Coronavirus Disease 2019 (COVID-19) โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) Diagnostics

Last updated: 15 June 2026

การตรวจทางห้องปฏิบัติการและอื่นๆ

การตรวจเพื่อวินิจฉัยโรคทำได้โดยการตรวจหาเชื้อไวรัสโดยตรง เช่น สารพันธุกรรมของไวรัส (viral RNA) หรือแอนติเจน รวมถึงการตรวจหาแอนติบอดีหรือสารบ่งชี้ทางชีวภาพอื่น ๆ โดยสามารถตรวจพบเชื้อ SARS-CoV-2 ในระบบทางเดินหายใจส่วนบนได้ตั้งแต่ 1–3 วันก่อนเริ่มมีอาการ ปริมาณเชื้อในระบบทางเดินหายใจส่วนบนจะสูงที่สุดในช่วงใกล้เคียงกับเวลาที่เริ่มมีอาการ จากนั้นจึงค่อย ๆ ลดลง

ปริมาณสารพันธุกรรมของไวรัสในระบบทางเดินหายใจส่วนล่าง รวมถึงในอุจจาระของผู้ป่วยบางราย จะเพิ่มขึ้นในช่วงสัปดาห์ที่ 2 ของการเจ็บป่วย แม้จะสามารถตรวจพบ SARS-CoV-2 ได้ในสารคัดหลั่งและส่วนต่าง ๆ ของร่างกายอีกหลายชนิด แต่ส่วนใหญ่ตรวจพบเชื้อได้จากตัวอย่างสารคัดหลั่งจากระบบทางเดินหายใจ ดังนั้น ตัวอย่างจากระบบทางเดินหายใจจึงยังเป็นตัวอย่างหลักที่ใช้ในการตรวจวินิจฉัย

การตรวจสารพันธุกรรม (Nucleic Acid Amplification Testing, NAAT) รวมถึง Real-time Reverse Transcription Polymerase Chain Reaction (RT-PCR)

การตรวจ NAAT รวมถึงการตรวจ real-time RT-PCR เป็นการตรวจยืนยันโรค COVID-19 ที่แนะนำให้ใช้และถือเป็นวิธีมาตรฐานในการตรวจหา RNA ของไวรัส โดยแนะนำให้เก็บตัวอย่างจากโพรงหลังจมูก (nasopharyngeal specimen) เป็นหลัก แต่สามารถใช้ตัวอย่างจากคอหอย (oropharyngeal specimen) หรือน้ำลายแทนได้

การตรวจนี้ใช้สำหรับวินิจฉัยการติดเชื้อในปัจจุบัน แต่ไม่ใช้สำหรับติดตามการตอบสนองต่อการรักษา หากดำเนินการภายใต้สภาวะที่เหมาะสม การตรวจจะมีความไวและความจำเพาะในการตรวจวิเคราะห์สูง

Rapid Antigen Test

การตรวจอย่างรวดเร็วโดยตรวจหาแอนติเจนใช้หลักการตรวจแบบ lateral flow immunofluorescent sandwich assay เพื่อหาปริมาณแอนติเจนของโปรตีน nucleocapsid จากเชื้อ SARS-CoV-2 แบบเชิงคุณภาพ โดยใช้ตัวอย่างจากการป้ายเก็บสารคัดหลั่งบริเวณโพรงหลังจมูกหรือจมูกโดยตรง หรือหลังจากนำตัวอย่างที่เก็บได้ใส่ลงใน universal transport media หรือ viral transport media

การตรวจชนิดนี้ใช้ตรวจหาแอนติเจนที่สร้างจากเชื้อไวรัส COVID-19 หากมีแอนติเจนเป้าหมายในตัวอย่างในปริมาณที่เพียงพอ แอนติเจนจะจับกับแอนติบอดีจำเพาะที่ตรึงอยู่บนแถบกระดาษภายในตลับพลาสติก และทำให้เกิดสัญญาณที่สามารถมองเห็นได้ โดยทั่วไปสามารถทราบผลภายใน 30 นาที

แอนติเจนที่ตรวจพบจะถูกสร้างขึ้นเฉพาะในช่วงที่เชื้อไวรัสกำลังเพิ่มจำนวน ดังนั้น การตรวจชนิดนี้จึงเหมาะสำหรับการตรวจหาการติดเชื้อในระยะเฉียบพลันหรือระยะเริ่มต้น หากผลตรวจเป็นลบ ควรยืนยันด้วยการตรวจ RT-PCR ก่อนตัดสินใจให้การรักษา เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อโดยไม่จำเป็น

Rapid Antibody Test

การตรวจหาแอนติบอดีแบบรวดเร็วเป็นการตรวจภูมิคุ้มกันด้วยวิธี immunoassay ทั้งแบบตรวจ ณ จุดบริการ และแบบตรวจในห้องปฏิบัติการ ใช้สำหรับตรวจหาการติดเชื้อที่เคยเกิดขึ้นมาก่อน หรือการติดเชื้อที่เป็นมาแล้วอย่างน้อย 3–4 สัปดาห์การตรวจชนิดนี้ ไม่แนะนำให้ใช้เป็นการตรวจเพียงอย่างเดียวเพื่อวินิจฉัยโรค COVID-19 รวมถึงไม่แนะนำให้ใช้สำหรับการตรวจคัดกรองคนจำนวนมากหรือใช้เพื่อยืนยันความพร้อมกลับเข้าทำงานของผู้ที่ไม่มีอาการ เนื่องจากมีความไวในการตรวจต่ำและมีโอกาสให้ผลตรวจเป็น false negative ได้

Coronavirus Disease 2019 (COVID-19)_DiagnosticsCoronavirus Disease 2019 (COVID-19)_Diagnostics


การตรวจเพิ่มเติมเพื่อประกอบการวินิจฉัย

ผู้ป่วยที่สงสัยว่าเป็นโรค COVID-19 อาจจำเป็นต้องได้รับการตรวจเพิ่มเติม โดยพิจารณาตามความรุนแรงของโรค การตรวจที่อาจทำ ได้แก่ การตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (complete blood count; CBC) การตรวจทางชีวเคมีของเลือด ซึ่งรวมถึงระดับครีอะตินิน การทำงานของตับ (liver function tests; LFTs) ระดับโซเดียม โพแทสเซียม แมกนีเซียม แคลเซียม และอัลบูมิน การตรวจสารบ่งชี้การอักเสบ ได้แก่ lactate dehydrogenase (LDH), ferritin, C-reactive protein (CRP) และ procalcitonin รวมถึงการตรวจ prothrombin และ D-dimer การวิเคราะห์ก๊าซในหลอดเลือดแดง (arterial blood gas; ABG) และการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (electrocardiogram; ECG)

หากสงสัยว่ามีการติดเชื้อแบคทีเรียร่วมด้วย อาจพิจารณาเพาะเชื้อจากเลือด และหากในช่วงนั้นมีการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่ อาจตรวจหาเชื้อไข้หวัดใหญ่จากตัวอย่างทางเดินหายใจ นอกจากนี้ ในผู้ป่วยบางรายอาจจำเป็นต้องเพาะเชื้อและทดสอบความไวต่อยาจากเสมหะ สารคัดหลั่งจากท่อช่วยหายใจ (endotracheal aspirate; ETA) หรือน้ำล้างหลอดลมและถุงลมปอด (bronchoalveolar lavage fluid) เพื่อช่วยประเมินการติดเชื้อร่วมด้วย

การวินิจฉัยทางภาพ

การตรวจทางภาพที่อาจพิจารณาใช้ ได้แก่ การเอกซเรย์ทรวงอก (chest X-ray) การตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ทรวงอกความละเอียดสูง (high-resolution chest computed tomography; CT) หรือการตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์เพื่อประเมินหลอดเลือดปอด (CT pulmonary angiography; CTPA)