อาการแสดงทางคลินิก
ประเมินสภาพการทำงานโดยรวมของผู้ป่วย โดยพิจารณาจากอาการและอาการแสดงทางคลินิก ผู้ป่วยอาจมาด้วยอาการต่อมน้ำเหลืองโต อาการทางระบบ เช่น อ่อนเพลีย ไข้ เหงื่อออกกลางคืนมากจนเปียกชุ่ม น้ำหนักลดโดยไม่ได้ตั้งใจ (≥10% ภายใน 6 เดือนที่ผ่านมา) รวมถึงอาการจากภาวะโลหิตจางหรือการติดเชื้อ
Chronic Lymphocytic Leukemia_Initial Assessment
Chronic Lymphocytic Leukemia_Initial Assessmentการตรวจร่างกาย
ในการตรวจร่างกาย ควรให้ความสำคัญกับการตรวจบริเวณที่มีต่อมน้ำเหลือง (เช่น Waldeyer’s ring) โดยประเมินว่ามีต่อมน้ำเหลืองที่สามารถคลำได้หรือไม่ รวมถึงตรวจหาสัญญาณของม้ามโตหรือตับโต นอกจากนี้ควรตรวจผิวหนังร่วมด้วย โดยประเมินว่ามีรอยโรคทางผิวหนัง เช่น จุดราบ ตุ่มนูน ปื้นนูน ก้อน แผล หรือถุงน้ำหรือไม่ เพื่อช่วยในการประเมินผู้ป่วยที่สงสัย CLL
การวินิจฉัยและเกณฑ์การวินิจฉัย
การวินิจฉัย CLL อาศัยเกณฑ์ดังต่อไปนี้:
- พบลิมโฟไซต์บีชนิดโคลนเดียว (monoclonal B-cell lymphocytes) ในเลือดส่วนปลาย ≥5 × 10⁹/L
- ยืนยันการเป็นโคลนเดียว (clonality) ของ circulating B-lymphocytes ด้วยการตรวจ flow cytometry
- เซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาวลิมโฟไซต์แบบเรื้อรังมีขนาดเล็ก มีลักษณะเป็นลิมโฟไซต์ที่โตเต็มที่ มีขอบไซโตพลาซึมแคบ นิวเคลียสหนาแน่น ไม่มี nucleoli ที่มองเห็นได้ และมีโครมาตินที่รวมตัวกันบางส่วน
- Immunophenotype: CD5, CD19, และ CD23;
CD20,
CD79b, และ FMC7 ต่ำ (โดยปกติเป็นลบ);
CD10 และ cyclin D1 เป็นลบ
- ในผู้ป่วยที่ cyclin D1 เป็นลบ อาจตรวจพบ LEF1 และ SOX11 ได้
