การติดตามอาการ
ผู้ป่วยควรได้รับการประเมินซ้ำทุก 6 เดือนในช่วงปีแรกหลังการวินิจฉัย สำหรับผู้ป่วยระยะเริ่มต้นที่ยังไม่มีอาการ แนะนำให้ติดตามอาการทุก 3 เดือนในช่วงปีแรก จากนั้นจึงปรับเป็นทุก 3–12 เดือนต่อไป ขึ้นอยู่กับสภาพของผู้ป่วย
การประเมินการตอบสนองต่อการรักษา ใช้การตรวจร่างกายร่วมกับการตรวจเลือดเป็นหลัก ส่วนการตรวจชิ้นเนื้อไขกระดูกและการดูดไขกระดูก (bone marrow biopsy and aspirate) แนะนำให้ทำในผู้ป่วยที่อยู่ใน การศึกษาทางคลินิก (clinical trials) เท่านั้น
เกณฑ์การตอบสนองต่อการรักษาโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวลิมโฟไซต์แบบเรื้อรัง ตาม International Workshop Group on Chronic Lymphocytic Leukemia (IWCLL)
การตอบสนองแบบสมบูรณ์ (complete response) ต้องมีองค์ประกอบครบถ้วนดังต่อไปนี้ โดยประเมินอย่างน้อย 2 เดือนหลังสิ้นสุดการรักษา
โรคตกค้างน้อยที่สุด (minimal residual disease; MRD) หมายถึง การตรวจพบเซลล์มะเร็งที่หลงเหลืออยู่โดยวิธี flow cytometry หรือ PCR โดยภาวะ MRD ถือเป็นตัวชี้วัดสำคัญที่สุดในการพยากรณ์ การรอดชีวิตโดยรวม (overall survival) และ ระยะเวลาปลอดการดำเนินโรค (progression-free survival) ภายหลังการรักษาด้วยเคมีร่วมกับภูมิคุ้มกันบำบัด
การประเมินการตอบสนองต่อการรักษา ใช้การตรวจร่างกายร่วมกับการตรวจเลือดเป็นหลัก ส่วนการตรวจชิ้นเนื้อไขกระดูกและการดูดไขกระดูก (bone marrow biopsy and aspirate) แนะนำให้ทำในผู้ป่วยที่อยู่ใน การศึกษาทางคลินิก (clinical trials) เท่านั้น
เกณฑ์การตอบสนองต่อการรักษาโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวลิมโฟไซต์แบบเรื้อรัง ตาม International Workshop Group on Chronic Lymphocytic Leukemia (IWCLL)
การตอบสนองแบบสมบูรณ์ (complete response) ต้องมีองค์ประกอบครบถ้วนดังต่อไปนี้ โดยประเมินอย่างน้อย 2 เดือนหลังสิ้นสุดการรักษา
- จำนวนลิมโฟไซต์ในเลือดส่วนปลาย (normal peripheral blood lymphocyte count) อยู่ในเกณฑ์ปกติ
- ค่าผลเลือดอยู่ในเกณฑ์ปกติโดยไม่ต้องพึ่งยากระตุ้นการสร้างเม็ดเลือด ได้แก่
- นิวโทรฟิล ≥1.5 × 10⁹/L
- เกล็ดเลือด ≥100 × 10⁹/L
- ฮีโมโกลบิน ≥11 g/dL
- ไม่มีต่อมน้ำเหลืองโต (ขนาด ≥1.5 ซม.)
- ไม่มีม้ามโตหรือ ตับโต
- ไม่มีอาการร่วมจาก CLL (เช่น น้ำหนักลด มีไข้ หรือเหงื่อออกกลางคืน)
- ผลตรวจไขกระดูกมีลักษณะเหมาะสมตามอายุ และไม่พบเซลล์ลิมโฟไซต์ลักษณะ CLL หรือก้อน B-lymphoid nodules
- พบ อย่างน้อย 2 ข้อ ต่อไปนี้ ภายใน 2 เดือนหลังสิ้นสุดการรักษา
- จำนวนลิมโฟไซต์ในเลือดส่วนปลายลดลง ≥50% จากค่าตั้งต้น
- ขนาดต่อมน้ำเหลืองลดลง ≥50% จากค่าตั้งต้น
- ขนาดตับหรือม้ามลดลง ≥50% (ในกรณีที่มีการโตตั้งแต่ก่อนการรักษา)
- และมี อย่างน้อย 1 ค่าในผลตรวจเลือดดีขึ้นหรือกลับสู่ปกติ เมื่อเทียบกับก่อนเริ่มการรักษา ได้แก่
- เกล็ดเลือด ≥100 × 10⁹/L หรือเพิ่มขึ้น ≥50% จากค่าตั้งต้น
- ระดับฮีโมโกลบิน (Hb) ≥11 g/dL หรือเพิ่มขึ้น ≥50% จากค่าตั้งต้น
- จำนวนนิวโทรฟิล ≥1.5 × 10⁹/L หรือเพิ่มขึ้น >50% จากค่าตั้งต้น
- ยังอาจพบเซลล์ CLL และก้อน B-lymphoid ในไขกระดูกได้
- จำนวนลิมโฟไซต์ ต่อมน้ำเหลือง ม้าม หรือ ตับ เพิ่มขึ้น ≥50% จากค่าตั้งต้น
- พบรอยโรคใหม่ หรือมีการเปลี่ยนแปลงเป็นโรคที่มีความรุนแรงมากขึ้น
- เกิดภาวะเม็ดเลือดต่ำที่สัมพันธ์กับการดำเนินของโรค(ค่า Hb ลดลง ≥2 g/dL และจำนวนเกล็ดเลือดลดลง ≥50% จากค่าตั้งต้น)
- จำนวนเซลล์ CLL ในไขกระดูกเพิ่มขึ้น ≥50% จากการตรวจติดตามต่อเนื่อง
โรคตกค้างน้อยที่สุด (minimal residual disease; MRD) หมายถึง การตรวจพบเซลล์มะเร็งที่หลงเหลืออยู่โดยวิธี flow cytometry หรือ PCR โดยภาวะ MRD ถือเป็นตัวชี้วัดสำคัญที่สุดในการพยากรณ์ การรอดชีวิตโดยรวม (overall survival) และ ระยะเวลาปลอดการดำเนินโรค (progression-free survival) ภายหลังการรักษาด้วยเคมีร่วมกับภูมิคุ้มกันบำบัด
