Insomnia โรคนอนไม่หลับ Initial Assessment

Last updated: 13 February 2026

การซักประวัติ

การบันทึกประวัติข้อมูลการนอน ได้แก่ สุขนิสัยการนอนหลับ สภาพแวดล้อมการนอน ตารางงาน และปัจจัยนาฬิกาชีวภาพ โดยการบันทึกนี้ควรระบุเวลาเริ่มต้น ระยะเวลา ความถี่ ความรุนแรง ลักษณะการดำเนินโรค และปัจจัยที่ทำให้อาการคงอยู่ ควรสอบถามการรักษาในอดีตและปัจจุบัน รวมถึงการตอบสนองต่อการรักษา  นอกจากนี้ควรคัดกรองอาการนอนไม่หลับด้วยอาการทางกายที่รบกวนการนอน เช่น อาการปวด ปัสสาวะตอนกลางคืน อาการหายใจลำบาก คัน อาการชา แสบร้อนกลางอก กระสับกระส่าย หรือความรู้สึกไม่สบายตัว นอกจากนี้ ต้องประเมินโรคทางกาย/จิตเวชที่พบร่วม และการใช้ยาหรือสารที่เกี่ยวข้อง สำหรับเครื่องมือที่ช่วยในการวินิจฉัย ได้แก่ แบบสอบถามผู้ป่วยประเมินตนเอง บันทึกการนอน (sleep log) รายการตรวจสอบอาการ (symptoms checklists) แบบทดสอบคัดกรองจิตเวช และการสัมภาษณ์คู่นอน ซึ่งเครื่องมือดังกล่าวจะนำมาสู่การวินิจฉัยที่เหมาะสมต่อไป 

การให้ผู้ป่วยบันทึกสมุดบันทึกการนอน (sleep diary) และ/หรือใช้แบบสอบถาม เช่น แบบวัดความรุนแรงโรคนอนไม่หลับ (Insomnia Severity Index: ISI) แบบประเมินคุณภาพการนอน Pittsburgh (Pittsburgh Sleep Quality Index: PSQI) หรือ แบบสอบถามลักษณะนิสัยการตื่น-นอน (Morningness- Eveningness Questionnaire: MEQ) มีประโยชน์ในการวินิจฉัยโรค โดยที่ ISI คือแบบประเมินตนเองเพื่อวัดความรุนแรงของอาการนอนไม่หลับ ซึ่งมีความแม่นยำและน่าเชื่อถือในการค้นหาผู้ป่วยที่มีอาการนอนไม่หลับ ในขณะที่ PSQI จะใช้ในการประเมินคุณภาพการนอนในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา และแบบคัดกรอง MEQ จะใช้สำหรับประเมินปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับนาฬิกาชีวภาพ 

การวินิจฉัยและเกณฑ์การวินิจฉัย

สำหรับการวินิจฉัยอาการนอนไม่หลับ ทำได้โดยการซักประวัติทางคลินิกอย่างครอบคลุม และการตรวจร่างกายเพื่อประเมินการทำงานของการตื่นและหลับของผู้ป่วยแต่ละราย 
ตามเกณฑ์ DSM-5-TR การวินิจฉัยโรคนอนไม่หลับทำได้เมื่อเมื่อผู้ป่วยกล่าวถึงความไม่พึงพอใจต่อปริมาณการนอน หรือคุณภาพของการนอนหลับ ร่วมกับอาการต่อไปนี้ ≥1 ข้อ: 
  • มีปัญหาในการเริ่มนอน (สำหรับในเด็กจะพบปัญหาการนอนหลับ โดยที่ไม่มีผู้ดูแลคอยช่วยเหลือ) 
  • มีปัญหาในการคงสภาพของการนอนหลับ โดยมักพบการตื่นบ่อยหรือพบปัญหาจากการกลับไปนอนหลังตื่น (ในเด็กจะพบปัญหาในการกลับไปนอน โดยที่ไม่มีผู้ดูแลคอยช่วยเหลือ)
  • ตื่นเช้าและไม่สามารถกลับไปนอนต่อได้ 
นอกจากนี้ ความยากลำบากในการนอนดังกล่าวรวมถึง: 
  • การนอนหลับที่ก่อให้เกิดความไม่สบายหรือบกพร่องในการทำงานสำคัญ (เช่น ด้านการเข้าสังคม การทำงาน การเรียน และ/หรือพฤติกรรม) 
  • เกิดขึ้น ≥3 คืน/สัปดาห์ 
  • มีระยะเวลานาน ≥3 เดือน 
  • เกิดขึ้นทั้งที่มีโอกาสนอนเพียงพอ 
โรคนอนไม่หลับนั้นไม่ควรเกิดจาก/เกิดขึ้นร่วมกับความผิดปกติของการหลับ-ตื่นประเภทอื่น (เช่น โรค narcolepsy ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ความผิดปกติของนาฬิกาชีวภาพ หรือภาวะผิดปกติขณะหลับ) อาการนอนไม่หลับไม่ควรเกิดจากผลของการใช้สารหรือยา และไม่สัมพันธ์กับโรคทางจิตเวชหรือโรคทางกายที่พบร่วม 

นอกจากนี้ อาการนอนไม่หลับ อาจพบร่วมกับโรคทางจิตเวชที่ไม่เกี่ยวข้องกับการนอน โรคทางกายอื่น หรือความผิดปกติของการนอนในลักษณะอื่น ๆ ได้ 
ลักษณะเฉพาะของโรคนอนไม่หลับ สามารถแบ่งประเภทออกได้เป็น: 
  • นอนไม่หลับเป็นช่วง (Episodic): อาการเกิดนาน ≥1 เดือน แต่ <3 เดือน 
  • นอนไม่หลับต่อเนื่อง (Persistent): อาการเกิดนาน ≥3 เดือน 
  • นอนไม่หลับแบบกลับมาเป็นซ้ำ (Recurrent): มีอาการ ≥2 ครั้ง ในช่วง ≥3 เดือน 
สำหรับโรคนอนไม่หลับประเภทอื่น ๆ (other specified insomnia disorder) คืออาการนอนไม่หลับที่อาการเกิดนาน <3 เดือนที่ตรงกับเกณฑ์ในการวินิจฉัยโรคนอนไม่หลับเมื่อพิจารณาจากความถี่ ความรุนแรง และการเกิด distress หรือมีความบกพร่องต่อผู้ป่วยอย่างมีนัยสำคัญ 

การตรวจคัดกรอง 

การตรวจ polysomnography สามารถใช้ในกรณีดังนี้: 
  • ประเมินความผิดปกติอื่นที่ทำให้สงสัยภาวะนอนไม่หลับ (เช่น ภาวะขากระตุกเป็นระยะ) 
  • อาการนอนไม่หลับชนิดที่ดื้อต่อการรักษา 
  • กลุ่มวิชาชีพหรืออาชีพที่มีความเสี่ยงสูง 
  • เมื่อสงสัยการรับรู้สถานการณ์นอน ที่คลาดเคลื่อนไป 
Insomnia_DiagnosticsInsomnia_Diagnostics