Colorectal Cancer มะเร็งลำไส้ใหญ่ Disease Background

Last updated: 30 July 2026

บทนำ

มะเร็งลำไส้ใหญ่ (colorectal cancer) เป็นมะเร็งที่เกิดจากเซลล์เยื่อบุผิวของลำไส้ใหญ่หรือทวารหนัก โดยมะเร็งทวารหนัก (rectal cancer) หมายถึงรอยโรคมะเร็งที่อยู่ห่างจากขอบทวารหนักไม่เกิน 15 ซม. เมื่อวัดด้วยการส่องตรวจทวารหนักด้วย rigid proctoscopy ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่ใช้ในการจำแนกตำแหน่งของโรค

ระบาดวิทยา

มะเร็งลำไส้ใหญ่ (colorectal cancer) พบได้บ่อยในเพศชายมากกว่าเพศหญิง และความเสี่ยงในการเกิดโรคจะเพิ่มขึ้นตามอายุ โดยผู้ป่วยส่วนใหญ่มีอายุมากกว่า 50 ปี ทั้งนี้ พบว่าประมาณ 83% ของผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่อยู่ในกลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไป

ในระดับโลก มะเร็งลำไส้ใหญ่เป็นมะเร็งที่พบบ่อยเป็นอันดับ 3 คิดเป็นประมาณ 10% ของผู้ป่วยมะเร็งทั้งหมด และเป็นมะเร็งที่ได้รับการวินิจฉัยบ่อยเป็นอันดับ 3 ในเพศชาย และอันดับ 2 ในเพศหญิง ในปี พ.ศ. 2565 มีผู้ป่วยรายใหม่ทั่วโลกจำนวน 1,142,286 ราย และมีการประมาณว่ามีผู้ป่วยรายใหม่เกือบ 1.9 ล้านรายต่อปี มะเร็งลำไส้ใหญ่พบได้บ่อยในประเทศที่มีรายได้ปานกลางถึงสูง โดยมีอุบัติการณ์สูงที่สุดในประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ทวีปยุโรป และทวีปอเมริกาเหนือ ขณะที่พบอุบัติการณ์ต่ำที่สุดในทวีปแอฟริกาและภูมิภาคเอเชียใต้ตอนกลาง อย่างไรก็ตาม ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มีรายงานว่าอุบัติการณ์ของมะเร็งลำไส้ใหญ่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในหลายประเทศที่เดิมจัดเป็นพื้นที่ความเสี่ยงต่ำ เช่น ประเทศสเปน และหลายประเทศในเอเชียและยุโรปตะวันออก

มะเร็งลำไส้ใหญ่เป็นสาเหตุการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งอันดับ 2 ของโลก โดยในปี พ.ศ. 2565 มีผู้เสียชีวิตจากโรคจำนวน 538,167 ราย ทั้งอุบัติการณ์และอัตราการเสียชีวิตจากโรคพบในเพศชายสูงกว่าเพศหญิงอย่างชัดเจน

สำหรับทวีปเอเชีย มะเร็งลำไส้ใหญ่เป็นมะเร็งที่พบบ่อยเป็นอันดับ 3 โดยมีผู้ป่วยรายใหม่จำนวน 966,399 รายในปี พ.ศ. 2565 และเป็นสาเหตุการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งอันดับ 4 ของภูมิภาค มีผู้เสียชีวิตจำนวน 462,252 รายในปีเดียวกัน

เมื่อพิจารณาในกลุ่มประเทศเอเชีย พบว่าประเทศญี่ปุ่นมีอัตราอุบัติการณ์ปรับตามอายุ (age-standardized incidence rate; ASR) สูงที่สุด โดยอยู่ที่ 45.5 ต่อประชากร 100,000 คนในเพศชาย และ 28.5 ต่อประชากร 100,000 คนในเพศหญิง ซึ่งสูงกว่าบางประเทศในโลกตะวันตก นอกจากนี้ ประเทศญี่ปุ่นยังมีอัตราการเสียชีวิตปรับตามอายุจากมะเร็งลำไส้ใหญ่สูงที่สุดในเอเชียอีกด้วย

ส่วนประเทศฟิลิปปินส์ มะเร็งลำไส้ใหญ่เป็นมะเร็งที่ได้รับการวินิจฉัยบ่อยเป็นอันดับ 3 โดยมีผู้ป่วยรายใหม่ 20,736 รายในปี พ.ศ. 2565 และเป็นสาเหตุการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งอันดับ 4 ของประเทศ โดยมีผู้เสียชีวิตจำนวน 10,692 รายในปีเดียวกัน

พยาธิสรีรวิทยา

มะเร็งลำไส้ใหญ่ เป็นโรคที่เกิดจากปัจจัยหลายด้าน ทั้งปัจจัยทางพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อม โดยการเปลี่ยนแปลงของเซลล์จนกลายเป็นมะเร็งชนิด adenocarcinoma มักเกิดขึ้นอย่างเป็นลำดับจากการสะสมของความผิดปกติทางพันธุกรรมและการเปลี่ยนแปลงทางอีพีเจเนติก (epigenetic alterations) มะเร็งลำไส้ใหญ่ส่วนใหญ่มีจุดเริ่มต้นจากติ่งเนื้อในลำไส้ (polyp) ที่มีความผิดปกติของต่อมภายในเยื่อบุลำไส้ (aberrant crypt) และพัฒนาไปเป็น adenoma ในระยะต่อมา โดยติ่งเนื้อส่วนใหญ่มักเป็นชนิดไม่ร้ายแรงหรือยังไม่ใช่มะเร็ง แต่บางชนิดสามารถพัฒนาเป็นมะเร็งได้เมื่อเวลาผ่านไป ซึ่งขึ้นอยู่กับชนิดและลักษณะทางพยาธิวิทยาของติ่งเนื้อนั้น ติ่งเนื้อในลำไส้มีหลายชนิด ได้แก่ adenomatous polyps หรือ adenomas, hyperplastic polyps, ติ่งเนื้อจากการอักเสบ (inflammatory polyps), sessile serrated polyps และ traditional serrated adenomas (TSA) โดยมะเร็งลำไส้ใหญ่ส่วนใหญ่เกิดจากติ่งเนื้อ adenoma สามารถแบ่งตามลักษณะทางพยาธิวิทยาได้เป็น 3 ชนิด ได้แก่ tubular adenoma, villous adenoma และ tubulovillous adenoma ซึ่งติ่งเนื้อชนิด villous adenoma, tubulovillous adenoma และ sessile serrated polyps มีความเสี่ยงในการพัฒนาเป็นมะเร็งสูงกว่าชนิดอื่น ในระดับโมเลกุล พบว่ากลไกการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 pathways หลัก ได้แก่
  • Chromosomal instability pathway ซึ่งพบในผู้ป่วย familial adenomatous polyposis (FAP)
  • DNA mismatch repair pathway ซึ่งเกิดจากความผิดปกติของยีนที่เกี่ยวข้องกับการซ่อมแซมความผิดพลาดของดีเอ็นเอ และพบในผู้ป่วย Lynch syndrome
  • CpG island hypermethylation pathway ซึ่งเกิดจากการเพิ่มขึ้นของกระบวนการ hypermethylation บริเวณ CpG-rich islands ของส่วนควบคุมการแสดงออกของยีน (gene promoter regions) และพบได้บ่อยในติ่งเนื้อกลุ่ม serrated polyps
ความผิดปกติของกลไกเหล่านี้ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของเซลล์และนำไปสู่การเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ในที่สุด

ปัจจัยเสี่ยง

ความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่จะเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนหลังอายุ 50 ปี โดยพบอุบัติการณ์และอัตราการเสียชีวิตจากโรคสูงที่สุดในชาวแอฟริกัน-อเมริกัน

ผู้ที่เคยเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่มาก่อนยังคงมีความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งใหม่ในส่วนอื่นของลำไส้ใหญ่หรือทวารหนัก แม้ว่าจะได้รับการรักษาและตัดก้อนมะเร็งเดิมออกแล้วก็ตาม โดยความเสี่ยงจะสูงขึ้นในผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยมะเร็งลำไส้ใหญ่ครั้งแรกตั้งแต่อายุน้อย นอกจากนี้ ผู้ที่มีประวัติติ่งเนื้อในลำไส้ เช่น adenomatous polyps โดยเฉพาะติ่งเนื้อที่มีหลายตำแหน่งหรือมีขนาดใหญ่ (มากกว่า 2 ซม. มีรายงานความเสี่ยงในการเปลี่ยนแปลงเป็นมะเร็งประมาณ 40%) ก็มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นเช่นกัน

ติ่งเนื้อชนิด villous adenoma และ tubulovillous adenoma มีโอกาสเปลี่ยนแปลงเป็นมะเร็งได้สูงกว่าชนิดอื่น สำหรับผู้ป่วย familial adenomatous polyposis (FAP) ประมาณ 95% จะพบ adenomas ภายในอายุ 35 ปี และหากไม่ได้รับการรักษา จะมีความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่สูงถึง 100%

Hereditary non-polyposis colorectal cancer (HNPCC) หรือ Lynch syndrome เป็นโรคที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมแบบ autosomal dominant โดยสามารถใช้ Amsterdam II criteria ในการประเมินครอบครัวที่มีความเสี่ยงสูง ดังต่อไปนี้
  • มีผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ในครอบครัวอย่างน้อย 2 รุ่น
  • มีญาติอย่างน้อย 3 คนที่ได้รับการวินิจฉัยทางพยาธิวิทยาว่าเป็นมะเร็งที่สัมพันธ์กับ HNPCC เช่น มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งลำไส้เล็ก มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก มะเร็งกรวยไต หรือมะเร็งท่อไต
  • มีผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่อย่างน้อย 1 รายที่ได้รับการวินิจฉัยก่อนอายุ 50 ปี
การจัดกลุ่มความเสี่ยง

การจัดกลุ่มความเสี่ยงของมะเร็งลำไส้ใหญ่ สามารถแบ่งได้เป็น 3 กลุ่ม ได้แก่
  • กลุ่มความเสี่ยงทั่วไป ได้แก่ ผู้ที่มีอายุ 45 ปีขึ้นไป และไม่มีประวัติเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ ไม่มีประวัติ adenoma, sessile serrated polyps หรือ sessile serrated lesions ไม่มีโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง (inflammatory bowel disease; IBD) ไม่มีกลุ่มอาการทางพันธุกรรมที่เพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งลำไส้ใหญ่ ไม่มีโรค cystic fibrosis และไม่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่หรือ advanced adenoma
  • กลุ่มความเสี่ยงเพิ่มขึ้น ได้แก่ ผู้ที่มีประวัติเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ มีประวัติ adenoma, sessile serrated polyps หรือ sessile serrated lesions มีโรคลำไส้อักเสบเรื้อรังหรือโรค cystic fibrosis รวมถึงผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่หรือ advanced adenomatous polyps และผู้ที่เคยเป็นมะเร็งในวัยเด็ก วัยรุ่น หรือวัยผู้ใหญ่ตอนต้น
  • กลุ่มความเสี่ยงสูง ได้แก่ ผู้ที่มีประวัติส่วนตัวหรือประวัติคนในครอบครัวของกลุ่มอาการที่ทำให้เกิดติ่งเนื้อจำนวนมากในลำไส้ (polyposis syndromes) รวมถึงผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็น hereditary non-polyposis colorectal cancer (HNPCC) หรือ Lynch syndrome