Anxiety โรควิตกกังวล Initial Assessment

Last updated: 17 April 2026

อาการแสดงทางคลินิก

โรควิตกกังวลทั่วไป (Generalized Anxiety Disorder)

ผู้ป่วยโรควิตกกังวลทั่วไปจะมีความวิตกกังวลและความกังวลมากเกินไปอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับเรื่องต่าง ๆ ในชีวิต เช่น การทำงานและผลการเรียน โดยมักมีปัญหาในการควบคุมความกังวลที่เกิดขึ้นเกือบทุกวัน อาการที่พบได้บ่อย ได้แก่ อาการทางกายหลายอย่างที่ไม่สามารถอธิบายสาเหตุได้ การนอนไม่หลับ หงุดหงิดง่าย กล้ามเนื้อกระตุก กระสับกระส่าย เหนื่อยล้าง่าย และแม้กระทั่งมีปัญหาในการจดจ่อหรือมีสมาธิ

โรคแพนิค (Panic Disorder)


ผู้ป่วยโรคแพนิคจะมีอาการแพนิคกำเริบซ้ำโดยไม่คาดคิด และมีความกังวลหรือวิตกอย่างต่อเนื่องว่าจะเกิดอาการแพนิคขึ้นอีก หรืออาจปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในลักษณะที่ไม่เหมาะสมเนื่องจากอาการแพนิค โรคแพนิคมีลักษณะอาการเป็นช่วง ๆ อาการที่พบ ได้แก่ เวียนศีรษะ เจ็บหรือไม่สบายหน้าอก หายใจลำบาก ใจสั่นหรือหัวใจเต้นเร็ว คลื่นไส้หรือมีอาการผิดปกติของระบบทางเดินอาหาร ตัวสั่น เหงื่อออก ร้อนวูบวาบ และหนาวสั่น

โรคกลัวสังคม (Social Anxiety Disorder)

ผู้ป่วยโรคกลัวสังคมจะมีความกลัวหรือวิตกกังวลเกี่ยวกับการมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคมและ/หรือสถานการณ์ที่ต้องแสดงออกต่อหน้าผู้อื่น ซึ่งอาจถูกจับตามองหรือประเมินจากผู้อื่น และอาจหลีกเลี่ยงสถานการณ์ดังกล่าว อาการที่พบ ได้แก่ หน้าแดง เหงื่อออก ใจสั่น และมีความกลัวอย่างมากจนรบกวนการดำเนินชีวิตตามปกติ ความสัมพันธ์ กิจกรรมทางสังคม หรือทำให้เกิดความทุกข์อย่างมากจากความกลัวดังกล่าว

Anxiety_Initial AssesmentAnxiety_Initial Assesment

การวินิจฉัยและเกณฑ์การวินิจฉัย

เกณฑ์การวินิจฉัย

โรควิตกกังวลทั่วไป (Generalized Anxiety Disorder)

ตามเกณฑ์ DSM-5-TR โรควิตกกังวลทั่วไปมีลักษณะสำคัญคือ มีความวิตกกังวลและความกังวลมากเกินไปเกี่ยวกับเหตุการณ์หรือกิจกรรมหลายด้าน โดยเกิดขึ้นเกือบทุกวันเป็นเวลาอย่างน้อย 6 เดือน และผู้ป่วยมีปัญหาในการควบคุมความกังวล

ความวิตกกังวลและความกังวลดังกล่าวต้องมีอาการร่วมอย่างน้อย 3 ใน 6 อาการต่อไปนี้ในผู้ใหญ่ (อย่างน้อย 1 อาการในเด็ก) โดยเกิดขึ้นเกือบทุกวันตลอดช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา:
  • กระสับกระส่ายหรือรู้สึกกระวนกระวายใจ
  • เหนื่อยล้าง่าย
  • มีปัญหาในการจดจ่อหรือรู้สึกว่าสมองว่างเปล่า
  • หงุดหงิดง่าย
  • กล้ามเนื้อตึง
  • มีความผิดปกติของการนอนหลับ เช่น หลับยาก ตื่นบ่อยหรือหลับไม่ต่อเนื่อง หรือรู้สึกว่านอนไม่เพียงพอหรือไม่สดชื่น
นอกจากนี้ อาการดังกล่าวต้องก่อให้เกิดความทุกข์อย่างมีนัยสำคัญทางคลินิก หรือส่งผลให้การทำหน้าที่ด้านสังคม การทำงาน หรือด้านสำคัญอื่น ๆ บกพร่อง โดยอาการไม่ได้เกิดจากฤทธิ์ทางสรีรวิทยาของยาหรือสารใด ๆ การใช้สารในทางที่ผิด หรือภาวะทางการแพทย์อื่น และอาการและอาการแสดงต้องไม่เข้าได้กับความผิดปกติทางจิตอื่น

โรคแพนิค (Panic Disorder)

ตามเกณฑ์ DSM-5-TR โรคแพนิคมีลักษณะสำคัญคือ มีอาการกลัวอย่างรุนแรงหรือรู้สึกไม่สบายอย่างรุนแรงเกิดขึ้นอย่างฉับพลันและเกิดซ้ำโดยไม่คาดคิด โดยอาการจะรุนแรงสูงสุดภายในไม่กี่นาที และในช่วงดังกล่าวมีอาการอย่างน้อย 4 อาการต่อไปนี้ ทั้งนี้ อาการที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันอาจเกิดจากภาวะสงบหรือขณะที่มีความวิตกกังวลอยู่ก่อนแล้ว
  • หัวใจเต้นเร็ว ใจสั่น หรือรู้สึกว่าหัวใจเต้นแรงหรือเต้นเร็ว
  • เหงื่อออกมาก
  • ตัวสั่นหรือสั่นสะท้าน
  • หายใจไม่อิ่มหรือรู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก
  • รู้สึกเหมือนมีอะไรอุดกั้นหรือรัดคอ
  • เจ็บหรือไม่สบายหน้าอก
  • คลื่นไส้หรือมีอาการไม่สบายในช่องท้อง
  • เวียนศีรษะ รู้สึกโคลงเคลง หน้ามืด หรือรู้สึกคล้ายจะเป็นลม
  • หนาวสั่นหรือรู้สึกร้อนวูบวาบ
  • มีอาการชา (paresthesias)
  • รู้สึกว่าสิ่งรอบตัวไม่ใช่ความจริง (derealization) หรือรู้สึกเหมือนกำลังมองตนเองจากภายนอก รู้สึกว่าตัวเองไม่ใช่ตัวเอง (depersonalization)
  • กลัวว่าจะควบคุมตนเองไม่ได้หรือ “เป็นบ้า”
  • กลัวตาย
ทั้งนี้ อาจพบอาการบางอย่างที่พบได้ในประชากรบางกลุ่ม เช่น ปวดคอ ปวดศีรษะ หูอื้อ การกรีดร้องหรือร้องไห้อย่างควบคุมไม่ได้ อาการเหล่านี้ไม่ควรนับรวมเป็นหนึ่งใน 4 อาการที่กำหนดข้างต้น

หลังเกิดอาการแพนิคอย่างน้อย 1 ครั้ง ต้องมีอาการอย่างใดอย่างหนึ่งหรือทั้งสองอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาอย่างน้อย 1 เดือน ได้แก่ มีความกังวลอย่างต่อเนื่องว่าจะเกิดอาการแพนิคขึ้นอีก หรือมีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมอันเนื่องมาจากอาการแพนิค

อาการดังกล่าวต้องไม่เกิดจากฤทธิ์ทางสรีรวิทยาของยาหรือสารใด ๆ การใช้สารในทางที่ผิด หรือภาวะทางการแพทย์อื่น และอาการและอาการแสดงต้องไม่เข้าได้กับความผิดปกติทางจิตอื่น

โรคกลัวสังคม (Social Anxiety Disorder)

ตามเกณฑ์ DSM-5-TR โรคกลัวสังคมหมายถึงภาวะที่ผู้ป่วยมีความกลัวหรือวิตกกังวลอย่างมากต่อสถานการณ์ทางสังคมอย่างน้อย 1 สถานการณ์ ซึ่งอาจทำให้ผู้ป่วยตกอยู่ภายใต้การถูกจับจ้องหรือประเมินจากผู้อื่น เช่น การมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น การถูกสังเกต หรือการพูดหรือแสดงต่อหน้าผู้อื่น สำหรับเด็ก อาการดังกล่าวต้องเกิดขึ้นขณะมีปฏิสัมพันธ์กับทั้งเพื่อนและผู้ใหญ่

โรคกลัวสังคมอาจระบุเพิ่มเติมว่าเป็นชนิดที่เกิดเฉพาะขณะแสดงออกต่อหน้าผู้อื่น หากความกลัวหรือวิตกกังวลเกิดขึ้นเฉพาะเมื่อต้องพูดหรือแสดงต่อหน้าสาธารณะเท่านั้น ผู้ป่วยมักกลัวว่าอาการวิตกกังวลของตนเองจะแสดงออกมาให้ผู้อื่นเห็น และผู้อื่นอาจมองอาการดังกล่าวในทางลบจนทำให้ถูกปฏิเสธหรือไม่เป็นที่ยอมรับ

สถานการณ์ทางสังคมแทบทุกครั้งจะกระตุ้นให้ผู้ป่วยเกิดความกลัวหรือวิตกกังวล และผู้ป่วยมักหลีกเลี่ยงสถานการณ์ดังกล่าว หรือจำเป็นต้องเผชิญสถานการณ์นั้นด้วยความรู้สึกไม่สบายใจอย่างมาก ความกลัวหรือวิตกกังวลต้องมากเกินกว่าภัยคุกคามที่เกิดขึ้นจริงจากสถานการณ์ทางสังคมและบริบททางสังคมของผู้ป่วย และมีอาการต่อเนื่องเป็นเวลาอย่างน้อย 6 เดือน

อาการดังกล่าวต้องก่อให้เกิดความทุกข์อย่างมีนัยสำคัญทางคลินิก หรือส่งผลให้ความสามารถในการทำหน้าที่ด้านสังคม การทำงาน หรือด้านสำคัญอื่น ๆ ลดลงอย่างชัดเจน อาการต้องไม่เป็นผลทางสรีรวิทยาจากยาหรือสารเสพติด หรือเกิดจากภาวะทางการแพทย์อื่น และอาการและอาการแสดงต้องไม่เข้าได้กับความผิดปกติทางจิตอื่น

นอกจากนี้ ต้องแยกให้ได้ว่าความวิตกกังวลไม่ได้เกิดจากภาวะร่วมบางอย่าง เช่น โรคพาร์กินสัน ความผิดปกติของรูปลักษณ์จากแผลไฟไหม้หรือการบาดเจ็บ หรือโรคอ้วนรุนแรง หรือหากผู้ป่วยมีภาวะดังกล่าว ต้องประเมินเพิ่มเติมว่าผู้ป่วยมีความวิตกกังวลต่อสถานการณ์เหล่านั้นมากเกินควรหรือไม่

การคัดกรองโรค

การคัดกรองโรค

แบบประเมิน Generalized Anxiety Disorder 7-item Scale (GAD-7)

แบบประเมิน GAD-7 เป็นเครื่องมือคัดกรองที่ใช้เวลาประเมินไม่นานและมีประโยชน์ในการคัดกรองโรควิตกกังวลทั่วไปและโรควิตกกังวลอื่น ๆ เช่น โรคแพนิคและโรคกลัวสังคม นอกจากนี้ ยังสามารถใช้ติดตามการตอบสนองต่อการรักษาได้อีกด้วย คะแนน ≥8 บ่งชี้ว่ามีโอกาสเป็นโรควิตกกังวลสูง ขณะที่คะแนนรวม ≥10 บ่งชี้ว่ามีแนวโน้มเป็นโรควิตกกังวลทั่วไป

แบบประเมิน Hospital Anxiety and Depression Scale (HADS)

HADS เป็นแบบประเมินตนเองจำนวน 14 ข้อ สำหรับประเมินภาวะวิตกกังวลและภาวะซึมเศร้าในผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลและไม่มีโรคทางจิตเวช คะแนน 8–10 บ่งชี้ว่าอาจมีโรควิตกกังวล ขณะที่คะแนน ≥11 บ่งชี้ว่ามีแนวโน้มมีความผิดปกติทางอารมณ์

แบบประเมิน Clinical Global Impression Scales

แบบประเมิน Clinical Global Impression Scales สามารถใช้ประเมินความรุนแรงของโรคและติดตามความก้าวหน้าของการรักษาระหว่างการตรวจผู้ป่วย

แบบสัมภาษณ์ Mini-International Neuropsychiatric Interview (M.I.N.I.)

M.I.N.I. เป็นแบบสัมภาษณ์ที่ใช้เป็นส่วนหนึ่งของการประเมินทางคลินิกในผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงต่อภาวะซึมเศร้าและโรควิตกกังวล