News & Updates

Show Multimedia Only
จาก "รอ" สู่ "รุก": Coriolus versicolor-based vaginal gel กลยุทธ์ใหม่ในการรับมือการติดเชื้อ HPV

จาก "รอ" สู่ "รุก": Coriolus versicolor-based vaginal gel กลยุทธ์ใหม่ในการรับมือการติดเชื้อ HPV

17 Sep 2026 byรศ. นพ.วิชัย เติมรุ่งเรืองเลิศ, ภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา, คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย,

การติดเชื้อ Human papillomavirus (HPV) เป็นปัญหาสำคัญในหญิงไทยและเป็นสาเหตุหลักของมะเร็งปากมดลูก โดยในผู้ที่ตรวจพบรอยโรคระดับต่ำ (ASCUS/LSIL) แนวทางการดูแลมักเป็นการเฝ้าติดตามและประเมินการเปลี่ยนแปลงของรอยโรค อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมีกลยุทธ์ใหม่เชิงรุก คือ Coriolus versicolor-based gel ซึ่งเป็นเจลสำหรับใช้ในช่องคลอดที่มีคุณสมบัติช่วยส่งเสริมการสมานตัวของรอยโรคโดยกระตุ้นการสร้างเยื่อบุผิวปากมดลูกใหม่ ส่งเสริมกระบวนการขจัดเชื้อ HPV ตามธรรมชาติ ตลอดจนช่วยปรับสมดุลจุลินทรีย์ในช่องคลอดและเพิ่มความชุ่มชื้น ผลการศึกษาทางคลินิกพบว่า เจลดังกล่าวสามารถเพิ่มอัตราการกำจัดเชื้อ HPV และการหายของรอยโรคได้ประมาณ 80–85% ซึ่งสูงกว่าการเฝ้าติดตามเพียงอย่างเดียวประมาณสองเท่า ขณะที่มีรายงานผลข้างเคียงเพียงเล็กน้อย

จาก "รอ" สู่ "รุก": Coriolus versicolor-based vaginal gel กลยุทธ์ใหม่ในการรับมือการติดเชื้อ HPV

17 Sep 2026
แนวทางการรักษาโรคเกาต์และภาวะกรดยูริกในเลือดสูงในปัจจุบัน

แนวทางการรักษาโรคเกาต์และภาวะกรดยูริกในเลือดสูงในปัจจุบัน

10 Sep 2026

โรคเกาต์เป็นโรคข้ออักเสบที่เป็นผลแทรกซ้อนจากระดับกรดยูริกในร่างกายที่เกินจุดอิ่มตัว (6.8 mg/dL) เกิดการตกตะกอนเป็นผลึกเกลือยูเรตสะสมบริเวณข้อและเนื้อเยื่อต่าง ๆ ของร่างกาย เกิดข้ออักเสบเฉียบพลันชนิดเป็น ๆ หาย ๆ  หากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องผลึกเกลือยูเรตจะสะสมมากขึ้น เกิดเป็นปุ่มโทฟัส (tophus) ตามร่างกาย รวมทั้งในกระดูกและข้อ  เป็นผลให้ข้อถูกทำลาย เกิดความพิการตามมา ผู้ป่วยโรคเกาต์มีคุณภาพชีวิตที่ต่ำกว่าและมีอัตราการเสียชีวิตที่สูงกว่าคนปกติ  โรคเกาต์เป็นโรคข้ออักเสบที่พบได้บ่อยที่สุด ในประเทศไทยพบอุบัติการณ์ 127 รายต่อประชากร 100,000 ราย/ปี 

แนวทางการรักษาโรคเกาต์และภาวะกรดยูริกในเลือดสูงในปัจจุบัน

10 Sep 2026
การดูแลผู้ป่วยโรคปลายประสาทอักเสบจากเบาหวานด้วย neurotropic B vitamins ในเภสัชกรชุมชน

การดูแลผู้ป่วยโรคปลายประสาทอักเสบจากเบาหวานด้วย neurotropic B vitamins ในเภสัชกรชุมชน

12 Aug 2026 byผศ. ดร. ภก.กิติยศ ยศสมบัติ; ผศ. ดร. ภก.ถนอมพงษ์ เสถียรลัคนา; ผศ. ภญ.สิรินุช พละภิญโญ; ศ. ดร. ภก.เนติ สุขสมบูรณ์

โรคปลายประสาทอักเสบจากเบาหวาน (DPN) เป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบได้บ่อยและส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต ผู้ที่มีอาการของโรค DPN ที่มาร้านยาส่วนมากเป็นระยะเริ่มต้น ซึ่งมีอาการไม่รุนแรง เภสัชกรชุมชนมีบทบาทสำคัญในการดูแลผู้ป่วยเหล่านี้ เพื่อป้องกันความเสียหายของเส้นประสาทอย่างถาวร

ผลการวิจัยพบว่า เภสัชกรพิจารณาจ่าย combined neurotropic B vitamins เป็นตัวเลือกหลักในผู้ที่มีอาการชาหรือรับรู้ความรู้สึกลดลงโดยใช้เป็นการรักษาเดี่ยวหรือใช้ร่วมกับยาชนิดอื่น สำหรับ combined neurotropic B vitamins ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ประกอบด้วย วิตามินบี 1 ขนาด 100 มก. วิตามินบี 6 ขนาด 200 มก. และ วิตามินบี 12 ขนาด 200 ไมโครกรัม รับประทานวันละ 3 ครั้ง นอกจากนี้ ผลการวิจัยชี้ให้เห็นภาพรวมของทัศนคติและแนวทางปฏิบัติในปัจจุบัน พร้อมทั้งสะท้อนประเด็นที่ควรได้รับการสนับสนุนเพิ่มเติม

การดูแลผู้ป่วยโรคปลายประสาทอักเสบจากเบาหวานด้วย neurotropic B vitamins ในเภสัชกรชุมชน

12 Aug 2026
NO TIME TO WAIT: SUSPECT & REFER EARLY IN ILD

NO TIME TO WAIT: SUSPECT & REFER EARLY IN ILD

30 Jun 2026 byรศ. พญ.ไพลิน รัตนวัฒน์กุล , คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น; รศ. นพ.ศุภฤกษ์ ดิษยบุตร, คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล, มหาวิทยาลัยมหิดล

โรคปอดอินเตอร์สติเชียล (ILD) เป็นกลุ่มโรคที่ท้าทายอย่างยิ่งในการวินิจฉัยเนื่องจากผู้ป่วยมักมีอาการนำที่ไม่จำเพาะเจาะจง ส่งผลให้ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักสูญเสียเวลาหลายปีกว่าจะได้รับการวินิจฉัยที่ถูกต้องและได้รับการส่งต่อ เพราะมักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นโรคอื่น เช่น โรคหืด โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง หรือโรคหัวใจ ความล่าช้านี้ทำให้พลาดโอกาสในการรักษาในระยะเริ่มต้นและนำไปสู่การเปลี่ยนสภาพของเนื้อเยื่อปอดไปเป็นพังผืดอย่างถาวร ซึ่งเป็นความเสียหายที่ไม่สามารถฟื้นคืนสภาพเดิมได้ โดยเฉพาะในกลุ่มโรคปอดเป็นพังผืดชนิดไม่ทราบสาเหตุ (IPF) ที่มีความรุนแรงสูงและมีอัตรารอดชีวิตใน 5 ปีเพียง 20–40% ซึ่งต่ำกว่าโรคมะเร็งหลายชนิด การวินิจฉัยโรคให้ได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้นและการรักษาอย่างรวดเร็วจึงเป็นโอกาสสำคัญในการช่วยชะลอความเสื่อมของปอดและเพิ่มคุณภาพชีวิตให้ผู้ป่วยก่อนที่ปอดจะเกิดความเสียหายอย่างถาวร

การคัดกรอง ILD สามารถทำได้โดยการประเมินอาการ ซักประวัติ และตรวจร่างกายอย่างถี่ถ้วน รวมถึงสังเกตสัญญาณเตือนอันตราย ได้แก่ ไอแห้งเรื้อรัง และหอบเหนื่อยขณะออกแรง (dyspnea on exertion) ร่วมกับการใช้เครื่องมือคัดกรองเบื้องต้น “A–F” ซึ่งประกอบด้วย ความผิดปกติของภาพเอกซเรย์ปอด (abnormal chest X-Ray), หอบเหนื่อย (breathlessness), ฟังเสียงปอดได้ bibasilar หรือ Velcro crackles, ไอแห้ง (dry cough), ออกซิเจนลดลงเมื่อออกแรง (exertional desaturation) และปริมาตรปอดลดลง (low FVC) และเมื่อพบสิ่งผิดปกติจากการคัดกรองเบื้องต้น ควรทำการส่งตรวจเพิ่มเติมด้วยวิธีมาตรฐาน คือ การเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ทรวงอกชนิดความละเอียดสูง (HRCT) เพื่อบอกลักษณะของพยาธิสภาพที่ชัดเจน ร่วมกับการตรวจสมรรถภาพปอด และตรวจทาง serology เพื่อคัดกรองหาสาเหตุที่จำเพาะ และส่งต่อแพทย์เฉพาะทางได้อย่างทันท่วงที

SC-TH-05234

NO TIME TO WAIT: SUSPECT & REFER EARLY IN ILD

30 Jun 2026