การติดตามผล
ควรทำการประเมินด้วยภาพถ่ายรังสี (เช่น CT scan, MRI) และตรวจระดับ tumor marker อย่างน้อยทุก 8–12 สัปดาห์ในผู้ป่วยที่กำลังได้รับการรักษา เป้าหมายหลักคือการตรวจพบการกลับเป็นซ้ำของโรค (relapse) ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น โดยการเพิ่มขึ้นของระดับ CEA มักเป็นสัญญาณแรกของการกลับเป็นซ้ำ และมีประสิทธิภาพมากที่สุดในผู้ป่วยที่มีระดับ CEA สูงก่อนการผ่าตัด
คำแนะนำการติดตามเฝ้าระวังสำหรับมะเร็งไส้ตรง (Surveillance Recommendations for Rectal Cancer) ได้แก่
คำแนะนำการติดตามเฝ้าระวังสำหรับมะเร็งไส้ตรง (Surveillance Recommendations for Rectal Cancer) ได้แก่
- ผู้ป่วยมะเร็งไส้ตรงที่ได้รับการผ่าตัดตัดก้อนผ่านทางทวารหนัก (transanal local excision) เพียงอย่างเดียว ควรทำ proctoscopy ร่วมกับ endoscopic ultrasound หรือ MRI with contrast ทุก 3–6 เดือนในช่วง 2 ปีแรก จากนั้นทุก 6 เดือนจนครบ 5 ปี
- ควรทำ digital rectal examination และ proctoscopy หรือ flexible sigmoidoscopy ทุก 3–4 เดือนในช่วง 2 ปีแรก จากนั้นทุก 6 เดือนจนครบ 5 ปี
- ควรทำ flexible sigmoidoscopy ภายใน 3–6 เดือนหลังการทำ endoscopic submucosal dissection (ESD) ครั้งแรก โดยต้องมี colonoscopy ก่อนหน้านี้
- ควรทำ endoscopy ติดตามครั้งที่ 2 ภายใน 3–6 เดือนหลังการตรวจติดตามครั้งแรก หรือหลัง colonoscopy หากครบ 1 ปีหลังการทำ ESD
- ควรติดตามด้วย flexible sigmoidoscopy ทุก 3–6 เดือน เป็นเวลา 5 ปีหลังการทำ ESD
- ควรทำ MRI ของไส้ตรงทุก 6 เดือน นานสูงสุด 3 ปี
- ตรวจประวัติและตรวจร่างกายทุก 3–6 เดือนในช่วง 2 ปีแรก จากนั้นทุก 6 เดือนจนครบ 5 ปี
- ตรวจ CEA เป็นค่าเริ่มต้น (baseline) จากนั้นทุก 3–6 เดือนในช่วง 2 ปีแรก และทุก 6 เดือนจนครบ 5 ปี ในผู้ป่วยที่โรคมีโอกาสผ่าตัดรักษาได้ (potentially resectable) โดยเฉพาะกรณีมีการแพร่กระจายเฉพาะที่
- ทำ colonoscopy หลังการผ่าตัด 1 ปี หรือทุก 3–6 เดือนหลังการผ่าตัด หากไม่สามารถทำ colonoscopy ก่อนผ่าตัดได้เนื่องจากมีรอยโรคอุดกั้น
- หาก colonoscopy ติดตามพบ advanced adenoma ควรทำ colonoscopy ซ้ำภายใน 1 ปี
- หากไม่พบ advanced adenoma ควรทำ colonoscopy ซ้ำใน 3 ปี และหลังจากนั้นทุก 5 ปี
- ควรพิจารณาติดตามถี่ขึ้นในผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยมะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรงก่อนอายุ 50 ปี
- การติดตามมีความสำคัญในการตรวจหาและกำจัด metachronous polyps โดยเฉพาะในช่วง 2 ปีแรกหลังการผ่าตัด
- ทำ CT scan ของทรวงอก ช่องท้อง และอุ้งเชิงกรานทุก 3–6 เดือนในช่วง 2 ปีแรก จากนั้นทุก 6–12 เดือนจนครบ 5 ปี ในผู้ป่วยระยะ IV และทุก 6–12 เดือนเป็นเวลา 5 ปีในผู้ป่วยระยะ II ที่มีความเสี่ยงสูงต่อการกลับเป็นซ้ำ และผู้ป่วยระยะ III โดยมีความสำคัญในการติดตามการแพร่กระจายที่อาจสามารถผ่าตัดได้ โดยเฉพาะที่ตับและปอด
- การติดตามด้วยการส่องกล้องในผู้ป่วยที่ได้รับการตัดติ่งเนื้อด้วยวิธี endoscopic removal และพบมะเร็งลุกลาม ควรพิจารณาเป็นรายบุคคลตามความเสี่ยงของผู้ป่วยแต่ละราย
