ภาพรวม
Acromegaly เป็นโรคเรื้อรังที่มีการดำเนินโรคอย่างช้า ๆ ส่งผลให้รูปร่างของผู้ป่วยเปลี่ยนแปลงและความสามารถในการดำเนินชีวิตลดลงตามการดำเนินของโรค โดยมีรายละเอียดอยู่ในหัวข้อ ‘บทนำ’
Acromegaly เป็นโรคที่พบได้ไม่บ่อย โดยหัวข้อ ‘ระบาดวิทยา’ กล่าวถึงอายุเฉลี่ยของผู้ป่วยเมื่อได้รับการวินิจฉัย และความชุกของโรคในแต่ละภูมิภาค
ผู้ป่วย acromegaly มากกว่า 95% มีภาวะหลั่ง growth hormone (GH) และ insulin-like growth factor 1 (IGF-1) มากเกินไป ซึ่งเกิดจากเนื้องอกต่อมใต้สมองชนิด pituitary adenoma ที่หลั่ง GH และมีต้นกำเนิดจาก somatotroph cells โดยสามารถศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับกลไกการเกิดโรคได้ในหัวข้อ ‘พยาธิสรีรวิทยา’
Acromegaly เป็นโรคที่พบได้ไม่บ่อย โดยหัวข้อ ‘ระบาดวิทยา’ กล่าวถึงอายุเฉลี่ยของผู้ป่วยเมื่อได้รับการวินิจฉัย และความชุกของโรคในแต่ละภูมิภาค
ผู้ป่วย acromegaly มากกว่า 95% มีภาวะหลั่ง growth hormone (GH) และ insulin-like growth factor 1 (IGF-1) มากเกินไป ซึ่งเกิดจากเนื้องอกต่อมใต้สมองชนิด pituitary adenoma ที่หลั่ง GH และมีต้นกำเนิดจาก somatotroph cells โดยสามารถศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับกลไกการเกิดโรคได้ในหัวข้อ ‘พยาธิสรีรวิทยา’
การซักประวัติและการตรวจร่างกาย
หัวข้อ ‘อาการแสดงทางคลินิก’ กล่าวถึงสัญญาณอันตรายและอาการจากการหลั่ง growth hormone มากเกินไป รวมถึงอาการที่เกิดจาก pituitary adenoma ลุกลามขึ้นไปเหนือ sella turcica (suprasellar extension)
การวินิจฉัย
หัวข้อ ‘การตรวจทางห้องปฏิบัติการและอื่นๆ’ กล่าวถึงการตรวจต่าง ๆ ที่ใช้เพื่อยืนยันการวินิจฉัย acromegaly ส่วนหัวข้อ ‘การวินิจฉัยทางภาพ’ กล่าวถึงวิธีการตรวจทางภาพที่สามารถทำได้เมื่อผลการตรวจทางชีวเคมีเข้าเกณฑ์การวินิจฉัย
ดังที่กล่าวไว้ในหัวข้อ ‘การวินิจฉัยและเกณฑ์การวินิจฉัย’ การวินิจฉัยโรคให้ได้ตั้งแต่ระยะแรกมีความสำคัญอย่างยิ่ง แม้ว่าอาการและสัญญาณอันตรายของโรคจะสามารถแยกจากการเปลี่ยนแปลงทางเมตาบอลิซึมและต่อมไร้ท่ออื่น ๆ ได้ยาก
หัวข้อ ‘การวินิจฉัยแยกโรค’ กล่าวถึงสาเหตุอื่น ๆ ที่ทำให้เกิด acromegaly
ดังที่กล่าวไว้ในหัวข้อ ‘การวินิจฉัยและเกณฑ์การวินิจฉัย’ การวินิจฉัยโรคให้ได้ตั้งแต่ระยะแรกมีความสำคัญอย่างยิ่ง แม้ว่าอาการและสัญญาณอันตรายของโรคจะสามารถแยกจากการเปลี่ยนแปลงทางเมตาบอลิซึมและต่อมไร้ท่ออื่น ๆ ได้ยาก
หัวข้อ ‘การวินิจฉัยแยกโรค’ กล่าวถึงสาเหตุอื่น ๆ ที่ทำให้เกิด acromegaly
การจัดการและการรักษา
การผ่าตัดเป็นการรักษาอันดับแรกสำหรับผู้ป่วย acromegaly เกือบทุกราย ยกเว้นในกรณีที่มีข้อห้ามในการผ่าตัด หรือผู้ป่วยปฏิเสธการผ่าตัด โดยหัวข้อ ‘การผ่าตัด’ กล่าวถึงเกณฑ์ในการพิจารณาผ่าตัด เป้าหมายของการรักษา และการผ่าตัดส่องกล้องผ่านโพรงจมูก (Transsphenoidal Surgery)
ดังที่กล่าวไว้ในหัวข้อ ‘การรักษาด้วยยา’ ควรพิจารณาการรักษาด้วยยาเมื่อไม่สามารถผ่าตัดได้ หรือในผู้ป่วยที่ยังคงมีโรคอยู่หลังการผ่าตัดนำ adenoma ออก โดยหัวข้อนี้กล่าวถึงยากลุ่ม somatostatin analogs (SSA) หรือ somatostatin receptor ligands (SRL), dopamine agonists และ growth hormone receptor antagonists
การรักษาด้วยรังสีอาจพิจารณาเป็นการรักษาเสริมในผู้ป่วยที่ตอบสนองต่อการผ่าตัดหรือการรักษาด้วยยาได้ไม่เต็มที่ โดยมีรายละเอียดเพิ่มเติมในหัวข้อ ‘การรักษาด้วยรังสี’
หัวข้อ ‘การติดตามผล’ กล่าวถึงการตรวจและการประเมินที่ควรดำเนินการในช่วงปีแรกหลังการผ่าตัดและหลังจากนั้น
ดังที่กล่าวไว้ในหัวข้อ ‘การรักษาด้วยยา’ ควรพิจารณาการรักษาด้วยยาเมื่อไม่สามารถผ่าตัดได้ หรือในผู้ป่วยที่ยังคงมีโรคอยู่หลังการผ่าตัดนำ adenoma ออก โดยหัวข้อนี้กล่าวถึงยากลุ่ม somatostatin analogs (SSA) หรือ somatostatin receptor ligands (SRL), dopamine agonists และ growth hormone receptor antagonists
การรักษาด้วยรังสีอาจพิจารณาเป็นการรักษาเสริมในผู้ป่วยที่ตอบสนองต่อการผ่าตัดหรือการรักษาด้วยยาได้ไม่เต็มที่ โดยมีรายละเอียดเพิ่มเติมในหัวข้อ ‘การรักษาด้วยรังสี’
หัวข้อ ‘การติดตามผล’ กล่าวถึงการตรวจและการประเมินที่ควรดำเนินการในช่วงปีแรกหลังการผ่าตัดและหลังจากนั้น
