนีเซียมและโพแทสเซียมในเลือดเป็นระยะ ๆ
 Escitalopram  โรควิตกกังวลทั่วไป:
10-20 มก. รับประทานวันละ 1 ครั้ง
โรคแพนิค
 ขนาดยาเริ่มต้น: 5 มก. รับประทานวันละ 1 ครั้ง อาจเพิ่มขนาดยาเป็น 10 มก. รับประทานวันละ 1 ครั้ง หลังจาก 1 สัปดาห์

 โรคกลัวสังคม
10-20 มก. รับประทานวันละ 1 ครั้ง อาจลดขนาดยาลงเหลือ 5 มก./วัน
 ขนาดยาสูงสุด (ทุกข้อบ่งใช้): 20 มก./วัน
 อาการไม่พึงประสงค์
  • อาการทางระบบประสาทส่วนกลางและอาการทางจิต ได้แก่ ง่วงซึม เวียนศีรษะ นอนไม่หลับ หาวบ่อย ปวดศีรษะ และความอยากอาหารลดลง
  • อาการทางระบบทางเดินอาหาร ได้แก่ คลื่นไส้ ท้องผูก และท้องเสีย
  • อาการอื่น ๆ ได้แก่ เหงื่อออก ความผิดปกติทางเพศ อ่อนเพลีย และไข้
 ข้อแนะนำในการใช้ยา
  • เหมือนกับ Citalopram
 Fluoxetine  โรคแพนิค:
 ขนาดยาเริ่มต้น: 5-10 มก. รับประทานวันละ 1 ครั้ง อาจเพิ่มขนาดยาเป็น 20 มก./วัน หลังจาก 1 สัปดาห์ หรืออาจเพิ่มขนาดยาครั้งละ 5-10 มก. หลัง 3-7 วัน และปรับเพิ่มต่อทุก 1 สัปดาห์
 ขนาดยาที่ใช้ทั่วไป: 20-40 มก./วัน
 ขนาดยาสูงสุด: 60 มก./วัน
 อาการไม่พึงประสงค์
  • อาการที่สัมพันธ์กับขนาดยา ได้แก่ กระวนกระวาย วิตกกังวล และนอนไม่หลับ
  • อาการทางระบบประสาทส่วนกลางและอาการทางจิต ได้แก่ ปวดศีรษะ ง่วงซึม อ่อนเพลีย อาการสั่น เวียนศีรษะ ความรู้สึกผิดปกติ  ฝันผิดปกติ และภาวะแมเนีย (mania)
  • อาการทางระบบทางเดินอาหาร ได้แก่ คลื่นไส้ ท้องเสีย เบื่ออาหาร และปากแห้ง
  • อาการทางระบบหัวใจและหลอดเลือด ได้แก่ เจ็บหน้าอก ความดันโลหิตสูง ใจสั่น และความดันโลหิตต่ำเมื่อลุกเปลี่ยนท่า (orthostatic hypotension)
  • อาการอื่น ๆ ได้แก่ คอหอยอักเสบ ตามัว และความผิดปกติทางเพศ
 ข้อแนะนำในการใช้ยา
  • เหมือนกับ Citalopram
 Paroxetine  โรควิตกกังวลทั่วไป:
 ขนาดยาเริ่มต้น:
20 มก. รับประทานวันละ 1 ครั้ง อาจเพิ่มขนาดยาครั้งละ 10 มก./วัน ทุกสัปดาห์
 ขนาดยาสูงสุด: 50 มก./วัน

 โรคกลัวสังคม:
 ขนาดยาเริ่มต้น: 20 มก. รับประทานวันละ 1 ครั้ง อาจเพิ่มขนาดยาครั้งละ 10 มก./วัน ทุกสัปดาห์
 ขนาดยาสูงสุด: 50-60 มก./วัน

 โรคแพนิค:
 ขนาดยาเริ่มต้น: 10 มก. รับประทานวันละ 1 ครั้ง อาจเพิ่มขนาดยาครั้งละ 10 มก./สัปดาห์ จนถึง ขนาดยาสำหรับการรักษาต่อเนื่อง: 40 มก./วัน
ขนาดยาสูงสุด: 60 มก./วัน

 ชนิดออกฤทธิ์นาน:
 โรคแพนิค และโรคกลัวสังคม:

 ขนาดยาเริ่มต้น: 12.5 มก. รับประทานวันละ 1 ครั้ง อาจเพิ่มขนาดยาครั้งละ 12.5 มก./สัปดาห์ ตามการตอบสนองของผู้ป่วย
 ขนาดยาสูงสุด (โรคแพนิค): 75 มก./วัน
 ขนาดยาสูงสุด (โรคกลัวสังคม): 37.5 มก./วัน
 อาการไม่พึงประสงค์
  • อาการที่สัมพันธ์กับขนาดยา ได้แก่ ง่วงซึม อ่อนเพลีย เวียนศีรษะ อาการสั่น และคลื่นไส้
  • อาการทางระบบประสาทส่วนกลางและอาการทางจิต ได้แก่ ปวดศีรษะ นอนไม่หลับ กระวนกระวาย วิตกกังวล และความคิดหรือพฤติกรรมฆ่าตัวตาย
  • อาการทางระบบทางเดินอาหาร ได้แก่ ปากแห้ง ท้องผูก และท้องเสีย
  • อาการทางระบบหัวใจและหลอดเลือด ได้แก่ ภาวะหัวใจเต้นเร็วกว่าปกติ (sinus tachycardia)
  • อาการอื่น ๆ ได้แก่ ความผิดปกติทางเพศ ความผิดปกติของช่องปากและคอหอย (oropharyngeal disorders) และโรคของกล้ามเนื้อ (myopathy)
  • อาจเกิดอาการไม่พึงประสงค์รุนแรงที่เป็นอันตรายถึงชีวิต ได้แก่ Neuroleptic Malignant Syndrome (NMS) และ serotonin syndrome
 ข้อแนะนำในการใช้ยา
  • เหมือนกับ Citalopram
 Sertraline  โรควิตกกังวลทั่วไป โรคแพนิค และโรคกลัวสังคม:
 ขนาดยาเริ่มต้น: 25 มก. รับประทานวันละ 1 ครั้ง อาจเพิ่มขนาดยาเป็น 50 มก. รับประทานวันละ 1 ครั้ง หลังจาก 1 สัปดาห์ หลังจากนั้นสามารถปรับขนาดยาได้ไม่บ่อยกว่าสัปดาห์ละ 1 ครั้ง
 ขนาดยาสำหรับการรักษาต่อเนื่อง: 50-100 มก./วัน
 ขนาดยาสูงสุด: 200 มก./วัน
 อาการไม่พึงประสงค์
  • อาการทางระบบประสาทส่วนกลางและอาการทางจิต ได้แก่ ปวดศีรษะ ง่วงซึม อาการง่วงนอน อ่อนเพลีย เวียนศีรษะ นอนไม่หลับ อาการสั่น วิตกกังวล อาการชาหรือความรู้สึกผิดปกติที่ผิวหนัง (paresthesia) และกระสับกระส่าย
  • อาการทางระบบทางเดินอาหาร ได้แก่ คลื่นไส้/อาเจียน ปากแห้ง ท้องเสีย และท้องผูก
  • อาการอื่น ๆ ได้แก่ ความผิดปกติทางเพศ ความผิดปกติของการมองเห็น และ torsades de pointes
  • อาจเกิดอาการไม่พึงประสงค์รุนแรงที่เป็นอันตรายถึงชีวิต ได้แก่ Neuroleptic Malignant Syndrome (NMS), serotonin syndrome และความคิดหรือพฤติกรรมฆ่าตัวตาย
 ข้อแนะนำในการใช้ยา
  • เหมือนกับ Citalopram
*การรักษาด้วยยาต้านซึมเศร้าในเด็ก วัยรุ่น และผู้ใหญ่วัยหนุ่มสาว มีความสัมพันธ์กับการทรุดลงของอาการทางคลินิก การเกิดความคิดหรือพฤติกรรมฆ่าตัวตาย หรือการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่ผิดปกติ ดังนั้น ควรเฝ้าสังเกตอาการของผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด และมีการสื่อสารกับแพทย์ผู้สั่งใช้ยาอย่างสม่ำเสมอ

ยา Serotonin & Norepinephrine Reuptake Inhibitors (SNRIs)*

 ยา ขนาดยา   หมายเหตุ
 Duloxetine
 (Duloxetine hydrochloride)
 โรควิตกกังวลทั่วไป:
 ขนาดยาเริ่มต้น: 30-60 มก. รับประทานวันละ 1 ครั้ง
 ขนาดยาสูงสุด: 120 มก./วัน
 อาการไม่พึงประสงค์
  • อาการทางระบบประสาทส่วนกลางและอาการทางจิต ได้แก่ ง่วงซึม ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย เวียนศีรษะ นอนไม่หลับ ฝันผิดปกติ ความผิดปกติของการนอนหลับ หาวบ่อย วิตกกังวล และความคิดฆ่าตัวตาย
  • อาการทางระบบทางเดินอาหาร ได้แก่ คลื่นไส้ ปากแห้ง ท้องผูกที่สัมพันธ์กับขนาดยา ท้องเสีย ความอยากอาหารเพิ่มขึ้น และน้ำหนักเพิ่ม
  • อาการทางระบบหัวใจและหลอดเลือด ได้แก่ ใจสั่น และความดันโลหิตสูง
  • อาการอื่น ๆ ได้แก่ ความผิดปกติทางเพศ อาการสั่น ตามัว และเหงื่อออกมากขึ้น
 ข้อแนะนำในการใช้ยา
  • ห้ามใช้ในผู้ป่วยโรคต้อหินมุมแคบ ผู้ป่วยที่มีการทำงานของไตบกพร่องรุนแรง และผู้ป่วยที่ได้รับยากลุ่ม MAO inhibitors ร่วมกัน หรือภายใน 2 สัปดาห์หลังหยุดยากลุ่ม MAO inhibitors
  • ใช้ด้วยความระมัดระวังในผู้ป่วยโรคลมชัก และผู้ป่วยที่มีการทำงานของไตหรือตับบกพร่อง
  • ควรเริ่มต้นด้วยขนาดยาต่ำเพื่อลดการเกิดอาการไม่พึงประสงค์ และปรับเพิ่มขนาดยาตามการตอบสนองที่ต้องการ
  • ไม่ควรหยุดยาอย่างกะทันหัน ควรค่อย ๆ ลดขนาดยาลงในช่วงหลายสัปดาห์
  • เฝ้าระวังความเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตายของผู้ป่วย
 Venlafaxine  ชนิดออกฤทธิ์นาน:
โรควิตกกังวลทั่วไป:

 ขนาดยาเริ่มต้น: 75 มก. รับประทานวันละ 1 ครั้ง
ในผู้ป่วยที่เริ่มการรักษาด้วยขนาดยา 37.5 มก. รับประทานวันละ 1 ครั้ง อาจเพิ่มขนาดยาเป็น 75 มก. รับประทานวันละ 1 ครั้ง หลังจาก 4-7 วัน หลังจากนั้นอาจเพิ่มขนาดยาได้ครั้งละไม่เกิน 75 มก./วัน ทุก ≥4 วัน ตามการตอบสนองของผู้ป่วย
 ขนาดยาสูงสุด: 225 มก./วัน
 โรคแพนิค:
 ขนาดยาเริ่มต้น: 37.5 มก. รับประทานวันละ 1 ครั้ง เป็นเวลา 4-7 วัน จากนั้นให้ 75 มก./วัน อาจเพิ่มขนาดยาครั้งละ 75 มก./วัน ทุก ≥7 วัน ตามการตอบสนองของผู้ป่วย
 ขนาดยาสูงสุด: 225 มก./วัน

 โรคกลัวสังคม:
75 มก. รับประทานวันละ 1 ครั้ง
หรือ
37.5 มก. รับประทานวันละ 1 ครั้ง เป็นเวลา 4-7 วัน จากนั้นให้ 75 มก. รับประทานวันละ 1 ครั้ง
 ขนาดยาสูงสุด: 75 มก./วัน
 อาการไม่พึงประสงค์
  • อาการทางระบบประสาทส่วนกลางและอาการทางจิต ได้แก่ ง่วงซึม ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย เวียนศีรษะ นอนไม่หลับ ฝันผิดปกติ ความผิดปกติของการนอนหลับ หาวบ่อย และวิตกกังวล
  • อาการทางระบบทางเดินอาหาร ได้แก่ คลื่นไส้ ปากแห้ง ท้องผูกที่สัมพันธ์กับขนาดยา ท้องเสีย และความอยากอาหารเพิ่มขึ้น
  • อาการทางระบบหัวใจและหลอดเลือด ได้แก่ ใจสั่น
  • อาการอื่น ๆ ได้แก่ ความผิดปกติทางเพศ อาการสั่น ตามัว และเหงื่อออกมากขึ้น
  • อาการที่สัมพันธ์กับขนาดยา ได้แก่ หลอดเลือดขยายตัว และความดันโลหิตสูง
  • อาจเกิดอาการไม่พึงประสงค์รุนแรงที่เป็นอันตรายถึงชีวิต ได้แก่ serotonin syndrome
 ข้อแนะนำในการใช้ยา
  • ห้ามใช้ในผู้ป่วยที่ได้รับยากลุ่ม MAO inhibitors ร่วมกัน หรือภายใน 2 สัปดาห์หลังหยุดยากลุ่ม MAO inhibitors
  • ใช้ด้วยความระมัดระวังในผู้ป่วยโรคลมชัก โรคต้อหินมุมแคบ ผู้ที่มีประวัติกล้ามเนื้อหัวใจตายเมื่อไม่นานมานี้ และผู้ป่วยที่มีการทำงานของตับหรือไตบกพร่อง
  • เฝ้าระวังความเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตายและการแย่ลงของอาการ
  • ควรเริ่มต้นด้วยขนาดยาต่ำเพื่อลดการเกิดอาการไม่พึงประสงค์ และปรับเพิ่มขนาดยาตามการตอบสนองที่ต้องการ
  • หากใช้ยาเป็นระยะเวลานาน ควรค่อย ๆ ลดขนาดยาลงในช่วงหลายสัปดาห์ก่อนหยุดยา
*การรักษาด้วยยาต้านเศร้าในเด็ก วัยรุ่น และผู้ใหญ่อายุน้อย อาจสัมพันธ์กับอาการทางคลินิกที่แย่ลง การเกิดความคิดหรือพฤติกรรมฆ่าตัวตาย หรือการเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรมที่ผิดไปจากปกติ จึงควรติดตามผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด และประสานงานกับแพทย์ผู้สั่งยาอย่างเหมาะสม

Tricyclic Antidepressant (TCA)*

 ยา  ขนาดยา  หมายเหตุ
 Clomipramine  โรคแพนิค:
 ขนาดยาเริ่มต้น:
10 มก. รับประทานวันละ 1 ครั้ง
 ขนาดยาที่ใช้ทั่วไป: 25-100 มก. รับประทานวันละ 1 ครั้ง
 ขนาดยาสูงสุด: 150 มก. รับประทานวันละ 1 ครั้ง
  อาการไม่พึงประสงค์
  • อาการไม่พึงประสงค์ส่วนใหญ่เกิดจากฤทธิ์ต้านมิวสคารินิก และอาจลดลงได้หากเริ่มใช้ยาขนาดต่ำและค่อย ๆ ปรับเพิ่มขนาดยา
  • อาการทางระบบประสาทส่วนกลางและอาการทางจิต ได้แก่ ง่วงซึม กระสับกระส่าย นอนไม่หลับ ปวดศีรษะ ปลายประสาทอักเสบ (peripheral neuropathy) เดินเซ อาการสั่น และสับสน/เพ้อ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ
  • อาการทางระบบทางเดินอาหาร ได้แก่ ปากแห้ง ท้องผูก ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะลำไส้ไม่เคลื่อนไหว (paralytic ileus) คลื่นไส้/อาเจียน การระคายเคืองกระเพาะอาหาร และน้ำหนักเพิ่ม
  • อาการทางระบบหัวใจและหลอดเลือด ได้แก่ ความดันโลหิตต่ำ และหัวใจเต้นเร็ว
  • อาการอื่น ๆ ได้แก่ ตามัว ความดันลูกตาเพิ่มขึ้น ปัสสาวะคั่ง เหงื่อออกมาก และภาวะอุณหภูมิร่างกายสูง (hyperthermia)
 ข้อแนะนำในการใช้ยา
  • ใช้ด้วยความระมัดระวังในผู้ป่วยที่มีภาวะปัสสาวะคั่ง ต่อมลูกหมากโต ท้องผูกเรื้อรัง โรคต้อหินมุมปิดที่ยังไม่ได้รับการรักษา โรคหัวใจและหลอดเลือด ประวัติโรคลมชัก เบาหวาน และผู้ป่วยที่มีการทำงานของตับบกพร่อง
  • ควรเริ่มต้นด้วยขนาดยาต่ำเพื่อลดการเกิดอาการไม่พึงประสงค์ และปรับเพิ่มขนาดยาตามการตอบสนองที่ต้องการ
  • ผู้สูงอายุอาจไวต่ออาการไม่พึงประสงค์ของยา จึงควรใช้ยาในขนาดต่ำกว่า
  • ไม่ควรหยุดยาอย่างกะทันหัน ควรค่อย ๆ ลดขนาดยาลงในช่วงหลายสัปดาห์
  • เฝ้าระวังความเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตาย การแย่ลงของอาการทางคลินิก และอาการทางจิตเวชอื่น ๆ
  • ห้ามใช้ในผู้ป่วยที่ได้รับยากลุ่ม MAO inhibitors ร่วมกัน หรือภายใน 2 สัปดาห์หลังหยุดยากลุ่ม MAO inhibitors
*การรักษาด้วยยาต้านซึมเศร้าในเด็ก วัยรุ่น และผู้ใหญ่วัยหนุ่มสาว มีความสัมพันธ์กับการทรุดลงของอาการทางคลินิก การเกิดความคิดหรือพฤติกรรมฆ่าตัวตาย หรือการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่ผิดปกติ ดังนั้น ควรเฝ้าสังเกตอาการของผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด และมีการสื่อสารกับแพทย์ผู้สั่งใช้ยาอย่างสม่ำเสมอ

Disclaimer

คำแนะนำขนาดยาทั้งหมดนี้ใช้สำหรับสตรีที่ไม่ได้ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร และผู้ใหญ่ที่ไม่ใช่ผู้สูงอายุซึ่งมีการทำงานของไตและตับเป็นปกติ เว้นแต่จะมีการระบุไว้เป็นอย่างอื่น

ผลิตภัณฑ์บางรายการอาจไม่มีจำหน่ายหรือยังไม่ได้รับการอนุมัติให้ใช้ตามข้อบ่งใช้ดังกล่าวในทุกประเทศ ข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่แสดงใน Drug Summary อ้างอิงจากข้อบ่งใช้ที่ระบุไว้ในเอกสารกำกับยาซึ่งได้รับการอนุมัติในแต่ละประเทศ

โปรดศึกษาข้อมูลการสั่งใช้ยาที่เฉพาะเจาะจงสำหรับแต่ละประเทศจากเอกสารกำกับยาท้องถิ่นในหัวข้อ Related MIMS Drugs เพิ่มเติม