อาการแสดงทางคลินิก
โรควิตกกังวลทั่วไป (Generalized Anxiety Disorder)
ผู้ป่วยโรควิตกกังวลทั่วไปจะมีความวิตกกังวลและความกังวลมากเกินไปอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับเรื่องต่าง ๆ ในชีวิต เช่น การทำงานและผลการเรียน โดยมักมีปัญหาในการควบคุมความกังวลที่เกิดขึ้นเกือบทุกวัน อาการที่พบได้บ่อย ได้แก่ อาการทางกายหลายอย่างที่ไม่สามารถอธิบายสาเหตุได้ การนอนไม่หลับ หงุดหงิดง่าย กล้ามเนื้อกระตุก กระสับกระส่าย เหนื่อยล้าง่าย และแม้กระทั่งมีปัญหาในการจดจ่อหรือมีสมาธิ
โรคแพนิค (Panic Disorder)
ผู้ป่วยโรคแพนิคจะมีอาการแพนิคกำเริบซ้ำโดยไม่คาดคิด และมีความกังวลหรือวิตกอย่างต่อเนื่องว่าจะเกิดอาการแพนิคขึ้นอีก หรืออาจปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในลักษณะที่ไม่เหมาะสมเนื่องจากอาการแพนิค โรคแพนิคมีลักษณะอาการเป็นช่วง ๆ อาการที่พบ ได้แก่ เวียนศีรษะ เจ็บหรือไม่สบายหน้าอก หายใจลำบาก ใจสั่นหรือหัวใจเต้นเร็ว คลื่นไส้หรือมีอาการผิดปกติของระบบทางเดินอาหาร ตัวสั่น เหงื่อออก ร้อนวูบวาบ และหนาวสั่น
โรคกลัวสังคม (Social Anxiety Disorder)
ผู้ป่วยโรคกลัวสังคมจะมีความกลัวหรือวิตกกังวลเกี่ยวกับการมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคมและ/หรือสถานการณ์ที่ต้องแสดงออกต่อหน้าผู้อื่น ซึ่งอาจถูกจับตามองหรือประเมินจากผู้อื่น และอาจหลีกเลี่ยงสถานการณ์ดังกล่าว อาการที่พบ ได้แก่ หน้าแดง เหงื่อออก ใจสั่น และมีความกลัวอย่างมากจนรบกวนการดำเนินชีวิตตามปกติ ความสัมพันธ์ กิจกรรมทางสังคม หรือทำให้เกิดความทุกข์อย่างมากจากความกลัวดังกล่าว
Anxiety_Initial Assesment
ผู้ป่วยโรควิตกกังวลทั่วไปจะมีความวิตกกังวลและความกังวลมากเกินไปอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับเรื่องต่าง ๆ ในชีวิต เช่น การทำงานและผลการเรียน โดยมักมีปัญหาในการควบคุมความกังวลที่เกิดขึ้นเกือบทุกวัน อาการที่พบได้บ่อย ได้แก่ อาการทางกายหลายอย่างที่ไม่สามารถอธิบายสาเหตุได้ การนอนไม่หลับ หงุดหงิดง่าย กล้ามเนื้อกระตุก กระสับกระส่าย เหนื่อยล้าง่าย และแม้กระทั่งมีปัญหาในการจดจ่อหรือมีสมาธิ
โรคแพนิค (Panic Disorder)
ผู้ป่วยโรคแพนิคจะมีอาการแพนิคกำเริบซ้ำโดยไม่คาดคิด และมีความกังวลหรือวิตกอย่างต่อเนื่องว่าจะเกิดอาการแพนิคขึ้นอีก หรืออาจปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในลักษณะที่ไม่เหมาะสมเนื่องจากอาการแพนิค โรคแพนิคมีลักษณะอาการเป็นช่วง ๆ อาการที่พบ ได้แก่ เวียนศีรษะ เจ็บหรือไม่สบายหน้าอก หายใจลำบาก ใจสั่นหรือหัวใจเต้นเร็ว คลื่นไส้หรือมีอาการผิดปกติของระบบทางเดินอาหาร ตัวสั่น เหงื่อออก ร้อนวูบวาบ และหนาวสั่น
โรคกลัวสังคม (Social Anxiety Disorder)
ผู้ป่วยโรคกลัวสังคมจะมีความกลัวหรือวิตกกังวลเกี่ยวกับการมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคมและ/หรือสถานการณ์ที่ต้องแสดงออกต่อหน้าผู้อื่น ซึ่งอาจถูกจับตามองหรือประเมินจากผู้อื่น และอาจหลีกเลี่ยงสถานการณ์ดังกล่าว อาการที่พบ ได้แก่ หน้าแดง เหงื่อออก ใจสั่น และมีความกลัวอย่างมากจนรบกวนการดำเนินชีวิตตามปกติ ความสัมพันธ์ กิจกรรมทางสังคม หรือทำให้เกิดความทุกข์อย่างมากจากความกลัวดังกล่าว
Anxiety_Initial Assesmentการวินิจฉัยและเกณฑ์การวินิจฉัย
เกณฑ์การวินิจฉัย
โรควิตกกังวลทั่วไป (Generalized Anxiety Disorder)
ตามเกณฑ์ DSM-5-TR โรควิตกกังวลทั่วไปมีลักษณะสำคัญคือ มีความวิตกกังวลและความกังวลมากเกินไปเกี่ยวกับเหตุการณ์หรือกิจกรรมหลายด้าน โดยเกิดขึ้นเกือบทุกวันเป็นเวลาอย่างน้อย 6 เดือน และผู้ป่วยมีปัญหาในการควบคุมความกังวล
ความวิตกกังวลและความกังวลดังกล่าวต้องมีอาการร่วมอย่างน้อย 3 ใน 6 อาการต่อไปนี้ในผู้ใหญ่ (อย่างน้อย 1 อาการในเด็ก) โดยเกิดขึ้นเกือบทุกวันตลอดช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา:
โรควิตกกังวลทั่วไป (Generalized Anxiety Disorder)
ตามเกณฑ์ DSM-5-TR โรควิตกกังวลทั่วไปมีลักษณะสำคัญคือ มีความวิตกกังวลและความกังวลมากเกินไปเกี่ยวกับเหตุการณ์หรือกิจกรรมหลายด้าน โดยเกิดขึ้นเกือบทุกวันเป็นเวลาอย่างน้อย 6 เดือน และผู้ป่วยมีปัญหาในการควบคุมความกังวล
ความวิตกกังวลและความกังวลดังกล่าวต้องมีอาการร่วมอย่างน้อย 3 ใน 6 อาการต่อไปนี้ในผู้ใหญ่ (อย่างน้อย 1 อาการในเด็ก) โดยเกิดขึ้นเกือบทุกวันตลอดช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา:
- กระสับกระส่ายหรือรู้สึกกระวนกระวายใจ
- เหนื่อยล้าง่าย
- มีปัญหาในการจดจ่อหรือรู้สึกว่าสมองว่างเปล่า
- หงุดหงิดง่าย
- กล้ามเนื้อตึง
- มีความผิดปกติของการนอนหลับ เช่น หลับยาก ตื่นบ่อยหรือหลับไม่ต่อเนื่อง หรือรู้สึกว่านอนไม่เพียงพอหรือไม่สดชื่น
โรคแพนิค (Panic Disorder)
ตามเกณฑ์ DSM-5-TR โรคแพนิคมีลักษณะสำคัญคือ มีอาการกลัวอย่างรุนแรงหรือรู้สึกไม่สบายอย่างรุนแรงเกิดขึ้นอย่างฉับพลันและเกิดซ้ำโดยไม่คาดคิด โดยอาการจะรุนแรงสูงสุดภายในไม่กี่นาที และในช่วงดังกล่าวมีอาการอย่างน้อย 4 อาการต่อไปนี้ ทั้งนี้ อาการที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันอาจเกิดจากภาวะสงบหรือขณะที่มีความวิตกกังวลอยู่ก่อนแล้ว
- หัวใจเต้นเร็ว ใจสั่น หรือรู้สึกว่าหัวใจเต้นแรงหรือเต้นเร็ว
- เหงื่อออกมาก
- ตัวสั่นหรือสั่นสะท้าน
- หายใจไม่อิ่มหรือรู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก
- รู้สึกเหมือนมีอะไรอุดกั้นหรือรัดคอ
- เจ็บหรือไม่สบายหน้าอก
- คลื่นไส้หรือมีอาการไม่สบายในช่องท้อง
- เวียนศีรษะ รู้สึกโคลงเคลง หน้ามืด หรือรู้สึกคล้ายจะเป็นลม
- หนาวสั่นหรือรู้สึกร้อนวูบวาบ
- มีอาการชา (paresthesias)
- รู้สึกว่าสิ่งรอบตัวไม่ใช่ความจริง (derealization) หรือรู้สึกเหมือนกำลังมองตนเองจากภายนอก รู้สึกว่าตัวเองไม่ใช่ตัวเอง (depersonalization)
- กลัวว่าจะควบคุมตนเองไม่ได้หรือ “เป็นบ้า”
- กลัวตาย
หลังเกิดอาการแพนิคอย่างน้อย 1 ครั้ง ต้องมีอาการอย่างใดอย่างหนึ่งหรือทั้งสองอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาอย่างน้อย 1 เดือน ได้แก่ มีความกังวลอย่างต่อเนื่องว่าจะเกิดอาการแพนิคขึ้นอีก หรือมีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมอันเนื่องมาจากอาการแพนิค
อาการดังกล่าวต้องไม่เกิดจากฤทธิ์ทางสรีรวิทยาของยาหรือสารใด ๆ การใช้สารในทางที่ผิด หรือภาวะทางการแพทย์อื่น และอาการและอาการแสดงต้องไม่เข้าได้กับความผิดปกติทางจิตอื่น
โรคกลัวสังคม (Social Anxiety Disorder)
ตามเกณฑ์ DSM-5-TR โรคกลัวสังคมหมายถึงภาวะที่ผู้ป่วยมีความกลัวหรือวิตกกังวลอย่างมากต่อสถานการณ์ทางสังคมอย่างน้อย 1 สถานการณ์ ซึ่งอาจทำให้ผู้ป่วยตกอยู่ภายใต้การถูกจับจ้องหรือประเมินจากผู้อื่น เช่น การมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น การถูกสังเกต หรือการพูดหรือแสดงต่อหน้าผู้อื่น สำหรับเด็ก อาการดังกล่าวต้องเกิดขึ้นขณะมีปฏิสัมพันธ์กับทั้งเพื่อนและผู้ใหญ่
โรคกลัวสังคมอาจระบุเพิ่มเติมว่าเป็นชนิดที่เกิดเฉพาะขณะแสดงออกต่อหน้าผู้อื่น หากความกลัวหรือวิตกกังวลเกิดขึ้นเฉพาะเมื่อต้องพูดหรือแสดงต่อหน้าสาธารณะเท่านั้น ผู้ป่วยมักกลัวว่าอาการวิตกกังวลของตนเองจะแสดงออกมาให้ผู้อื่นเห็น และผู้อื่นอาจมองอาการดังกล่าวในทางลบจนทำให้ถูกปฏิเสธหรือไม่เป็นที่ยอมรับ
สถานการณ์ทางสังคมแทบทุกครั้งจะกระตุ้นให้ผู้ป่วยเกิดความกลัวหรือวิตกกังวล และผู้ป่วยมักหลีกเลี่ยงสถานการณ์ดังกล่าว หรือจำเป็นต้องเผชิญสถานการณ์นั้นด้วยความรู้สึกไม่สบายใจอย่างมาก ความกลัวหรือวิตกกังวลต้องมากเกินกว่าภัยคุกคามที่เกิดขึ้นจริงจากสถานการณ์ทางสังคมและบริบททางสังคมของผู้ป่วย และมีอาการต่อเนื่องเป็นเวลาอย่างน้อย 6 เดือน
อาการดังกล่าวต้องก่อให้เกิดความทุกข์อย่างมีนัยสำคัญทางคลินิก หรือส่งผลให้ความสามารถในการทำหน้าที่ด้านสังคม การทำงาน หรือด้านสำคัญอื่น ๆ ลดลงอย่างชัดเจน อาการต้องไม่เป็นผลทางสรีรวิทยาจากยาหรือสารเสพติด หรือเกิดจากภาวะทางการแพทย์อื่น และอาการและอาการแสดงต้องไม่เข้าได้กับความผิดปกติทางจิตอื่น
นอกจากนี้ ต้องแยกให้ได้ว่าความวิตกกังวลไม่ได้เกิดจากภาวะร่วมบางอย่าง เช่น โรคพาร์กินสัน ความผิดปกติของรูปลักษณ์จากแผลไฟไหม้หรือการบาดเจ็บ หรือโรคอ้วนรุนแรง หรือหากผู้ป่วยมีภาวะดังกล่าว ต้องประเมินเพิ่มเติมว่าผู้ป่วยมีความวิตกกังวลต่อสถานการณ์เหล่านั้นมากเกินควรหรือไม่
การคัดกรองโรค
การคัดกรองโรค
แบบประเมิน Generalized Anxiety Disorder 7-item Scale (GAD-7)
แบบประเมิน GAD-7 เป็นเครื่องมือคัดกรองที่ใช้เวลาประเมินไม่นานและมีประโยชน์ในการคัดกรองโรควิตกกังวลทั่วไปและโรควิตกกังวลอื่น ๆ เช่น โรคแพนิคและโรคกลัวสังคม นอกจากนี้ ยังสามารถใช้ติดตามการตอบสนองต่อการรักษาได้อีกด้วย คะแนน ≥8 บ่งชี้ว่ามีโอกาสเป็นโรควิตกกังวลสูง ขณะที่คะแนนรวม ≥10 บ่งชี้ว่ามีแนวโน้มเป็นโรควิตกกังวลทั่วไป
แบบประเมิน Hospital Anxiety and Depression Scale (HADS)
HADS เป็นแบบประเมินตนเองจำนวน 14 ข้อ สำหรับประเมินภาวะวิตกกังวลและภาวะซึมเศร้าในผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลและไม่มีโรคทางจิตเวช คะแนน 8–10 บ่งชี้ว่าอาจมีโรควิตกกังวล ขณะที่คะแนน ≥11 บ่งชี้ว่ามีแนวโน้มมีความผิดปกติทางอารมณ์
แบบประเมิน Clinical Global Impression Scales
แบบประเมิน Clinical Global Impression Scales สามารถใช้ประเมินความรุนแรงของโรคและติดตามความก้าวหน้าของการรักษาระหว่างการตรวจผู้ป่วย
แบบสัมภาษณ์ Mini-International Neuropsychiatric Interview (M.I.N.I.)
M.I.N.I. เป็นแบบสัมภาษณ์ที่ใช้เป็นส่วนหนึ่งของการประเมินทางคลินิกในผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงต่อภาวะซึมเศร้าและโรควิตกกังวล
แบบประเมิน Generalized Anxiety Disorder 7-item Scale (GAD-7)
แบบประเมิน GAD-7 เป็นเครื่องมือคัดกรองที่ใช้เวลาประเมินไม่นานและมีประโยชน์ในการคัดกรองโรควิตกกังวลทั่วไปและโรควิตกกังวลอื่น ๆ เช่น โรคแพนิคและโรคกลัวสังคม นอกจากนี้ ยังสามารถใช้ติดตามการตอบสนองต่อการรักษาได้อีกด้วย คะแนน ≥8 บ่งชี้ว่ามีโอกาสเป็นโรควิตกกังวลสูง ขณะที่คะแนนรวม ≥10 บ่งชี้ว่ามีแนวโน้มเป็นโรควิตกกังวลทั่วไป
แบบประเมิน Hospital Anxiety and Depression Scale (HADS)
HADS เป็นแบบประเมินตนเองจำนวน 14 ข้อ สำหรับประเมินภาวะวิตกกังวลและภาวะซึมเศร้าในผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลและไม่มีโรคทางจิตเวช คะแนน 8–10 บ่งชี้ว่าอาจมีโรควิตกกังวล ขณะที่คะแนน ≥11 บ่งชี้ว่ามีแนวโน้มมีความผิดปกติทางอารมณ์
แบบประเมิน Clinical Global Impression Scales
แบบประเมิน Clinical Global Impression Scales สามารถใช้ประเมินความรุนแรงของโรคและติดตามความก้าวหน้าของการรักษาระหว่างการตรวจผู้ป่วย
แบบสัมภาษณ์ Mini-International Neuropsychiatric Interview (M.I.N.I.)
M.I.N.I. เป็นแบบสัมภาษณ์ที่ใช้เป็นส่วนหนึ่งของการประเมินทางคลินิกในผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงต่อภาวะซึมเศร้าและโรควิตกกังวล
