อาการแสดงทางคลินิก
อาการแสดงทางคลินิกของโรคแพ้ภูมิตัวเองแตกต่างกันในผู้ป่วยแต่ละราย และระดับการดำเนินโรคอาจเปลี่ยนแปลงไปตามเวลาในผู้ป่วยรายเดียวกัน โดยอาจมีช่วงที่โรคกำเริบและทำให้เกิดความเสียหายของอวัยวะจากการอักเสบ ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักมีอาการปวดข้อบริเวณมือ
- อาการแสดงทางหัวใจของโรคแพ้ภูมิตัวเอง ได้แก่ เยื่อบุหัวใจอักเสบ (endocarditis) กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ (myocarditis) และเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ (pericarditis)
- อาการทั่วไป ได้แก่ อ่อนเพลีย ไข้ และน้ำหนักลด
- อาการแสดงทางผิวหนัง ได้แก่ ผมร่วง ผื่นรูปปีกผีเสื้อ (butterfly rash) ผื่นลายร่างแห (livedo reticularis) รอยโรคของเยื่อเมือก ภาวะไวต่อแสง จ้ำเลือด ภาวะ Raynaud’s phenomenon ลมพิษ และหลอดเลือดอักเสบ (vasculitis)
- อาการทางระบบทางเดินอาหาร ได้แก่ ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน และแผลในปาก
- อาการแสดงทางระบบเลือด ได้แก่ ภาวะโลหิตจาง เม็ดเลือดขาวต่ำ และเกล็ดเลือดต่ำ
- อาการแสดงทางระบบกล้ามเนื้อและกระดูก ได้แก่ อาการปวดข้อ ข้ออักเสบ และกล้ามเนื้ออักเสบ
- อาการแสดงทางระบบประสาทและจิตเวช ได้แก่ ความบกพร่องด้านการรู้คิด ความผิดปกติของเส้นประสาทสมอง ความผิดปกติของเส้นประสาทส่วนปลาย โรคจิต อาการชัก โรคหลอดเลือดสมอง และไขสันหลังอักเสบตามขวาง (transverse myelitis) ควรติดตามผู้ป่วยโรคแพ้ภูมิตัวเองเพื่อเฝ้าระวังอาการทางระบบประสาทและ/หรือจิตเวชเช่นเดียวกับผู้ป่วยที่ไม่มีโรคแพ้ภูมิตัวเองที่มีอาการทางระบบประสาทและจิตเวช (non-NPSLE) โดยอาการดังกล่าวมักเกิดขึ้นภายใน 1 ปีหลังการวินิจฉัยโรค แต่อาจเกิดขึ้นก่อนหรือในช่วงเวลาที่ได้รับการวินิจฉัยโรคก็ได้
- อาการแสดงทางจักษุ ได้แก่ ตาแห้ง ประสาทตาอักเสบ และหลอดเลือดจอตาอักเสบ
- อาการแสดงทางระบบทางเดินหายใจ ได้แก่ โรคปอดอักเสบเรื้อรัง (interstitial lung disease; ILD) เยื่อหุ้มปอดอักเสบ ภาวะความดันหลอดเลือดแดงปอดสูง ปอดอักเสบ และการอักเสบของเยื่อหุ้มอวัยวะ (serositis)
- อาการแสดงทางไต ได้แก่ การพบ casts ในปัสสาวะ ภาวะเลือดในปัสสาวะ nephrotic syndrome และภาวะโปรตีนในปัสสาวะ
- อาการแสดงของระบบเรติคูโลเอนโดทีเลียล (reticuloendothelial system) ได้แก่ ตับโต ต่อมน้ำเหลืองโต และม้ามโต
Systemic Lupus Erythematosus_Initial Assessment 1
Systemic Lupus Erythematosus_Backgroundการวินิจฉัยและเกณฑ์การวินิจฉัย
การวินิจฉัยโรคแพ้ภูมิตัวเองพิจารณาจากอาการทางคลินิกและผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ
เกณฑ์การจำแนกโรคแพ้ภูมิตัวเองตามเกณฑ์ปี ค.ศ. 2019 ของ European League Against Rheumatism (EULAR) และ American College of Rheumatology (ACR)
เกณฑ์การจำแนกโรคแพ้ภูมิตัวเองตาม EULAR/ACR ปี ค.ศ. 2019 มีหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้:
เกณฑ์การจำแนกโรคแพ้ภูมิตัวเองตามเกณฑ์ปี ค.ศ. 2019 ของ European League Against Rheumatism (EULAR) และ American College of Rheumatology (ACR)
เกณฑ์การจำแนกโรคแพ้ภูมิตัวเองตาม EULAR/ACR ปี ค.ศ. 2019 มีหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้:
- ไม่นับเกณฑ์ดังกล่าว หากอาการหรือความผิดปกตินั้นสามารถอธิบายได้จากสาเหตุอื่นที่ไม่ใช่โรคแพ้ภูมิตัวเอง
- การพบเกณฑ์ดังกล่าวอย่างน้อย 1 ครั้งถือว่าเพียงพอ
- ไม่จำเป็นต้องพบเกณฑ์ทั้งหมดพร้อมกัน
- ในแต่ละหมวด ให้นับเฉพาะเกณฑ์ที่มีค่าน้ำหนักคะแนนสูงสุด
- สามารถจำแนกผู้ป่วยว่าเป็นโรคแพ้ภูมิตัวเองได้เมื่อมีคะแนนรวม ≥10 คะแนน โดยต้องมีเกณฑ์ทางคลินิกอย่างน้อย 1 ข้อ และผ่านเกณฑ์คัดกรองเบื้องต้น ทั้งนี้ หากมีคะแนนรวมน้อยกว่า 10 คะแนน สามารถใช้ภาวะไวต่อแสงตามเกณฑ์ ACR-97 หรือการพบลักษณะทางคลินิกร่วมกับลักษณะทางภูมิคุ้มกันวิทยาเพื่อช่วยในการวินิจฉัยโรคแพ้ภูมิตัวเองได้
- อาการทั่วไป
- ไข้ (อุณหภูมิ >38.3°C) ได้ 2 คะแนน
- ระบบเลือด
- เม็ดเลือดขาวต่ำ (จำนวนเม็ดเลือดขาว <4,000/mm³) ได้ 3 คะแนน
- ภาวะเม็ดเลือดแดงแตกจากภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง (พบระดับบิลิรูบินชนิด indirect และ lactate dehydrogenase [LDH] สูง ระดับ haptoglobin ต่ำ มี reticulocytosis และ ผลการตรวจ Coombs’ หรือ direct antiglobulin test เป็นบวก) ได้ 4 คะแนน
- เกล็ดเลือดต่ำ (จำนวนเกล็ดเลือด <100,000/mm³) ได้ 4 คะแนน
- ผิวหนังและเยื่อเมือก
- ผมร่วงชนิดไม่ทำให้เกิดแผลเป็น (non-scarring alopecia) ซึ่งตรวจพบโดยแพทย์ ได้ 2 คะแนน
- แผลในปาก ซึ่งตรวจพบโดยแพทย์ ได้ 2 คะแนน
- โรคแพ้ภูมิตัวเองที่ผิวหนังชนิดกึ่งเฉียบพลันหรือชนิด discoid ซึ่งตรวจพบโดยแพทย์ ได้ 4 คะแนน
- โรคแพ้ภูมิตัวเองที่ผิวหนังชนิดเฉียบพลัน (ผื่นรูปปีกผีเสื้อหรือผื่น maculopapular ทั่วไป ซึ่งตรวจพบโดยแพทย์) ได้ 6 คะแนน
- ระบบกล้ามเนื้อและกระดูก
- มีความผิดปกติของข้อ (มีเยื่อบุข้ออักเสบตั้งแต่ ≥2 ข้อ หรือมีอาการกดเจ็บตั้งแต่ ≥2 ข้อ ร่วมกับอาการข้อฝืดในตอนเช้าอย่างน้อย 30 นาที) ได้ 6 คะแนน
- ระบบประสาทและจิตเวช
- ภาวะสับสนเฉียบพลัน (delirium) (มีการเปลี่ยนแปลงของระดับความรู้สึกตัวร่วมกับความสามารถในการจดจ่อลดลง โดยอาการเกิดขึ้นภายในไม่กี่ชั่วโมงถึง <2 วัน หรือมีอาการเปลี่ยนแปลงขึ้นลงตลอดวัน และมีการเปลี่ยนแปลงด้านการรู้คิด หรือพฤติกรรม อารมณ์ หรือการแสดงอารมณ์แบบเฉียบพลันหรือกึ่งเฉียบพลัน) ได้ 2 คะแนน
- โรคจิต (psychosis) (มีประสาทหลอนและ/หรือหลงผิด โดยไม่ตระหนักว่าความคิดหรือการรับรู้นั้นผิดปกติ และไม่มีภาวะสับสนเฉียบพลัน) ได้ 3 คะแนน
- อาการชัก (ชักแบบทั่วร่างกายชนิดปฐมภูมิ หรือชักบางส่วนหรือชักเฉพาะที่) ได้ 5 คะแนน
- ไต
- มีโปรตีนในปัสสาวะ (>0.5 g/24 ชั่วโมง จากการเก็บปัสสาวะ 24 ชั่วโมง หรือมีค่าอัตราส่วนโปรตีนต่อครีอะตินีนในปัสสาวะจากการเก็บปัสสาวะแบบสุ่มเทียบเท่ากัน) ได้ 4 คะแนน
- โรคไตอักเสบลูปัสชนิด Class II หรือ V จากผลการตรวจชิ้นเนื้อไต ได้ 8 คะแนน
- โรคไตอักเสบลูปัสชนิด Class III หรือ IV จากผลการตรวจชิ้นเนื้อไต ได้ 10 คะแนน
- เยื่อหุ้มอวัยวะ
- มีน้ำในช่องเยื่อหุ้มปอดหรือเยื่อหุ้มหัวใจ (มีหลักฐานจากการตรวจทางภาพ) ได้ 5 คะแนน
- เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบเฉียบพลัน (พบอย่างน้อย 2 ข้อจากอาการเจ็บหน้าอกจากเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ เสียงเสียดสีของเยื่อหุ้มหัวใจ ผลตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจพบ ST elevation แบบกระจายทั่วใหม่ หรือ PR depression หรือการตรวจทางภาพพบมีน้ำในเยื่อหุ้มหัวใจที่เกิดขึ้นใหม่หรือมีปริมาณเพิ่มขึ้น) ได้ 6 คะแนน
- antiphospholipid antibodies
- ตรวจพบ anti-cardiolipin antibodies (IgA, IgG หรือ IgM) ในระดับปานกลางหรือสูง หรือ
- ตรวจพบ anti-beta-2 glycoprotein 1 antibodies (IgA, IgG หรือ IgM) หรือ
- ตรวจพบ lupus anticoagulant ให้ 2 คะแนน
- complement proteins
- ระดับ C3 ต่ำ หรือ ระดับ C4 ต่ำ ให้ 3 คะแนน
- ระดับ C3 ต่ำ และ ระดับ C4 ต่ำ ให้ 4 คะแนน
Systemic Lupus Erythematosus_Initial Assessment 3- แอนติบอดีจำเพาะต่อโรคแพ้ภูมิตัวเอง (SLE-specific antibodies)
- ตรวจพบ anti-dsDNA antibody โดยใช้วิธี immunoassay ที่มีความจำเพาะต่อโรคแพ้ภูมิตัวเอง (systemic lupus erythematosus; SLE) เมื่อเปรียบเทียบกับโรคที่เกี่ยวข้องซึ่งใช้เป็นกลุ่มควบคุม ≥90% หรือ
- ตรวจพบ anti-Smith antibody ให้ 6 คะแนน
Systemic Lupus Erythematosus_Initial Assessment 2ดัชนีประเมินการดำเนินโรค
ดัชนีประเมินการดำเนินโรค (Disease Activity Indices)มีเครื่องมือสำหรับวัดและประเมินการดำเนินโรคในผู้ป่วยโรคแพ้ภูมิตัวเอง (systemic lupus erythematosus; SLE) หลายชนิดที่มีความน่าเชื่อถือและผ่านการตรวจสอบความถูกต้องแล้ว โดย Systemic Lupus Erythematosus Disease Activity Index (SLEDAI) และ British Isles Lupus Assessment Group (BILAG) เป็นดัชนีที่มีการใช้บ่อยที่สุดและผ่านการตรวจสอบความถูกต้องอย่างครอบคลุมมากที่สุด
Systemic Lupus Erythematosus Disease Activity Index (SLEDAI)
SLEDAI เป็นดัชนีโดยรวมสำหรับประเมินการดำเนินโรคในช่วง 10 วันที่ผ่านมา และใช้ทั้งในทางคลินิกและการวิจัย ดัชนีนี้ประกอบด้วยรายการประเมิน 24 รายการ ซึ่งครอบคลุมอาการแสดงเฉพาะของระบบอวัยวะ 9 ระบบ โดยมีคะแนนรวมสูงสุด 105 คะแนน ดัชนีนี้มีรูปแบบอื่น ๆ ได้แก่ SELENA-SLEDAI, SLEDAI 2000 และ Mex-SLEDAI
British Isles Lupus Assessment Group (BILAG)
BILAG ใช้ประเมินการดำเนินโรคในระบบอวัยวะ 9 ระบบ และประเมินการเกิดโรคกำเริบ โดย BILAG 2004 ประกอบด้วยคำถามหลายข้อ ซึ่งประเมินด้วยระดับคะแนน 0–4 ดังนี้
- 0 คะแนน: ไม่พบอาการหรือความผิดปกติ
- 1 คะแนน: อาการหรือความผิดปกติมีแนวโน้มดีขึ้น
- 2 คะแนน: อาการหรือความผิดปกติไม่เปลี่ยนแปลง
- 3 คะแนน: อาการหรือความผิดปกติแย่ลง
- 4 คะแนน: เกิดอาการหรือความผิดปกติขึ้นใหม่
- A: การดำเนินโรครุนแรงมาก จำเป็นต้องใช้ยากดภูมิคุ้มกัน (immunosuppressants), corticosteroids ขนาดปานกลางถึงสูง หรือยาต้านการแข็งตัวของเลือดขนาดสูง
- B: การดำเนินโรคระดับปานกลาง จำเป็นต้องใช้ corticosteroids ขนาดต่ำ ยาต้านมาลาเรีย (antimalarials) หรือยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs)
- C: การดำเนินโรคเพียงเล็กน้อย จำเป็นต้องรักษาตามอาการเท่านั้น
- D: ไม่มีการดำเนินโรคในขณะประเมิน แต่เคยมีอาการหรือความผิดปกติจากโรคมาก่อน
- E: ไม่พบการดำเนินโรคทั้งในปัจจุบันและในอดีต
PGA เป็นมาตรวัดแบบเส้น (visual analog scale; VAS) ที่สะท้อนการประเมินของแพทย์เกี่ยวกับระดับการดำเนินโรคโดยรวมของโรคแพ้ภูมิตัวเอง (systemic lupus erythematosus; SLE) เครื่องมือ VAS ที่ใช้กันโดยทั่วไปมีช่วงคะแนน 0–3 โดย 0 คะแนน หมายถึงไม่มีการดำเนินโรค 1 คะแนน หมายถึงการดำเนินโรคเล็กน้อย 2 คะแนน หมายถึงการดำเนินโรคปานกลาง และ 3 คะแนน หมายถึงการดำเนินโรครุนแรง
การเกิดโรคกำเริบ (flare) พิจารณาจากคะแนนที่เพิ่มขึ้น ≥1 คะแนน เมื่อเทียบกับการประเมินในการมาพบแพทย์ครั้งก่อน ทั้งนี้ ความน่าเชื่อถือของการประเมินอาจได้รับผลกระทบจากมาตรวัดที่ใช้ จึงจำเป็นต้องมีการกำหนดมาตรฐานการให้คะแนน
European Consensus Lupus Activity Measurement (ECLAM)
ECLAM ใช้ประเมินการดำเนินโรคในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา โดยประเมินระบบอวัยวะ 10 ระบบ และค่าตรวจทางห้องปฏิบัติการ 2 รายการ เช่น อัตราการตกตะกอนของเม็ดเลือดแดง (erythrocyte sedimentation rate; ESR) และระดับคอมพลีเมนต์
ECLAM ประกอบด้วยรายการประเมิน 33 รายการ โดยให้คะแนนตั้งแต่ 0.5–2 คะแนน ตามประเภทของการมีส่วนเกี่ยวข้องของอวัยวะหรือระบบนั้น ๆ และมีคะแนนรวมทั้งหมดอยู่ในช่วง 0–17.5 คะแนน
