Coronavirus Disease 2019 (COVID-19) โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) Drug Summary

Last updated: 15 June 2026

ยาต้านไวรัส

 ยา ขนาดยา   หมายเหตุ
 Molnupiravir  ผู้ใหญ่: รับประทาน 800 มก. ทุก 12 ชั่วโมง เป็นเวลา 5 วัน
 อาการไม่พึงประสงค์
  • อาการทางเดินอาหาร (ท้องเสีย คลื่นไส้)
  • อาการอื่น ๆ เช่น เวียนศีรษะ
 ข้อแนะนำในการใช้ยา
  • ไม่ควรใช้ติดต่อกันเกิน 5 วัน หรือใช้เพื่อป้องกันโรคก่อนหรือหลังการสัมผัสเชื้อ (pre- and post-exposure prophylaxis)
  • ไม่แนะนำให้ใช้ในผู้ป่วยอายุน้อยกว่า 18 ปี สตรีให้นมบุตรระหว่างการรักษา และต่อเนื่องอีก 4 วันหลังได้รับยาครั้งสุดท้าย
  • ใช้ด้วยความระมัดระวังในสตรีที่มีศักยภาพในการตั้งครรภ์ เนื่องจากอาจก่อให้เกิดผลไม่พึงประสงค์ต่อมารดาและทารกในครรภ์ เช่น ภาวะครรภ์เป็นพิษ (preeclampsia) ภาวะชักจากครรภ์เป็นพิษ (eclampsia) การคลอดก่อนกำหนด ภาวะถุงน้ำคร่ำแตกก่อนกำหนด ภาวะลิ่มเลือดอุดตันหลอดเลือดดำ (VTE) และการเสียชีวิตของทารกในครรภ์
 Nirmatrelvir/Ritonavir  300 mg Nirmatrelvir รับประทาน ร่วมกับ 100 mg Ritonavir ทุก 12 ชั่วโมง × 5 วัน
 อาการไม่พึงประสงค์
  • อาการทางเดินอาหาร (รับรสผิดปกติ, ท้องเสีย, ปวดท้อง, คลื่นไส้/อาเจียน)
  • ปฏิกิริยาภูมิไวเกิน (ภาวะแพ้รุนแรงชนิด anaphylaxis, ปฏิกิริยารุนแรงทางผิวหนัง [รวมถึง toxic epidermal necrolysis และ Stevens-Johnson syndrome])
  • ผลต่อตับ (ค่าเอนไซม์ตับสูง, ตับอักเสบที่มีอาการทางคลินิก, ดีซ่าน)
  • อาการอื่น ๆ (ปวดศีรษะ, ความดันโลหิตสูง, อ่อนเพลีย)
 ข้อแนะนำในการใช้ยา
  • ให้ยาภายใน 5 วันหลังเริ่มมีอาการ
  • ไม่แนะนำให้ใช้ในผู้ป่วยที่มีภาวะไตบกพร่องรุนแรง (eGFR <30 mL/min) หรือภาวะตับบกพร่องรุนแรง (Child-Pugh Class C)
  • ใช้ด้วยความระมัดระวังในผู้ป่วยที่มีภาวะไตบกพร่อง ภาวะตับบกพร่อง โรคตับที่มีอยู่เดิม ความผิดปกติของค่าเอนไซม์ตับ ตับอักเสบ หรือการติดเชื้อ HIV-1 ที่ยังควบคุมไม่ได้หรือยังไม่ได้รับการวินิจฉัย
  • ห้ามใช้ร่วมกับยาที่อาศัยเอนไซม์ CYP3A เป็นหลักในการกำจัดออกจากร่างกาย ยาที่ระดับยาสูงขึ้นแล้วอาจก่อให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์รุนแรงหรือเป็นอันตรายถึงชีวิต และยาที่เป็นตัวกระตุ้นเอนไซม์ CYP3A อย่างแรง (strong CYP3A inducers)
 Remdesivir  ผู้ใหญ่และเด็กอายุ ≥12 ปี:
200 mg ให้ทางหลอดเลือดดำในวันที่ 1 จำนวน 1 ครั้ง ตามด้วย 100 mg ให้ทางหลอดเลือดดำทุก 24 ชั่วโมง ตั้งแต่วันที่ 2 เป็นต้นไป

ระยะเวลาการรักษา
COVID-19 ระดับไม่รุนแรงถึงปานกลางที่มีความเสี่ยงสูงต่อการนอนโรงพยาบาล: ไม่เกิน 3 วัน
ผู้ป่วยที่ใช้ ECMO หรือเครื่องช่วยหายใจชนิดใส่ท่อ: ไม่เกิน 10 วัน
ผู้ป่วยที่ไม่ได้ใช้ ECMO หรือเครื่องช่วยหายใจชนิดใส่ท่อ: ไม่เกิน 5 วัน หรือไม่เกิน 10 วันหากอาการไม่ดีขึ้น
 อาการไม่พึงประสงค์
  • ผลกระทบสำคัญ (ระดับเอนไซม์ตับสูงขึ้น, ปฏิกิริยาที่เกี่ยวข้องกับการให้ยาทางหลอดเลือดดำ และปฏิกิริยาแอนาฟิแล็กซิส รวมถึงภาวะแองจิโออีดีมา, เหงื่อออกมาก, หายใจลำบาก, หัวใจเต้นช้าหรือเร็วผิดปกติ, ความดันโลหิตต่ำ, คลื่นไส้/อาเจียน, ผื่น, หนาวสั่น, มีเสียงหวีดขณะหายใจ)
  • ผลต่อระบบเมตาบอลิซึม (น้ำตาลในเลือดสูง)
  • ผลต่อไต (ระดับครีเอตินินในเลือดสูงขึ้น, eGFR หรือ CrCl ลดลง, ภาวะไตบาดเจ็บเฉียบพลัน)
  • อาการอื่น ๆ (โลหิตจาง, ไข้, ปวดศีรษะ)
 ข้อแนะนำในการใช้ยา
  • ใช้ด้วยความระมัดระวังในผู้ป่วยที่มีภาวะไตบกพร่องหรือภาวะตับบกพร่อง
    • ข้อมูลปรับปรุงของ US FDA เดือนกรกฎาคม 2023 อนุญาตให้ใช้ Remdesivir ได้โดยไม่ต้องปรับขนาดยาในผู้ป่วยที่มี eGFR <30 mL/min รวมถึงผู้ป่วยที่ได้รับการฟอกไต
  • ไม่แนะนำให้ใช้ในทารกแรกเกิดอายุครบกำหนด 7-28 วันที่มีระดับครีเอตินินในเลือด ≥1 mg/dL และผู้ป่วยที่มีค่า ALT สูงกว่าค่าปกติสูงสุดตั้งแต่ 5 เท่าขึ้นไป
  • ควรตรวจการทำงานของตับและตรวจทางโลหิตวิทยาก่อนเริ่มการรักษา และติดตามทุกวันระหว่างการรักษา
  • ควรประเมิน eGFR และระดับครีเอตินินในเลือดก่อนเริ่มการรักษา และติดตามทุกวันระหว่างการรักษา

ยากดภูมิคุ้มกัน

 ยา  ขนาดยา  หมายเหตุ
 Tocilizumab  ผู้ป่วยที่นอนโรงพยาบาลและได้รับ systemic corticosteroids ร่วมกับต้องการออกซิเจนเสริมหรือเครื่องช่วยหายใจ:

8 mg/kg ให้ทางหลอดเลือดดำเป็นเวลา 60 นาที

หากอาการทางคลินิกแย่ลงหรือไม่ดีขึ้นหลังให้ยาครั้งแรก สามารถให้ยาเพิ่มอีก 8 mg/kg ได้ โดยเว้นระยะอย่างน้อย 8 ชั่วโมงหลังการให้ยาครั้งแรก
 อาการไม่พึงประสงค์
  • ผลต่อตับ (ระดับเอนไซม์ตับสูงขึ้น)
  • อาการทางเดินอาหาร (ท้องผูก, ท้องเสีย, คลื่นไส้)
  • ผลต่อไต (การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ)
  • ผลต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด (ความดันโลหิตสูง)
  • ผลต่อระบบประสาท (วิตกกังวล, นอนไม่หลับ)
  • อาการอื่น ๆ (ภาวะโพแทสเซียมในเลือดต่ำ)
 ข้อแนะนำในการใช้ยา
  • ผู้ป่วยที่มีน้ำหนักตัว >100 kg ไม่แนะนำให้ใช้ขนาดยาที่เกิน 800 mg ต่อการให้ยา 1 ครั้ง
  • ควรติดตามค่า ALT และ AST

วัคซีน

 ยา ขนาดยา   หมายเหตุ
 COVID-19 mRNA vaccine  (Andusomeran) เด็กอายุ 6 เดือนถึง 4 ปี ที่เคยได้รับวัคซีนหรือมีประวัติติดเชื้อ SARS-CoV-2:
0.25 mL ฉีดเข้ากล้ามเนื้อ อย่างน้อย 3 เดือนหลังได้รับวัคซีน COVID-19 ครั้งล่าสุด

เด็กอายุ 6 เดือนถึง 4 ปี ที่ไม่เคยได้รับวัคซีนและไม่มีประวัติติดเชื้อ: SARS-CoV-2
0.25 mL ฉีดเข้ากล้ามเนื้อ จำนวน 2 เข็ม โดยให้เข็มที่ 2 ห่างจากเข็มแรก 28 วัน

เด็กอายุ 5-11 ปี ที่เคยหรือไม่เคยได้รับวัคซีนมาก่อน:
0.25 mL ฉีดเข้ากล้ามเนื้อ อย่างน้อย 3 เดือนหลังได้รับวัคซีน COVID-19 ครั้งล่าสุด

ผู้ใหญ่และเด็กอายุ ≥12 ปี ที่เคยหรือไม่เคยได้รับวัคซีนมาก่อน:
0.5 mL ฉีดเข้ากล้ามเนื้อ อย่างน้อย 3 เดือนหลังได้รับวัคซีน COVID-19 ครั้งล่าสุด
 อาการไม่พึงประสงค์
  • อาการทางผิวหนัง (ปวดบริเวณที่ฉีด รอยแดง ลมพิษและบวม ผื่น)
  • อาการทางเดินอาหาร (ท้องเสีย คลื่นไส้/อาเจียน)
  • อาการอื่น ๆ (ต่อมน้ำเหลืองโต เบื่ออาหาร หงุดหงิด/ร้องกวน ปวดศีรษะ ง่วงนอน ปวดกล้ามเนื้อ ปวดข้อ อ่อนเพลีย หนาวสั่น ไข้)
 ข้อแนะนำในการใช้ยา
  • ไม่แนะนำให้ใช้ในผู้ที่มีประวัติแพ้รุนแรง (เช่น anaphylaxis) ต่อส่วนประกอบใด ๆ ของวัคซีน
  • ควรเลื่อนการฉีดวัคซีนในผู้ที่มีไข้สูงจากการเจ็บป่วยเฉียบพลันหรือมีการติดเชื้อเฉียบพลัน
  • ใช้ด้วยความระมัดระวังในผู้ที่ได้รับยาต้านการแข็งตัวของเลือด ผู้ที่มีภาวะเกล็ดเลือดต่ำหรือความผิดปกติของการแข็งตัวของเลือด (เช่น ฮีโมฟีเลีย) และผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง
 COVID-19 mRNA vaccine
(mRNA-1273)
 ผู้ใหญ่อายุ ≥18 ปี:
0.5 mL ฉีดเข้ากล้ามเนื้อ จำนวน 2 เข็ม
ให้เข็มที่ 2 ห่างจากเข็มแรก 1 เดือน
 อาการไม่พึงประสงค์
  • อาการทางผิวหนัง (ปวด บวม และแดงบริเวณที่ฉีด, ต่อมน้ำเหลืองบริเวณรักแร้บวมหรือกดเจ็บ)
  • อาการอื่น ๆ (อ่อนเพลีย, ปวดศีรษะ, ปวดกล้ามเนื้อหรือปวดข้อ, คลื่นไส้/อาเจียน, หนาวสั่น, ไข้)
 ข้อแนะนำในการใช้ยา
  • ไม่แนะนำให้ใช้ในผู้ที่มีประวัติแพ้รุนแรง (เช่น anaphylaxis) ต่อส่วนประกอบของวัคซีน
  • ข้อมูลหลังการออกสู่ตลาดพบว่ามีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นของภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบและเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ โดยเฉพาะภายใน 7 วันหลังได้รับวัคซีนเข็มที่ 2 จึงควรใช้ด้วยความระมัดระวังในผู้ที่มีประวัติภาวะดังกล่าว
  • อาจเกิดอาการเป็นลมหรือหมดสติได้ จึงควรมีมาตรการป้องกันการบาดเจ็บจากการล้ม
 COVID-19 mRNA vaccine
(nucleoside modified)
25 mcg Elasomeran/25 mcg Davesomeran:
ผู้ใหญ่และเด็กอายุ ≥12 ปี ที่เคยได้รับวัคซีนป้องกัน COVID-19 ครบชุดเบื้องต้นแล้ว:

0.5 mL ฉีดเข้ากล้ามเนื้อ อย่างน้อย 3 เดือนหลังได้รับวัคซีน COVID-19 เข็มล่าสุด
 อาการไม่พึงประสงค์
  • อาการทางผิวหนัง (ปวด แดง บวมบริเวณที่ฉีด ผื่น)
  • อาการทางเดินอาหาร (ท้องเสีย คลื่นไส้/อาเจียน)
  • อาการอื่น ๆ (ต่อมน้ำเหลืองโต เบื่ออาหาร หงุดหงิด/ร้องกวน ปวดศีรษะ ง่วงนอน ปวดกล้ามเนื้อ ปวดข้อ อ่อนเพลีย หนาวสั่น ไข้)
 ข้อแนะนำในการใช้ยา
  • ไม่แนะนำให้ใช้ในผู้ที่มีประวัติแพ้รุนแรง (เช่น anaphylaxis) ต่อส่วนประกอบใด ๆ ของวัคซีน
  • ควรเลื่อนการฉีดวัคซีนในผู้ที่มีไข้สูงจากการเจ็บป่วยเฉียบพลันหรือมีการติดเชื้อเฉียบพลัน
  • ใช้ด้วยความระมัดระวังในผู้ที่ได้รับยาต้านการแข็งตัวของเลือด ผู้ที่มีภาวะเกล็ดเลือดต่ำหรือความผิดปกติของการแข็งตัวของเลือด (เช่น ฮีโมฟีเลีย) และผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง
 COVID-19 mRNA vaccine
(Raxtozinameran)
เด็กอายุ 5-11 ปี:
10 mcg/0.3 mL ฉีดเข้ากล้ามเนื้อ 1 เข็ม

ผู้ใหญ่และเด็กอายุ ≥12 ปี:
30 mcg/0.3 mL ฉีดเข้ากล้ามเนื้อ 1 เข็ม

ผู้ที่เคยได้รับวัคซีนป้องกัน COVID-19 มาก่อน:
ให้วัคซีนอย่างน้อย 3 เดือนหลังได้รับวัคซีน COVID-19 เข็มล่าสุด
 อาการไม่พึงประสงค์
  • อาการทางผิวหนัง (ปวด แดง และบวมบริเวณที่ฉีด, erythema multiforme)
  • อาการทางเดินอาหาร (คลื่นไส้/อาเจียน, ท้องเสีย)
  • ผลต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด (กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ, เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ)
  • อาการอื่น ๆ (อ่อนเพลีย, ปวดศีรษะ, ต่อมน้ำเหลืองโต, ปวดข้อ, หนาวสั่น, ไข้)
 ข้อแนะนำในการใช้ยา
  • ไม่แนะนำให้ใช้ในผู้ที่มีประวัติแพ้รุนแรง (เช่น anaphylaxis) ต่อส่วนประกอบใด ๆ ของวัคซีน
  • ควรเลื่อนการฉีดวัคซีนในผู้ที่มีไข้สูงจากการเจ็บป่วยเฉียบพลันหรือมีการติดเชื้อเฉียบพลัน
  • ใช้ด้วยความระมัดระวังในผู้ที่ได้รับยาต้านการแข็งตัวของเลือด ผู้ที่มีภาวะเกล็ดเลือดต่ำหรือความผิดปกติของการแข็งตัวของเลือด (เช่น ฮีโมฟีเลีย) และผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง
 COVID-19 mRNA vaccine (Tozinameran) เด็กอายุ 6 เดือน-4 ปี:
0.2 mL (3 mcg) ฉีดเข้ากล้ามเนื้อ จำนวน 3 เข็ม
ให้เข็มที่ 2 ห่างจากเข็มแรก 3 สัปดาห์
ให้เข็มที่ 3 ห่างจากเข็มที่ 2 อย่างน้อย 8 สัปดาห์

เด็กอายุ 5-11 ปี:
10 mcg ฉีดเข้ากล้ามเนื้อ จำนวน 2 เข็ม ห่างกัน 3 สัปดาห์

ผู้ใหญ่และเด็กอายุ ≥12 ปี:
0.3 mL (30 mcg) ฉีดเข้ากล้ามเนื้อ จำนวน 2 เข็ม
ให้เข็มที่ 2 ห่างจากเข็มแรก 3 สัปดาห์
 อาการไม่พึงประสงค์
  • อาการทางผิวหนัง (ปวด แดง และบวมบริเวณที่ฉีด)
  • อาการอื่น ๆ (อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อหรือปวดข้อ หนาวสั่น ไข้)
 ข้อแนะนำในการใช้ยา
  • ไม่แนะนำให้ใช้ในผู้ที่มีประวัติแพ้รุนแรง (เช่น anaphylaxis) ต่อส่วนประกอบใด ๆ ของวัคซีน
  • ควรเลื่อนการฉีดวัคซีนในผู้ที่มีไข้สูงจากการเจ็บป่วยเฉียบพลันหรือมีการติดเชื้อเฉียบพลัน
  • ใช้ด้วยความระมัดระวังในผู้ที่ได้รับยาต้านการแข็งตัวของเลือด ผู้ที่มีภาวะเกล็ดเลือดต่ำหรือความผิดปกติของการแข็งตัวของเลือด (เช่น ฮีโมฟีเลีย) และผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง
 SARS-CoV-2 recombinant spike protein vaccine
(Adjuvanted)
 ผู้ใหญ่และเด็กอายุ ≥12 ปี: 0.5 mL ฉีดเข้ากล้ามเนื้อ จำนวน 2 เข็มให้เข็มที่ 2 ห่างจากเข็มแรก 3 สัปดาห์
 อาการไม่พึงประสงค์
  • อาการทางผิวหนัง (กดเจ็บบริเวณที่ฉีด รอยแดง และบวม)
  • อาการอื่น ๆ (อ่อนเพลีย ไม่สบายตัว คลื่นไส้/อาเจียน ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อหรือปวดข้อ หนาวสั่น ไข้)
 ข้อแนะนำในการใช้ยา
  • ไม่แนะนำให้ใช้ในผู้ที่มีประวัติแพ้รุนแรง (เช่น anaphylaxis) ต่อส่วนประกอบใด ๆ ของวัคซีน
  • ใช้ด้วยความระมัดระวังในผู้ที่ได้รับยาต้านการแข็งตัวของเลือด ผู้ที่มีภาวะเกล็ดเลือดต่ำหรือความผิดปกติของการแข็งตัวของเลือด (เช่น ฮีโมฟีเลีย) และผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง
  • ควรเฝ้าระวังภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบและเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ และหลีกเลี่ยงการออกแรงหรือออกกำลังกายหนักเป็นเวลา 2 สัปดาห์หลังฉีดวัคซีน
  • ควรเลื่อนการฉีดวัคซีนในผู้ที่มีไข้สูงจากการเจ็บป่วยเฉียบพลันหรือมีการติดเชื้อเฉียบพลัน
 SARS-CoV-2 virus vaccine (Inactivated)  ผู้ใหญ่และเด็กอายุ ≥5 ปี: 0.5 mL ฉีดเข้ากล้ามเนื้อ จำนวน 2 เข็มให้เข็มที่ 2 ห่างจากเข็มแรก 28 วัน
 อาการไม่พึงประสงค์
  • อาการทางผิวหนัง (ปวด บวม และแข็งบริเวณที่ฉีด)
  • อาการทางระบบทางเดินหายใจ (ไอ น้ำมูกไหล เจ็บคอส่วนคอหอยและช่องปาก)
  • อาการอื่น ๆ (อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ คลื่นไส้)
 ข้อแนะนำในการใช้ยา
  • ไม่แนะนำให้ใช้ในผู้ที่มีประวัติแพ้รุนแรง (เช่น anaphylaxis) ต่อส่วนประกอบใด ๆ ของวัคซีน
  • ห้ามใช้ในผู้ป่วยที่มีโรคเรื้อรังรุนแรงที่ยังควบคุมไม่ได้ หรือมีโรคทางระบบประสาทรุนแรง (เช่น transverse myelitis, Guillain-Barré syndrome, demyelinating diseases)
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำยาฆ่าเชื้อระหว่างการเตรียมหรือการให้วัคซีน

Disclaimer

คำแนะนำขนาดยาทั้งหมดนี้ใช้สำหรับสตรีที่ไม่ได้ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร และผู้ใหญ่ที่ไม่ใช่ผู้สูงอายุซึ่งมีการทำงานของไตและตับเป็นปกติ เว้นแต่จะมีการระบุไว้เป็นอย่างอื่น

ผลิตภัณฑ์บางรายการอาจไม่มีจำหน่ายหรือยังไม่ได้รับการอนุมัติให้ใช้ตามข้อบ่งใช้ดังกล่าวในทุกประเทศ ข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่แสดงใน Drug Summary อ้างอิงจากข้อบ่งใช้ที่ระบุไว้ในเอกสารกำกับยาซึ่งได้รับการอนุมัติในแต่ละประเทศ

โปรดศึกษาข้อมูลการสั่งใช้ยาที่เฉพาะเจาะจงสำหรับแต่ละประเทศจากเอกสารกำกับยาท้องถิ่นในหัวข้อ Related MIMS Drugs เพิ่มเติม